วันที่ จันทร์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

"เขื่อนสายบุรี" กลางไฟใต้



‘เขื่อนสายบุรี’กลางไฟใต้
สนามรบในสงครามแย่งชิงทรัพยากร

การกลับมาของโครงการเขื่อนสายบุรี สร้างความโกลาหลให้กับคน
ในพื้นที่ไม่น้อย เพราะพลันที่กลับมาแกนนำการต่อต้านเขื่อน เมื่อปี 2535
ถูกฆ่าตายไปหลายศพ
    
ละม้าย มานะการ นักกิจกรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า แกนนำ
ที่เคยคัดค้านโครงการเขื่อนสายบุรี ถูกยิงเสียชีวิต 1 คน เมื่อปี 2550 
พอปี 2551 ถูกยิงเสียชีวิตอีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ 3 คน แกนนำต่อต้าน
เขื่อนชุดเดิมหลายคน จึงต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ
    
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2535 – 2536 มีชาวบ้านในพื้นที่สร้างเขื่อนสายบุรี
ออกมาคัดค้านจนโครงการต้องยุติลง ในสมัยรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
เมื่อคณะรัฐมนตรี มีมติให้ยกเลิกการดำเนินการโครงการเขื่อนสายบุรี
ไว้ก่อน เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2540
    
ถึงกระนั้น วันที่ 31 ตุลาคม 2540 กรมชลประทาน ยังคงว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา
ประกอบด้วย บริษัท พอล คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท ครีเอทีฟ เทคโนโลยี จำกัด
จัดทำแผนศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม จนแล้วเสร็จในเดือน
มกราคม 2542 พบว่า โครงการพัฒนาลุ่มน้ำสายบุรีตอนล่าง และโครงการพรุบาเจาะ
– ไม้แก่น ควรดำเนินการด้วยกัน จึงจะได้ประโยชน์คุ้มค่าและควรก่อสร้างโดยเร็ว
    
ต่อมา วันที่ 13 มกราคม 2547 นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้สั่งการให้รื้อฟื้นโครงการเขื่อนสายบุรี
เพื่อพัฒยนาลุ่มน้ำแห่งนี้ขึ้นมาใหม่
    
อาจารย์นุกูล รัตนดากุล จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ซึ่งเข้าไปทำวิจัยกับชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำสายบุรีเล่าให้ฟังว่า เบื้องต้นทีมวิจัย
ลงไปทำแบบสอบถาม สามเรื่อง
    
เรื่องแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ วิถีวัฒนธรรม
ซึ่งเป็นคำถามเกี่ยวกับความเป็นอยู่ทั่วไป
    
เรื่องที่สอง เป็นคำถามเกี่ยวกับทรัพยากร น้ำ ป่า สัตว์
    
เรื่องสุดท้าย เป็นคำถามเกี่ยวกับทัศนคติว่า เขาคิดอย่างไรกับการพัฒนา
    
แนวโน้มคนชนบทที่อยู่ปลายน้ำ คือ แถบชายฝั่งทะเล ส่วนใหญ่อยากได้
แนวทางการพัฒนาทางวัตถุมาก ส่วนคนต้นน้ำอยากได้ความทันสมัย
อยากปลูกปาล์ม ปลูกยางพารา อยากมีรถยนต์
    
มีคนกลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่แถวพรุตอนกลาง เป็นคนกลุ่มน้อย อยากมีชีวิตแบบเดิมๆ
และค่อนข้างจะไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาแบบสมัยใหม่ เพราะไปทำลายวิถีชีวิตเขา
เช่นที่ รามัน รือเสาะ กะพ้อ
    
ตอนแรกเราตั้งใจว่าเราจะทำวิจัยแค่ 6 พื้นที่ ตอนนี้ทำไปทำมาเพิ่มเป็น 20 
และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็น 46 พื้นที่ เพราะชาวบ้านอยากร่วมงานวิจัยกับเรา
    
สถานการณ์ในปัจจุบัน กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อน ทำอะไรได้ไม่มาก
เพราะมีพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ อยู่
ขณะเดียวกัน รัฐยังใช้ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นเป็นมือเป็นไม้ในการจัดการคนในพื้นที่
ถ้าฝ่ายคัดค้านขยับ เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายสนับสนุนเขยื้อน
    
อาจารย์นุกูล รัตนดากุล บอกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้การเคลื่อนไหวผ่านงานวิจัย
น่าจะปลอดภัยที่สุด เราสามารถคุยกับชาวบ้านผ่านงานวิจัยได้ ตอนนี้ชาวบ้าน
หันมาให้ความสนใจเรื่องการฟื้นเขื่อนสายบุรีมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีกับทีมวิจัย
ที่จะได้ข้อมูลกว้างขึ้น
    
ในส่วนของกรมชลประทาน เขาไม่อยู่นิ่ง ได้ให้องค์การบริหารส่วนตำบลจัดเวที
ประชุมพูดคุยกับชาวบ้าน ด้านกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ก็มีการเคลื่อนไหวกันคึกคัก
    
อีกทางก็เข้าไปให้คำมั่นสัญญากับเยาวชน เรื่องกีฬา เรื่องการท่องเที่ยว
พาชาวบ้านไปดูงาน ไปดูโรงไฟฟ้า ไปดูเขื่อน
    
นอกจากนี้ ยังเข้าไปสร้างอย่างอื่นรอไว้ก่อน เช่น ขุดพรุที่อำเภอรามัน จังหวัดยะลา
ตามเอกสารโครงการระบุอีกพื้นที่ พอทำจริงก็ไปทำอีกพื้นที่ เพราะชาวบ้านในพื้นที่
โครงการไม่ยอมไม่ทำ เลยต้องย้ายไปทำพื้นที่อื่น
    
พร้อมกับทำลายแกนนำ ด้วยการชักชวนไปกินอาหาร นั่งร้านน้ำชา แล้วปล่อยข่าวลือว่า
รับเงินจากกรมชลประทานมาแล้ว
    
ตอนที่อาจารย์นุกูล รัตนดากุลเอง เปลี่ยนจากรถมอเตอร์ไซต์ไปใช้รถยนต์ ก็มีการปล่อย
ข่าวลือว่า รับเงินจากต่างประเทศมาต่อต้านเขื่อน
    
ตอนไปประชุมเรื่องทรัพยากรน้ำที่สุราษฏร์ธานี กรมชลประทานไปร่วมด้วย มีคนให้ลูกน้อง
มาถ่ายรูปอาจารย์นุกูล รัตนดากุล นั่งคุยกับคนของกรมชลประทาน นำกลับไปโชว์ในที่ประชุม
ชาวบ้านเกะรอ บอกว่าเห็นไหมอาจารย์นุกูล เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อนแล้ว โชคดีที่ชาวบ้าน
โทรศัพท์มาถามเจ้าตัว งานนี้กว่าจะเคลียร์ให้ชาวบ้านเข้าใจได้ใช้เวลานานพอสมควร
    
บางคนก็ถูกฆ่า โดยอาศัยสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มากลบเกลื่อน
เยาวชนที่เคยร่วมงานกับทีมวิจัยหายไปหลายคน ชาวบ้านพึ่งตำรวจไม่ได้ พึ่งทหารไม่ได้
หวาดระแวงกันไปหมด
    
ที่สำคัญ ก็คือ พวกเขาอ้างว่าเป็นโครงการพระราชดำริ
    
ที่พรุโต๊ะแนแว ชาวบ้านลุกขึ้นมาประท้วง นายอำเภอก็เอากำนันเข้ามาคุยกับชาวบ้าน
จนชาวบ้านไม่กล้าสู้
    
“เราจัดเวทีเชิญผู้ใหญ่บ้านมาร่วมด้วย ชาวบ้านก็ไม่กล้าพูด หน่วยงานรัฐมักใช้วิธีการแบบนี้
แต่ก็มีหน่วยงานรัฐบางหน่วยงานอยู่ฝ่ายเราก็มี ทหารเมื่อก่อนก็อยู่กับชาวบ้าน แต่พอนานเข้า
กลับมายุให้ชาวบ้านเห็นดีเห็นงามกับการสร้างเขื่อน” เป็นคำบอกเล่าของอาจารย์นุกูล รัตนดากุล
    
อาจารย์นุกูล รัตนดากุล เชื่อว่าเขื่อนสายบุรีเกิดขึ้น เพราะต้องการน้ำไปใช้ในการปลูกปาล์ม
การฟื้นนาร้างปลูกข้าวให้ได้ 2 ครั้งต่อปี แก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของพรุต่างๆ ในพื้นที่ 
จากการเข้าไปพัฒนาโดยขาดความรู้ เช่น ที่บาเจาะกรมชลประทานระบายน้ำออกจากพรุหมด
ทำให้ดินเปรี้ยว เลยต้องแก้ปัญหาด้วยการดึงน้ำเข้าไปใช้
    
รวมทั้งต้องการใช้น้ำในนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล และโรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ
    
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ยังไม่ค่อยมีคนทราบว่า ในแผนพัฒนาภาค ของสำนักงาน
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับสมบูรณ์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2551
กำหนดให้จังหวัดปัตตานี มีนิคมอุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งต้องใช้น้ำมหาศาลรวมอยู่ด้วย
    
มาถึงช่วงนี้ อาจารย์นุกูล รัตนดากุล เล่าถึงสถานการณ์ของทรัพยากรในลุ่มน้ำสายบุรี
นาข้าวถูกบุกกลายเป็นสวนปาล์มจำนวนมาก เพราะขณะนี้มีกองทุนให้ทุนปลูกปาล์ม
จนชาวบ้านแทบไม่ต้องออกเงินสักบาท ไม่ว่าจะขุดหลุมปลูก แจกเมล็ดพันธุ์
ทุกอย่างฟรีหมด
    
ปัญหาคือชาวบ้าน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีความรู้เรื่องปาล์ม ไม่รู้ว่าพันธุ์ที่ได้มา
เป็นพันธุ์อะไร ให้ผลผลิตแค่ไหน จะดูแลรักษาอย่างไร สำหรับชาวบ้านแล้วเสี่ยงมาก
 เพราะถ้าผลผลิตไม่คุ้มทุน เท่ากับเสียโอกาสทำมาหากินในที่ดินแปลงนั้นไปหลายปี
ตอนนี้ชาวบ้านจึงปลูกยางพารา เสริมเข้าไประหว่างต้นปาล์ม เพื่อประกันความเสี่ยง
    
เท่าที่ศึกษาพบว่า การตั้งโรงงานปาล์มน้ำมัน จะต้องมีสวนปาล์มกว่า 6 หมื่นไร่
เลยตั้งเป้าปลูกปาล์มไว้ที่ 1 แสนไร่ พร้อมทั้งยังออกเอกสารสิทธิ์ให้กับคนปลูกปาล์ม
เพื่อเป็นแรงจูงใจ คนละ 20 ไร่ด้วย
    
ส่วนนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล เท่าที่สำรวจชาวบ้านไม่ได้คัดค้าน เพียงแต่เป็นห่วง
เรื่องการแย่งใช้ทรัพยากรในพื้นที่ เช่น น้ำ
    
“ที่นี่คือสนามรบในสงครามแย่งชิงทรัพยากร”
    
เป็นบทสรุปของ “อาจารย์นุกูล รัตนดากุล”


    

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net