วันที่ จันทร์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การศึกษาไทย ต้องการ ปริมาณ หรือ คุณภาพ ?


เฮ้ออออออออ ว่าแล้วก็วกกลับมาเรื่องถนัด เอาน่า ว่าอะไรก็ไม่สนุกเท่ากับว่ากระทรวงที่ตัวเองสังกัดแหละน่า ดีก็เล่าสู่กันฟัง ไม่ดีก็นำมาบอกเพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไข ….ก็เริ่ม งง งง กับวัตถุประสงค์ , นโยบาย , เป้าหมาย , พันธกิจ , กลยุทธ์ , ยุทธศาสตร์ ของกระทรวง ของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่บ่มเพาะเด็ก ผลิตเด็ก ให้เจริญเติบโต เป็นไปตามที่สังกัดตัวเองวาดหวังไว้ ...

เพราะไม่ว่าสังกัดไหน ๆ ทั้งที่สถานศึกษาของรัฐบาล หรือสถาบันการศึกษาของเอกชน ต่างก็มุ่งหวังผลิตเด็ก ผลิตเยาวชน เพื่อสนองตอบต่อสังคม เศรษฐกิจของประเทศ แต่การมุ่งหวัง นโยบาย เป้าหมาย ฯลฯ ที่ยกอ้าง น่าจะเป็นเพียงเพื่อต้องการปริมาณเท่านั้น...
เด็กจบปริญญาตรีมากมาย แต่ไม่มีงานทำ เพราะ สาขาที่จบมานั้น ความต้องการของตลาด สังคมไม่ได้ต้องการเลย (แล้วมานจะเปิดสาขาวิชา ทำแป๊ะอะไรกันเนี่ย) ตลาดบางแห่งก็รับเข้าทำงานที่ไม่ตรงกับสาขาที่เด็กเรียนมา รับได้ แต่ให้เงินเดือนน้อยกว่าเด็กที่จบตรงสาขามา ...สร้างตำหนิ รอยหมองในใจให้กับเด็กอีกแล้ว ...เฮ้อออออ

สถาบันการศึกษาบางแห่ง ได้ชื่อว่า ผลิตคนออกมามากที่สุดของประเทศ (คิดว่าอย่างนั้น) แต่ แต่ มีสักกี่คนได้ทำงาน ? ยิ่งสถาบันที่เป็นแหล่งผลิต “ครู” ที่ ณ ขณะนี้ ขาดตลาดอย่างมาก (ไม่มีคนอยากเรียนครู) แต่ ณ สาขาที่จะออกมาเป็น “ครู” นั้น กลับเหลือน้อยมาก ๆ แถมไม่ตรงกับสาขาที่ต้องการเสียอีก ..เหอเหอ

เช่น วิชาเอกที่กระทรวงศึกษาธิการต้องการ คือ สาขาวิชาเอกประวัติศาสตร์ , ภาษาไทย , วิทยาศาสตร์ สถาบันเหล่านี้ก็ผลิตเด็กตามสาขานี้ได้ แต่ แต่ เด็กที่เรียนสาขาเหล่านี้ “ไม่มีวิชาชีพครู” หมายถึง ในเวลาเรียนจะต้องเรียนวิชาการศึกษาเกี่ยวกับการสอน เทคนิควิธีการสอน หรือการฝึกประสบการณ์ (ฝึกสอน) ก่อนจบหลักสูตร ดังนั้น ก็มีแต่วิชาเอกเพียว ๆ ล้วน ๆ เอาไปสมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการครู “ไม่ได้” เมื่อจบแล้วต้องไปหาแหล่งเรียนวิชาชีพครูเพิ่มเติมอีกหนึ่งปี ..เสียเวลา เสียเงินไหม แล้วทำไม ไอ้ตอนเปิดสาขาวิชา ไม่แทรก ไม่บรรจุวิชาการศึกษาเข้าไปด้วย (ฟ๊ะ) ..

อย่าบอกว่าเปิดคณะไม่ตรงอีกนะคับ แสดงว่า วิสัยทัศน์ของสถาบันเหล่านี้ อยู่ในสภาพแย แย่  แย้ แย๊ แย๋ ถึง โคตรแย่ หวังแต่กำไร หวังแต่ค่าหน่วยกิตที่นับวันแพงกว่ากิน MK  หวังแต่ปริมาณคนเข้าไปเรียน เพราะถือว่า (กุ) ผลิตแค่นี้แหละ ที่เหลือ ไม่ใช่ภาระหน้าที่ที่สถาบัน (กุ) ต้องรับผิดชอบด้วยนี่หว่า

หรือคณะศึกษาศาสตร์ คณะที่เกี่ยวข้องกับ “ครู” อย่างมาก ถึงมากที่สุด แต่สาขาวิชาเอกที่เปิดบางสาขา กลับไม่มีการบรรจุวิชาการศึกษา เพื่อรองรับเลย ลอง ๆ สืบค้น เสาะหา ดูซิคับ ว่า คณะศึกษาศาสตร์ มีสาขาวิชาไหนบ้างที่บรรจุวิชาการศึกษาเข้าไป (สามารถพูดได้ เพราะมีนักศึกษาฝึกงาน มาฝึกงานที่ทำงานของป๋า วิชาเอกภาษาไทย แต่ไม่มีการเรียนวิชาการศึกษา ป่านนี้ไม่รู้หางานทำได้หรือยัง หรือมีครอบครัวออกลูกยั๊วเยี๊ยไปแล้วก็ไม่รู้)



อย่าผลิตแต่ปริมาณ โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ ผลิตแต่ปริมาณออกมามาก คุณภาพน้อย ไม่ต่างอะไรกับอุปสงค์ อุปทาน ดีมาน ซัพพลาย แกน x  แกน y ที่ไม่สมดุลกัน ปริมาณมาก ความต้องการน้อย เศรษฐศาสตร์ผู้บริโภคชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (เรียนมามั่งเปล่าอ่ะคับ) ปากก็บอกสถาบันของเราผลิตเด็ก ผลิตเยาวชนที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดในประเทศ แต่เปล่าเลย ...

เคยสำรวจบ้างหรือเปล่าหนอ เด็กที่จบ เยาวชนที่จบจากสถาบันที่ตนเองผลิตนั้น ..กี่เปอร์เซ็นต์ที่ได้มีงานทำ กี่เปอร์เซ็นต์ที่ได้ทำงานตรงกับสาขาที่เรียนมา..เพราะเหล่านี้คือการวัด “คุณภาพ” ที่สถาบันถ่ายทอด และประสบผลสำเร็จ ไม่ใช่ ลงหนังสือพิมพ์ ออกทีวี แต่คำว่า “สถาบันของเราผลิตนักศึกษาได้มากที่สุดในประเทศไทย เปิดคณะ 20 คณะ มากกว่า 1000 สาขาวิชาเอกให้คุณเลือก ค่าเรียนไม่แพง ผ่อนได้ ...ฯลฯ”

ป.ล. ก็ดีใจมานิดหนึ่ง ที่จะมีสถาบันพัฒนาครู หรือ ฝึกหัดครู เป็นสถาบันสำหรับผลิตครูโดยเฉพาะ ทราบว่า ผ่าน ครม. หรืออะไรสักอย่างนี่แหละ เราจะได้มีแหล่ง ผลิตครู ที่ดี มีคุณภาพและปริมาณที่เหมาะสมกับตลาด
“ครู” เสียที ไชโย ดีใจจังที่คนในกระทรวง “เพิ่งคิดได้” เย้ เย ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เป็นความคิดเห็นของเจ้าของบล๊อกนี้แต่เพียงผู้เดียว .....

I’m fine thank you.

ป๋าโซ

Y เพราะพี่เป็นพี่
Y ขอบคุณ “ใคร” คนนั้นเหมือนเดิม
Y ขอบคุณความคิดเห็นทุก ๆ ความคิดเห็น
Y ว่าแล้วก็สาดเหล้าลงคอ ตาแดงกล่ำ หุหุ ๆๆ


ที่นี่ไม่มีครู...

โดย น้ำทะเล

 

กลับไปที่ www.oknation.net