วันที่ จันทร์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แพร่งที่หก


เมื่อปีที่แล้ว หลังจากดู 4 แพร่งในโรงหนังจบ ผมมาเขียนบล็อกวิจารณ์ไว้โดยตั้งชื่อบล็อกว่า แพร่งที่ “ห้า” อยู่ที่

http://www.oknation.net/blog/digitalmedia/2008/05/05/entry-1

จนวันนี้ทีมสร้างชุดเดิมสร้าง 5 แพร่งออกมาจนกลายเป็นหนังที่โด่งดังมาแรงที่สุดช่วงนี้
ผมก็เพิ่งไปดูมาเมื่อศุกร์ที่แล้ว เลยอยากเขียนวิจารณ์ซะหน่อย ในความเห็นส่วนตัว
และก็เลยขอตั้งชื่อบล็อกนี้สไตล์เดิมว่านี่คือ แพร่งที่ “หก” นะครับ :)

ห้าแพร่ง ผลงาน 5 ผู้กำกับหนังค่าย GTH 4 ท่านคุ้นเคยกันดีกับผลงานหลายชิ้น
อีกหนึ่งท่านเป็นผู้อำนวยการสร้าง ที่ลองผันตัวมากำกับบ้าง

ถือว่าเป็นหนังไทยที่อยู่ในการสร้างที่ได้มาตรฐาน กล้าคิด กล้าทำ ตั้งใจกันดี
มีแนวคิด และอะไรต่อมิอะไรซ่อนไว้ ให้ค้นหามากกว่าภาพที่เห็นอยู่ เรียกได้ว่าทำการบ้านกันมา
อย่างดี

ทีสำคัญการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในช่วงแรกที่ “เจิด” มาก (ขอยืมคำที่ทาทาพูดบ่อยมาใช้)
ทำให้ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี เมื่อรวมกับคุณภาพงาน ตอนนี้ผมพบว่ามันกลายเป็น
การประชาสัมพันธ์แบบปากต่อปากที่มีคุณภาพสูงมากจริง ๆ ในเว็บบอร์ดที่ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งใน
Twitter

เอาล่ะครับ

เรื่องที่ผมจะเขียนหลังจากเส้นสีแดงข้างล่างนี้ อาจเปิดเผยเนื้อหาสำคัญในหนัง
ใครกำลังจะไปดู กรุณาอย่าอ่านต่อจากนี้ครับ

เปิดเรื่องขึ้นด้วย ภาพเปิดเรื่องที่สวยงามมาก นั่นคืออีกา เกาะหลักกิโลเมตรที่ 55
เริ่มการเดินทางของเรื่อง ผมว่าหมายถึงทั้ง 5 แพร่ง และยังหมายถึง 55 (หัวเราะ) ได้ด้วย

 

เอาละครับ มาดูกันเป็นแพร่ง ๆ ไป ตามลำดับครับ

หลาวชะโอน

ตอนแรก และเป็นตอนที่ชอบที่สุด เพราะลงตัวที่สุดในแง่การถ่ายทำ มุมกล้อง บท
และ เทคนิคพิเศษ

หลาวชะโอน ผูกเรื่องอย่างมีชั้นเชิง จากเหตุการณ์จริงในยุคนี้ (แกงค์ปาหิน)
ผนวกเข้ากับประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อในของผู้คนโดยเฉพาะในหลักศาสนา เรื่องกรรม

การถ่ายภาพซึ่งเหมือนโฆษณาการท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ คือสวยงาม
แต่ให้อารมณ์น่าสะพรึงกลัวในแบบไทย ๆ ดีมาก

ตอนกลางเรื่อง คำพูดของตัวละคร เกี่ยวกับบางสิ่งที่ไป และบางอย่างที่จะมาแทนที่
ผมว่า ทำให้คนดูส่วนใหญ่ รู้คำตอบได้เลยว่า ที่สุดแล้วยังไงซะ ตัวเอกจะต้องกลายไปเป็นอะไร
ในตอนจบ

แต่ถึงกระนั้น ก็ยังน่าสนใจมาก…ว่าในแบบไหน…อย่างไร
และหนังก็ทำออกมาได้แบบว่า น่าขนลุก!

เรื่องนี้ซ่อนของไว้เยอะครับ ในการแทนความหมาย สัญลักษณ์เพียบ
ตุ๊กแกโดนงูกินตับเนียนมาก งานการทำเสียงประกอบก็ยอดเยี่ยม

ผมชอบนะครับที่ CG คราวนี้ไม่เปิดเผยหน้าตาของเปรตในเรื่องอะไรมาก
แต่มีชั้นเชิงกว่าตรงที่ทำให้คนดูได้กลัว และหลอนไปด้วยจินตนาการของตัวเอง

ชื่นชม คุณอาภาศิริ นิติพน ที่แสดงเป็นแม่ด้วยว่า แสดงได้น่าประทับใจครับ
ถึงจะออกมาสั้น ๆ ก็ตาม สำหรับดารานำ น้องเก้า ก็มีแววจะเป็นนักแสดงคุณภาพประดับวงการหนังอีกคน

ก็ต้องบอกว่า ผู้กำกับของเรื่อง คุณปวีณ ภูริจิตปัญญา แก้ตัวได้สำเร็จ และอย่างน่าประทับใจด้วยครับ
จากยันต์สั่งตายใน 4 แพร่ง ที่ผมชอบน้อยที่สุด (ถึงขั้นผิดหวัง) เมื่อครั้งก่อน
ทั้งที่ชื่นชมเขามากจาก บอดี้ศพ 19

คราวนี้เขากลับมาพร้อมผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถที่น่าจับตามองเหมือนเคย
และผมจะรอดูหนังเรื่องเต็มๆ ของเขาต่อไป

ห้องเตียงรวม

กำกับโดยคุณวิสูตร พูลวรลักษณ์ บอสใหญ่ GTH เป็นผลงานที่คงต้องให้กำลังใจกันต่อไปครับ
ด้วยความสั้นของพลอตเรื่อง แนวไสยศาสตร์ ที่ไม่มีอะไรมากซะจน ดูธรรมดาไป

ในส่วนดารานำ แดน วรเวช แสดงสีหน้า อารมณ์ได้ดีพอตัวครับ
แต่อย่างที่บอกว่า มันสั้น และไม่แปลกใหม่ รวมมีบทสรุปที่ลงตัวแบบเดาทางได้
สำหรับคนชอบดูหนังอย่างผม

เรื่องนี้ดูแล้ว เหมือนหนังฝรั่งเรื่องที่ Kate Hudson แสดงเรื่องหนึ่งครับ
เพียงแต่เรื่องนั้นทำผมอึ้ง เพราะเธอสวยมาก เอ้ย ไม่ใช่ เพราะจุดไคลแมกซ์ในเรื่องนั้นถือ
ได้ว่ายอดเยี่ยมทีเดียวเชียว หามาดูกันได้ครับกับ Skeleton Key

แต่สิ่งที่ผมจำได้มากกว่าบทสรุปคือ พยาบาลคนนึงในเรื่องสวยดี (คุณซี – ceemeagain)
แม้จะออกมาแป๊บเดียว :)

จุดเชื่อมโยง :
ที่ได้รับการ confirm มาจากเว็บพันทิป (ผมไม่ได้สังเกตุ และคงไม่ดูอีกรอบ)
คือแดน ก็คือตี้ที่ขับรถมอเตอร์ไซต์ให้เป้ ไปปาหิน ในแพร่งแรก….
(คนที่ไปดูสองรอบขึ้นไป บอกมาว่าเสียงในแพร่งแรกของคนขี่มอเตอร์ไซต์นั้น คือเสียงของแดน
100%)

หนังสั้น ของวิจารณ์สั้น ๆ นะครับ ต่อไปเลยที่

Backpackers

- ซอมบี้ไทย หัวใจนักกรีฑา

หนุ่มสาวนักโบกรถชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่คาดคิดว่า จะได้เจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
เมื่อรถที่โบก กลายเป็นรถขนศพแรงงานต่างด้าว ซึ่งโดนบังคับให้กลืนยาเสพติดมาด้วย
จนตายทั้งคันรถ และกลายเป็นซอมบี้ไป เพราะอะไร …เพราะยา หรือเพราะอะไร
ไม่มีใครรู้ แต่ที่รู้ ๆ เพราะผู้กำกับครับ (ฮา)

เรื่องนี้ในแพร่งนี้ เป็นเรื่องที่โดยส่วนตัวผมชอบน้อยที่สุด แต่ไม่ใช่ว่าจะเลวร้ายอะไร
ผมว่าผู้กำกับ คุณทรงยศ สุขมากอนันต์ ใส่ไอเดียเก๋ ๆ ซ่อนแนวคิดไว้เยอะ
และตั้งใจมากเชียวแหละ เพียงแต่ว่า ทุกอย่างรวมกัน มันขาด ๆ เกิน ๆ ไม่โดนใจเท่านั้นเอง

ซอมบี้ไทย หัวใจนักกรีฑา (เพราะวิ่งเร็วมากกกก) เนี่ย มีฉากให้ลุ้นกันมันพอสมควร
แต่ที่มาที่ไป และหลาย ๆ อย่างเหมือนจะไม่ลงตัว คือไม่ได้ทำให้รู้สึกเชื่อไปกับบทหนัง

ฉากที่รถมาหยุดเพื่อทิ้งศพ ระยะเวลาที่สองคน (แน๊กและบุ๋มบิ๋ม) ไปท้ายรถ
จนถึงขนศพ ทีละศพจากรถไปกองทิ้ง ได้มากมายขนาดนั้น กว่าแน๊ก จะผ่าท้องศพ
เพื่อแสดงให้ดูว่ายัดยาบ้ามาสองคนทะเลาะกัน มันน่าจะเป็นเวลาที่ยาวนานมากพอควร
เกินกว่าการตัดสินใจของหนุ่มสาวญี่ปุ่นในเรื่อง ที่จะคิดหนี หรือแอบตามลงมาดูตามจังหวะ
ภาพที่ตัดออกมาในเรื่องครับ ฯลฯ อีกหลายจุด ทิ้งคำถามไว้ให้มากแบบที่ถามแล้วต้องตอบว่า
ก็แล้วแต่ผู้กำกับอ่ะ จะเอาเหตุผลอะไรกับหนังผี เพราะมีผี ..นี่ก็ไม่มีเหตุผลแล้ว :)

สรุป…ซอมบี้เป็นผีฝรั่ง ย่อมไม่กลัวพระ หรืออีกนัยหนึ่งที่ผู้กำกับอยากจะบอกน่าจะเป็น
การสื่อสารว่าคนที่เสพยา ไม่เคยมีสติระลึก ผิดชอบชั่วดีอะไรอยู่แล้ว ดังนั้นซอมบี้ติดยายิ่งไม่ต้องพูดถึง

แค่พระหรือจะเว้น! …แฮ่….กระโดด..งับ!

จุดเชื่อมโยง (อันนี้ก็อ่านมาจากพันทิป) พระที่บิณฑบาตรอยู่นั้นคือพระที่อยู่ในแพร่งแรก
หลาวชะโอน ครับ อืม…จริงหรือเปล่า ไม่รู้ครับ มันไม่ชัดขนาดนั้น.
และรถที่จอดอยู่หน้าทางรถไฟ ก็กลายมาเป็นรถในเต้นท์รถในตอนถัดมา confirm กันได้
ด้วยป้ายทะเบียนรถเลยทีเดียว

รถมือสอง

กำกับโดย คุณภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ที่กำกับ 4 แพร่งเรื่องสุดท้าย (เที่ยวบิน....ที่น้องพลอยเล่น)
มาคราวนี้ก็โอเคครับ แต่สำหรับผมคือความชอบระดับปานกลาง

คุณนิโคล เทริโอ ทิ้งไมค์มา เล่นเป็นคุณแม่ Single Mom ที่ต้องเลี้ยงลูกโดยลำพัง
ในธุรกิจที่น่าจะไปได้ดีมาก นั่นคือเต้นท์ขายรถมือสอง (แบบย้อมแมวขาย) เอาเปรียบผู้คนไปวัน ๆ

ด้วยการแสดงของเธอ ซึ่งก็ทำได้ดี และชีวิตจริงของเธอ ก็คือแม่ลูกหนึ่งเช่นกัน
ทำให้เราเชื่อได้ไม่ยากเลยกับบทบาทนี้ ในภาพความเป็นแม่

เพียงแต่ผมคิดว่า ถ้าในชีวิตจริงนั้น เธอไม่มีทางทิ้งลูก แบบปล่อยประละเลย
ให้ลูกไปเล่นตามลำพัง แบบในหนังแน่ ๆ ครับ

ผีที่ซ่อนอยู่ในรถแต่ละคัน ก็หลากหลายสไตล์ผี เข้าใจนำเสนอดีครับ แต่หลายผี ผมว่ามันธรรมดานะ
มีมุขโผล่มาหลอกแบบยอดนิยมออกมาให้ตกใจเป็นระยะ special effect ค่อนข้างดีครับ
ผมชอบฉากไฟไหม้ในรถ ทำได้น่ากลัวและสมจริงใช้ได้

แต่ต้องบอกว่า โดยส่วนตัวผมไม่ชอบบทสรุปของแพร่งนี้ซึ่งโหดร้ายกับเธอไปหน่อย
ย้อมแมว ไม่น่าจะโดนผีรุมขนาดนี้ แต่นั่นแหละ คงต้องเป็นด้วยผลกรรมอย่างอื่นมารวมด้วย
ถึงจบได้ร้ายแรงขนาดนี้

ตอนสุดท้าย เป็นที่กล่าวขวัญกันแบบมากมายก่ายกอง แต่กลับไม่ใช่หนังผี แฮ่…

คนกอง

กำกับโดย คุณบรรจง ปิสัญธนะกูล เจ้าของเครื่องหมายการค้า คนกลางเมื่อ 4 แพร่ง
ซึ่งผมประทับใจสูงสุด มาคราวนี้ยังคงทำได้ดีมากกกก เช่นเดิม

และเรื่องนี้ ตั้งแต่การโปรโมทชื่อเรื่อง ดูหน้าทีมนักแสดง ผมเดา ๆ ไว้ก่อนว่ามันต้องมา
แนวหักมุม ในแบบเรื่องคนกลางของ 4 แพร่งคราวก่อน แหง

ดังนั้นตอนดูจึงพยายามคิดตามดูว่าจะหลอกคนดูอย่างไรบ้าง แต่ก็เดาไม่ถูกเป๊ะ
เพราะเขาทำการบ้านมาดีครับ เรื่องนี้ เรียกได้ว่า หักมุมแล้วหักมุมอีก แต่สนุก และฮามาก
กับบทสนทนาและสี่เกลอที่เล่นกันอย่างลงตัว เข้าขา จนอยากเห็นหนังเต็ม ๆ โดยเขา
ทั้งสี่เลยนะเนี่ย

และที่หลาย ๆ คนชื่นชอบเหมือน ๆ กัน คือการแสดงของมาช่า ที่เล่นเป็นตัวเอง
แบบเสียดสี จิกกัดวงการหนัง ทำให้เธอได้รับความประทับใจไปเต็มๆ ทุกคนจึงออกจาก
โรงอย่างมีความสุข เหมือนดูหนังตลกออกมา :) จึงเข้าใจว่าไอ้หลักกิโลที่ 55
ตอนต้นเรื่อง มันคือตรงนี้แหละ 55555

สรุปเรื่องนี้ ผีหลอกไม่กลัว กลัวคนหลอก และ
มาช่า…ฆ่าทุกคน!

การเรียงเรื่องตามลำดับทั้ง 5 นี้ ทำให้อารมณ์ของคนที่ออกจากโรง ได้ยิ้มออกมาดีครับ
ผมลองคิดเล่น ๆ ว่าถ้าเรียงเรื่องแบบอื่น ๆ หนังเรืองนี้จะสร้างอารมณ์ต่าง ๆ กันไปได้

เช่น ถ้าหลาวชะโอน อยู่เรื่องสุดท้าย คนดูออกมาจะรู้สึกอีกแบบ อึ้ง ๆ คิด ๆ ตระหนก ๆ
หรือถ้า Backpacker อยู่เรื่องสุดท้ายคนดูอาจเซ็ง ๆ กันออกมา เป็นต้น

สุดท้าย ผมเอาทั้งหมดมาพลอตเป็นกราฟแต่ละเรื่อง ในความชอบระดับ ABC

ได้กราฟดังรูปข้างล่างครับ

เปิดเรื่องมาในระดับดีครับ ชอบมาก (หลาวชะโอน)
เรื่องที่สอง drop ลง ไป (ห้องเตียงรวม)
เรื่องที่สาม (Backpacker) ชอบน้อยที่สุด
เรื่องที่สี่ (รถมือสอง) ค่อยกระเตื้อง
เรื่องที่ห้า สนุก ฮา มาช่า(กล้าทำไปได้) กราฟวิ่งมาในระดับเท่ากับเรื่องแรก – (คนกอง)

กลายเป็นกราฟรูปตัว V หมายถึงเลข 5
5 แพร่งนั่นเอง (ฮา)

หาเรื่องจบแบบประหลาด ๆ จนได้…ผม :)

หวังว่าหวยงวดที่ใกล้จะถึงนี้จะไม่ออกเลข 5 นะ ไม่งั้นจะยิ่งดังใหญ่

โดย supameeh

 

กลับไปที่ www.oknation.net