วันที่ จันทร์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คนสะบ้าย้อยไม่เอาเหมืองลิกไนต์


กฟผ.’สะอึกผลสำรวจชัด
คนสะบ้าย้อยไม่เอาเหมืองลิกไนต์

จิระพันธ์ เดมะ

จะเนื่องเพราะแผนพัฒนาภาคใต้ของภาครัฐ กำนำพาภาคใต้ไปสู่
เมืองอุตสาหกรรม ตลอดแนวทั้ง 2 ชายฝั่ง ขณะที่ฝั่งอันดามันเน้น
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทางฝั่งอ่าวไทยก็เน้นอุตสาหกรรมไล่
มาตั้งตั้งจังหวัดชุมพร ไปจนถึงจังหวัดปัตตานี
    
จึงอย่าได้แปลกใจ ที่ทั้งเขื่อน ทั้งการจัดการแหล่งน้ำ และแหล่ง
พลังงาน กลายเป็นแผนงานหลักที่รัฐกำลังดำเนินการอย่างเอาการ
เอางานยิ่ง
    
เมื่อต้นปี 2552 ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่พยายาม
จะเปิดเหมืองถ่านหินลิกไนต์สะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เพื่อสร้าง
โรงไฟฟ้ามาเนิ่นนานหลายปี แต่ถูกต่อต้านจากชาวบ้านมาตลอด
ก็ฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง
    
คราวนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ
ศึกษาผลดีผลเสียของการดำเนินงานโครงการศึกษาการมีส่วนร่วม
การพัฒนาแหล่งลิกไนต์สะบ้าย้อย โดยดึงบรรดาคณาจารย์จาก
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีเข้าร่วมเป็นคณะ
กรรมการชุดนี้กันอย่างหนาตา
    
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2552 มีการประชุมคณะกรรมการฯ ชุดที่ว่านี้
เป็นครั้งที่ 2/2552 มีสนธิ เตชานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
เป็นประธาน ในส่วนของคณะกรรมการ ประกอบด้วย ตัวแทนการ
ไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาเขตปัตตานี ผู้นำศาสนา และนักการเมืองท้องถิ่นในอำเภอสะบ้าย้อย
จังหวัดสงขลา เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุมCEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัด
สงขลา ประมาณ 50 คน
    
ประเด็นที่น่าสนใจ จากที่ประชุมครั้งนี้ เป็นข้อมูลจาก จิระพันธ์ เดมะ
นักวิชาการจากมหาวิทยาลันสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ในฐานะ
หัวหน้าคณะศึกษาและทำความเข้าใจผลดีผลเสียและรูปแบบการพัฒนา
แหล่งลิกไนต์สะบ้าย้อยที่เหมาะสม
    
จิระพันธ์ เดมะ นำเสนอข้อมูลจากการสำรวจครั้งที่ 1 ในตำบลทุ่งพอ
อำเภอสะบ้าย้อย ซึ่งเป็นที่ตั้งของแหล่งลิกไนต์สะบ้าย้อย ที่เริ่มสำรวจ
มาตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2552 โดยจัดเสวนากลุ่มย่อยไปแล้ว 5 กลุ่ม
จากทั้งหมด 7 กลุ่ม และการตอบแบบสอบถามของชาวบ้านทั้ง 8 หมู่บ้าน
ในตำบลทุ่งพอ
    
ผลการสำรวจครั้งที่ 1 สรุปว่า ในเรื่องความรู้ความเข้าใจนั้น ชาวบ้านรู้
แต่ยังคลุมเครือ ไม่รู้จริง รู้มาจากการบอกเล่าต่อๆ กันมา มีเพียงส่วนน้อย
ที่รู้จริงจากการไปดูงานที่อื่น แต่ก็รู้ไม่หมด ส่งผลให้ชาวบ้าน ยังไม่แน่ใจ
ถึงผลดีผลเสียของเหมืองถ่านหินลิกไนต์ และโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์
    
ส่วนทัศนคติที่มีต่อโครงการนั้น ส่วนใหญ่ชาวบ้านไม่ยอมรับ ที่จะให้ทำเหมือง
ถ่านหินลิกไนต์ และโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์สะบ้าย้อย รวมทั้งไม่ยอมให้ศึกษาด้วย
มีเพียงบางส่วนเท่านนั้น ที่ยินยอมแบบมีเงื่อนไข ขณะที่บางส่วนยังไม่ตัดสินใจ
หรือไม่แน่ใจ
    
สำหรับข้อกังวลที่พบ คือ ทางราชการไม่ยอมรับข้อคัดค้านหรือเหตุผลของชุมชน
    
คำถามของชาวบ้าน ก็คือ ถ้าต้องจำยอมให้มีการทำเหมืองถ่านหินลิกไนต์ 
และโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์  ชาวบ้านในพื้นที่ทำเหมือง จะย้ายไปอยู่ที่ไหน
จะอยู่กันอย่างไร จะมีที่ดินทำกินหรือไม่ ศาสนสถานจะเป็นอย่างไร
และสายสัมพันธ์ของคนในชุมชนจะล่มสลายหรือเปล่า
    
นอกจากนี้ ชุมชนยังมีข้อเสนอแนะว่า ต้องการให้มีการทำประชาคมในชุมชน
เพื่อให้ชาวบ้านได้รู้ข้อมูลและเข้าใจร่วมกันทั้งหมู่บ้าน รวมทั้งขอให้มีการ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และประสบการณ์ของหมู่บ้านอื่นๆ ด้วย
    
ประเด็นที่สังเกต ก็คือ ผลการสำรวจระบุชัดเจนว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย
และไม่ยอมให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เข้าร่วมกระบวนการศึกษา
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้วยเชื่อว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จะไม่ยุติ
แค่เพียงเข้าร่วมศึกษาเท่านั้น
    
ขณะที่บางส่วนยินยอมให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิติแห่งประเทศไทยเข้ามามีส่วนร่วม
ในการศึกษา แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ชาวบ้านพอใจด้วย นอกจากนั้น ยังไม่ได้
ตัดสินใจหรือยังไม่แน่ใจว่าจะให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เข้ามามี
ส่วนร่วมศึกษาด้วยหรือไม่
    
ถึงกระนั้น จิระพันธ์ เดมะ เชื่อว่า การดำเนินการระยะต่อไป ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ร่วมกันของชาวบ้าน ที่จะมีการอบรมให้ความรู้ มีการทำประชาคมในชุมชน
และศึกษาดูงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยน่าจะเข้าไปมีส่วนร่วมได้
    
สุกรี หะยีสาแม อาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี หนึ่งในคณะผู้ศึกษา
ได้นำเสนอตัวอย่างการสำรวจด้วยแบบสอบถาม ในหมู่ที่ 7 บ้านซาว ตำบลทุ่งพอ 38 ตัวอย่าง
ในประเด็นเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการขุดถ่านหินมาใช้ประโยชน์ ผลปรากฏว่า มีผู้ตอบ
แบบสอบถามเห็นด้วยร้อยละ 3.2 ไม่เห็นด้วยร้อยละ 63.4 เฉยๆ ร้อยละ 9.6 และไม่แน่ใจ
ร้อยละ 23.9
    
ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนในชุมชนบ้านซาวส่วนใหญ่เห็นด้วย ที่จะให้ดำเนินโครงการพัฒนาเหมือง
ลิกไนต์สะบ้าย้อย
    
“ปัญหาที่พบ คือ ชาวบ้านมีความเข้าใจว่า การเข้าไปสำรวจ คือ การเข้าไปดำเนินโครงการ
ตรงจุดนี้จำเป็นต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้านให้ชัดเจน”
    
เป็นคำเสนอแนะต่อคณะกรรมการฯ ของสุกรี หะยีสาแม
    
เมื่อผลการสำรวจออกมาเช่นนี้ ณรงค์ศักดิ์ วิเชษฐ์พันธ์ ที่ปรึกษาการไฟฟ้าฝ่ายผลิต
แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้มาตั้งแต่เริ่มต้น จนเกษียณอายุจากการ
ไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยแล้ว ก็ยังตามมาเป็นที่ปรึกษา บอกว่า หากการผลการสำรวจ
ครั้งต่อๆ ไปยังพบว่า ชาวบ้านไม่เห็นด้วยเหมือนเดิม คงต้องพับโครงการนี้ไว้
    
แตกต่างจากท่าทีของ สนธิ เตชานันท์ ที่กล่าวว่า ถ้าผลการสำรวจพบความเปลี่ยนแปลง
ไปในทางที่ดีขึ้น ก็ให้พยายามต่อไป แม้ต้องใช้เวลานานก็ตาม ต้องอดทน
    
ถึงกระนั้น ดูเหมือนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ยังคงพยายามที่จะเดินหน้าต่อไป
อันเห็นได้ชัดจากท่าทีของ สุทธิพงษ์ เทพพิทักษ์ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต
แห่งประเทศไทย ที่แจ้งต่อที่ประชุมว่า จะขยายระยะเวลาการศึกษาจากเดิมที่กำหนดจะสิ้นสุด
ในเดือนตุลาคม 2552 ออกไปอีก
    
จากนั้น จึงจะทำแผนให้การศึกษา เพื่อให้ความรู้กับชาวบ้านในขั้นตอนต่อไป

สุทธิพงษ์ เทพพิทักษ์

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net