วันที่ จันทร์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Estonia- 1 วันที่ทาลลินน์ เอสโตเนีย (2)


 เรือชื่อ Tallink Superstar  

          เมื่อพวกเราก้าวไปสู่ด้านในของเรือ โอ่โถงและอลังการ

          เรือลำนี้ถูกสร้างมาเพื่อวิ่งระหว่างทาลลินน์ เฮลซิงกิ

เมื่อวันที่ 21 เดือนเมษายน ค.ศ.2008 (ไม่รู้ว่าต้องดูฤกษ์ 9 นาฬิกา 59 นาทีไหม)

          “ปีที่แล้วนี่เอง สด ๆ ของใหม่เกาะกล่อง”(ฉันรำพึงในใจ)

          เราต่างฝ่ายต่างถูกเปิดชิงในกันและกัน  เพราะฉันก็ครั้งแรกสำหรับเรือนี้

          และเรือนี้ก็คงครั้งแรกที่รับเรา  (ต่างกันตรงไหนเนี่ย)

        
        (เรือทาลลินน์ ชุปเปอร์สตาร์ที่พาเราไปทาลลินน์ในวันนี้ -จากเว็บ)

          เรือ Tallink Superstar มีความสูงเท่ากับตึก 10 ชั้น

          ยาว  177 เมตร

กว้าง 27.7   ห้องพักผู้โดยสาร 186  ห้อง   

ในห้องบิวสิเนส (Business Class) มีเก้าอี้พักแขนดูสบาย ๆ ถึง 138 ตัว

บรรทุกผู้โดยสารได้ 2,080 คน และรถอีก 650 คัน

เรื่อวิ่งได้เร็ว  27.5 knots

น็อตเป็นหน่วยวัดความเร็วของเรือโดย 1 น็อต = 1 ไมล์ทะเล = 1.8 กม.

คำนวนง่าย ๆ เรือนี้วิ่งประมาณ  50 กม.ต่อชั่วโมง

ผลิตโดยบริษัท  Fincantieri, Ancona จากประเทศอิตาลี  Italy มี Carlo Cirbi  และ Alessandro เป็นผู้ออกแบบตกแต่งภายใน


                          (ห้องพักบนเรือสำหรับนักท่องเที่ยว)

          เมื่อพวกเราขึ้นไปบนเรือ สิ่งแรกที่ทำก็คือการสำรวจ “ขุมกำลัง” หาของกิน  เท่าที่เห็นด้วยตาบนเรือจะมีอาหารหลากหลายรสชาติ รูปแบบก็แตกต่างกันออกไป ล้วนแล้ว

         แต่เป็นอาหารฝรั่ง (ไม่มีส้มตำ ลาบ ก้อย น้ำตก) 

         อ้วน ผู้มีหัวใจไทยแท้ เธอบอกเตรียมผัดกระเพรามาจากที่บ้าน ทานอาหารอื่นไม่อยู่ท้องเธอบอก มีพอสำหรับทุกคน แต่ปัญหา คือว่าอาหารไทยกลิ่นแรง ถ้าเปิดฝรั่งต้องแตกตื่นแน่ เธอเสริม (เพราะกลิ่นฉุนอย่างแรงในความรู้สึกฝรั่ง)

        จึงเป็นอันว่า

พวกเรามาจบที่อาหารเช้าในแบบฝรั่ง ใส้กรอก ไข่(คน) ขนมปัง กาแฟ ในแบบบริการตัวเอง  เสียค่าอาหารต่อคน 8 ยูโร ทานจนกว่าจะอิ่ม

"ตักได้ไม่จำกัด"  ยุทธบอก ด้วยความหิว และอยากลอง  

เราจึงตัก ตัก ตัก ตัก จนฝรั่งที่อยู่ด้านหลังมอง  

เราคนไทยจึงยิ้มสยามบาง ๆ ให้กับเธอไป

เรื่อวิ่งไปพลาง พวกเรากินพลาง   ในบรรยากาศที่เห็นท้องทะเลไกล ๆ พร้อมน้ำกระจายเป็นเคลื่อน จากการวิ่งของเรือ

เป็นอันสรุปได้ว่าพวกเรา "อิ่ม" กับอาหารเช้า ยามสาย ๆ บนเรือ 

กองทัพเดินด้วยท้อง เมื่ออิ่ม   เท้าจึงเริ่มจะขยับ

เมื่อทานอาหารเสร็จ พวกเรา สวมวิญญาณ Indiana Jones ทำการสำรวจว่าแต่ละชั้นมีอะไรบ้าง ชั้นที่ 6, 7, 8 เป็นชุปเปอร์มาเก็ต ร้านอาหาร ร้านน้ำหอมเครื่องประดับสำหรับสุภาพสตรี มีสุภาพสตรีมาฉีดน้ำหอมประลองกลิ่น จนความหอมกลายเป็นความฉุนทะลักมานอกห้อง

จากหอมกลายเป็นฉุนในทันที่เมื่อผ่านจุดที่เป็นร้านสำหรับเครื่องน้ำหอม และของใช้สำหรับสุภาพสตรี

ชุปเปอร์มาเก็ต ขนาดย่อม ๆ สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องดื่มประเภทแอลกอลฮอล์ ช็อกโกแล็ต และจิปาถะ

ร้านขายอาหารบุฟเฟ่  ร้านเครื่องดื่ม ไอศครีม กาแฟ แฮมเบเกอร์

มุมเด็ก จะมีเครื่องเล่น บรรดาพ่อแม่ที่นำลูกมาด้วย พาลูกมามุมนี้ วิ่ง หกล้ม หกลุก กันอย่างสนุกในโลกของเด็ก 

มุมนักเสี่ยงโชคหยอดตู้ (Slot Machine) ที่เพ่งหน้าจอตาไม่กระพริบ นิ้วกดอย่างชำนิชำนาญ

ผับสำหรับจิบไวน์  เครื่องดื่ม ชมนักดนตรีร้องอยางบันเทิงอารมณ์

รวมทั้งขยับกาย ร่ายรำด้วยความสนุกในแบบผักผ่อนวันหยุดสุดสัปดาห์

ทั้งหมดที่กล่าวมาเรา เดินชม เดินเฉียด ดู ถ่ายรูป

สินค้า ก็เทียบราคา

แต่ไม่ซื้อ

ดูให้รู้ว่าราคา  หากเทียบเป็นเงินสกุลบาทก็ต้องขอบอกว่า

ของราคาสูงกว่า  ที่เราจะบริโภคได้

และไม่ใช่ขาช็อปขนานแท้  จึงได้แต่ดูให้รู้เท่านั้นครับ  

หนุ่มยุทธ์ผู้ร่วมเดินทาง ที่จะสะพายเป้ตลอดนับแต่เจอกันที่ท่าเรือ ในเป้หนักไปด้วยเครื่องดื่มมีดีกรีไว้ดับกระหายเวลาเดินทาง กว่าเรือจะถึงฝั่งยุทธยกระดับตัวเองให้เป็นคนมี “ดีกรี” ไปหลายกระป๋อง

 พร้อมหมายมั่นว่า “ขากลับค่อยซื้อ(อีกลัง)”

แถมบอกด้วยอารมณ์ดีว่า “ผมงดเหล้าเข้าพรรษา แต่ไม่งดเบียร์”

จนกระทั่งเรือจะเทียบท่า มีเสียงประกาศให้รู้ พร้อมประกาศปิดการขายทุกส่วน ชุปเปอร์ มาเก็ต ร้านสินค้าปิดประตู

ผู้โดยสารเตรียมสัมภาระ และเดินไปรอตรงจุดที่เชื่อมกับงวงช้าง

เพื่อไปสู่ท่าเรือของเมืองตาลลินน์

ในที่สุดพวกเราก็มาถึง

แผ่นดินอื่น (แผ่นดินเอสโตเนีย ไม่ใช่ "แผ่นดินอื่น" ของกนกพงศ์ สมพันธุ์ผลงานเรื่องสั้นชีไรท์)

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

             (มุมอาหารเช้าที่พวกเราฝากท้องไว้กับอาหารฝรั่ง ตามแรงท้อง)
                      (ชั้น 9 ดาดฟ้าเรือ จุดชมวิวสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้เดินทาง)
                           (มุมนัก Shop มีเท่าไหร่จ่ายไม่พอ)
            (เธอกำลังมองว่าจะเอาขวดไหนดี อยากเป็นคนมี "ดีกรี")

          (มุมของหมัก ของดอง แต่ไม่ใช่ยาดองเป็กละ  5 บาทนะครับ)

           (มุมกาแฟ ไอศครีม ของว่าง และสนทนาปราศัยอีกมุมหนึ่งของชั้น 8)


                      (มุมเด็ก การ์ตูน ที่เด็กน้อยนั่งขมด้วยความสนใจ)

                (มุมหนู ๆ บนชั้นเจ็ดของเรือ ในบรรยากาศแบบเด็ก ๆ )
      (มุมสบาย ๆ อีกฟากหนึ่งของเรือบนชั้นเจ็ด กิน ดื่ม สนทนา กินซื้อ ซื้อกิน)
         (มุมนักเสี่ยงโชค ซึ่งมีทุกชั้นและหลาย ๆ จุดบนเรือ Slot Machine)
(โบสถ์ยอดแหลมที่มองเห็นฉากหลัง เมื่อเรือใกล้ถึงฝั่งเมืองทาลลินน์ ทุกคนเริ่มเตรียมตัว)
              (เมื่อเรือเทียบท่า ทุกคนเดินเพื่อไปสู่ท่าเรือ และเดินต่อไป)

                 (เมื่อถึงที่ท่าเรือ Tallink แล้วทุกคนเดิน รถบัส แทกซี่ เป็นต้น)

 (รถชมรอบเมืองก็มารอรับ ที่ท่าเรือเพื่อนำท่านไปชมโดยรอบเมืองทาลลินน์)
(โบสถ์กลางเมือง  ภาพจากมุมไกล ๆ  ตามเรามา แล้วเราจะพาท่านไปย่ำเมืองต่อไป)

โดย โมไนยพจน์

 

กลับไปที่ www.oknation.net