วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Estonia- 1 วันที่ทาลลินน์ เอสโตเนีย (1)


Estonia- 1 วันที่ทาลลินน์ เอสโตเนีย (1)

          ทาลลินน์ (Tallinn) อาจเป็นชื่อที่คนไทยไม่ค่อยคุ้นมากนัก เมื่อเทียบกับมหานครปารีส ฝรั่งเศส ลอนดอน อังกฤษ เบอลิน เยอรมัน ซึ่งก็อยู่ในกลุ่มประเทศยุโรปด้วยกัน

             

     (ทาลลินน์ เอสโตเนียที่อ่าวฟินแลนด์คั่นอยู่ระหว่างฟินแลนด์ -จากเว็บ)

          ทาลลินน์เป็นเมืองหลวงของประเทศเอสโตเนีย ได้ชื่อว่าเป็นประเทศน้องใหม่ที่เพิ่งก่อกำเนิดมาไม่ได้ไม่นาน

          พ.ศ.2534  เมื่อรัสเซียล่มสลาย จึงเป็นเอกราชจากรัสเซีย

          พ.ศ.2547  เข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

          เอสโตเนียอยู่คนละฟากฝั่ง กับประเทศฟินแลนด์

          มีพลเมืองทั้งประเทศ 1,324,333 คน  เทียบกับจังหวัดสุรินทร์  จำนวนต่างกันอยู่ไม่กี่คน (1,375,560)

          มีพื้นที่ทั้งหมด 45,226 กม. ประมาณว่าเท่ากับโคราช (20494) เชียงใหม่( 20107) ระนอง (3,298) 3 จังหวัดรวมกัน

          การปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นฝ่ายบริหาร

    

          ใช้เงิน Kroon Estonia ออกเสียงว่า ครูน มูลค่า 15 Kroon = 1 Euro

พูดภาษาเอสโตเนียน เคยถามชาวเอสโตเนียว่าคล้ายภาษาฟินน์

แต่ก็ไม่รู้หรอกว่าเหมือนหรือไม่เหมือน เพราะไม่รู้ทั้งสองภาษา

12 กันยายน 2547

          หกโมงเช้าเรามีนัดกับสมาชิกร่วมเดินทางคือพี่จอย ที่นัดจะมารับไปสมทบกับคณะอีก 3 ชีวิต  แว ยุทธ อ้วน ที่ท่าเรือ Tallink Supperstar ปลายทางคือ เมือง ทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย เมืองฝาแฝดกับเฮลซิงกิ ในเรื่องของการค้าทางทะเล อยู่คนละฝั่งของอ่าวฟินแลนด์

          เรือถูกจองไว้ตอน 8.30 น. ทำให้ต้องตื่นเช้า(มาก) กว่าปกติ กับอากาศเย็น ๆ ยามเช้าที่ 6 องศา อาจฟังดูหนาว แต่สำหรับคนที่อยู่จนชิน อย่าง ยุทธ จอย แว อ้วน บอกสบาย ๆ แต่เรารู้สึกเย็นกว่าทุก ๆ  วัน

          ความเย็นไม่มีปัญหา  ด้วยหัวใจของการเดินทาง “ตา(ลา)ยช่างมัน เที่ยวไว้ก่อน” จึงมีการเตรียมชุดที่ป้องกันความเย็นเมื่อต้องออกภายนอกพอสมควร แม้จะมีการตรวจสภาพอากาศแล้วว่าอากาศจะอุ่นขึ้นในตอนสายและบ่ายแล้ว

  
             (ตั๋วที่ต้องใช้ผ่านเครื่องสแกนไปและกลับ)

          ค่าเรือไปกลับที่ 50 Euro หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2 พันกว่าบาท เมื่อเจอกันอ้วน ซึ่งเป็นผู้จองเรือให้กับทุกคนก็ได้แจกจ่ายบัตรโดยสาร เพราะจะต้องใช้ตั๋วดังกล่าวสแกนเพื่อให้ประตูเปิดและเดินผ่านเข้าไปยังเรือต่อไป

          วันนี้เมื่อพวกเราไปถึง "ผู้คนดูหนาตา" จอยบอก เพราะโดยส่วนตัวไม่รู้หรอกว่าคนมากหรือน้อยอย่างไร เพราะไม่เคยไป 

        จอยยังเสริมต่อไปอีกว่า อาจจะเพราะเป็นวันเสาร์ เป็นวันหยุดพักผ่อน ชาวฟินน์ จึงใช้เรืออีกช่องทางหนึ่งในการเดินทางพักผ่อน เพราะการเดินทางระหว่างเฮลซิงกิ กับทาลลินน์  ใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 2 ชม. เพราะมีระยะห่างประมาณ 80 กม. มีอ่าวฟินแลนด์คั่นตรงกลางเท่านั้น 

          เมื่อสัญญาญประกาศผ่านเครื่องขยายเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาฟินน์ ให้ผู้คนเข้าสู่เรือ คนก็เริ่มทยอย ขยับต่อแถวเป็นทางยาว

          ขณะต่อแถว

          ตาก็มองผ่านซ่องกระจก เห็นเรือไกล ๆ  Tallink  สีเขียวนวล เกือบเหลือง ลำใหญ่ จะเป็นเรือที่พาเราไปสูดจุดหมายปลายทาง

          แค่เห็นเรือก็เสียวแล้ว

          ใหญ่ ยาว ทอดอยู่ในลานจอดสงบนิ่ง มีเพียงคลื่นน้ำผุดขึ้นมาจากท้องเรือ บอกให้รู้ว่าเรือกำลังเดินเครื่องทำงานอยู่

          เคยเห็นแต่เรือแจว เรืออีโปงเก็บบัวสายในวัยเยาว์ ตกปลาเล็ก ๆ ในฤดูน้ำหลาก

          แต่เจอเรือ Tallink ได้แต่คิดว่าเรือนี้น่าจะใช้ตกปลาวาฬนะ

          เรายื่นบัตรผ่านเครื่องสแกน

          ประตูเปิด

          เดินผ่านงวงช้างที่เชื่อมระหว่างท่าเรือและเรือ

          เจ้าหน้าที่ตรวจบัตรอีกครั้ง

          ห้างสรรพสินค้า ศูนย์อาหาร ความบันเทิง ผับ การเสี่ยงโชค

          อลังการ อลังการ อลังการ.....(โปรดติดตามตอนต่อไป)


(เรือ Tallink Super Star สูงขนาดตึก 9 ชั้นที่จะจอดเทียบท่า เพื่อพาเราไปยังทาลลินน์)


                           (เรือ Tallink จอดรอรับผู้โดยสาร)

    (ผู้โดยสารยังสถานที่จอดเรือ Helsinki ท่าของ Tallink ในยามเช้า เช็กตั๋วตรวจตั๋ว)

        (เช็กตั่วเสร็จ ถึงเวลาก็ย่างก้าวและเดินไปยังเครื่องสแกนตั๋วเพื่อเข้าสู่ตัวเรือ)

              (ตรวจตั๋วเสร็จ เดินเข้าสู่งวงช้าง ที่เชื่อมต่อระหว่างท่าเรือ กับเรือ)

  (คนกับเรือ  Tallink สีเหลืองจะพาเราไป Tallinn Estonia ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า)

โดย โมไนยพจน์

 

กลับไปที่ www.oknation.net