วันที่ อังคาร กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อาชีพที่เลวร้ายที่สุดในโลกวิทยาศาสตร์


คุณเคยหรือเปล่าว่า เห็นภาพนักวิทยาศาสตร์ในห้องแลป ในทีวีหรือภาพยนต์แล้วรู้สึกว่า นั่นดูเป็นอาชีพที่ดีจัง  ดูโก้, หรู, มีระดับจัง  หรือ อยากเข้าไปทำงานวิทยาศาสตร์บ้างจัง


ถ้าคุณคิดเช่นนั้น คุณอาจได้เป็นผู้โชคดีคนหนึ่งที่ หลงกล กับภาพลักษณ์ของโลกมายา  ในความเป็นจริง โลกวิทยาศาสตร์นอกจากจะมีอาชีพที่อาจจะ ดูดี อย่างบนจอ  แต่ในทางกลับกัน ก็มีอาชีพในสาขาวิทยาศาสตร์อีกไม่น้อยที่นอกจากจะดู ไม่สวยหรู แล้วยังอาจจะทำให้รู้สึก สะอิดสะเอียน ก็ยังมีอยู่จริงๆ  


นิตยสาร PopSci ได้ทำการจัดทำรายชื่ออาชีพที่เลวร้ายที่สุดในโลกวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่ปี 2547  ซึ่งแต่ละปีจะมีคนที่เสนอตำแหน่งอาชีพสาขาวิทยาศาสตร์ที่เขาเห็นว่าแย่ที่สุดในสายตาเขา ซึ่งแต่ละตำแหน่งนั้นล้วนเป็นอาชีพที่มีอยู่จริงทั้งสิ้น แถมคนที่โหวดส่วนใหญ่จะเป็นคนในตำแหน่งนั้นซะเอง จึงสามารถบรรยายให้ข้อมูลได้อย่าง เห็นภาพ จนสามารถคล้อยตามได้ว่าทำไมอาชีพนี้จึงเป็นอาชีพที่แย่จริงๆ


ในบรรดารายชื่อกว่าครึ่งร้อยนั้น มีหลายตำแหน่งที่คุณเห็นแล้วอาจจะไม่เชื่อว่ามีอยู่จริง วันนี้ผู้เขียนจะขอยกอาชีพที่ตัวผู้เขียนเห็นว่า นี่แหละคือ สุดยอด ของอาชีพที่เลวร้ายที่สุดในโลกวิทยาศาสตร์ นั่นคือ อาชีพ นักดมตด !!!


ค่ะ, คุณอ่านไม่ผิดหรอกค่ะ ชื่อจริงๆของตำแหน่งนี้ในภาษาอังกฤษคือ Flatus Odor Judge ถ้าจะแปลให้ดูดีหน่อยและตรงตัวหน่อยก็น่าจะเป็น ผู้ตัดสินกลิ่นแก๊สที่ออกมาจากทวารหนัก !?!  ตำแหน่งนี้ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยนักวิจัยโรคทางระบบทางเดินอาหาร (gastroenterologist) ที่ชื่อคุณ Michael Levitt จากเมือง  มินนิอาโปลิส (Minneapolis) ของสหรัฐฯ   เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาแก๊สที่เกิดจากการย่อยอาหารของมนุษย์ (ไม่มีอะไรจะศึกษาแล้วหรือ)  เพื่อการนี้ เขาได้ว่าจ้างผู้กล้า (น่าจะบ้าด้วย) มา 2 คนเพื่อให้ดมตดของผู้ร่วมทดลองที่มีสุขภาพดี 6 คน โดยผู้ร่วมทดลองแต่ละคนจะให้รับประทานถั่วปริมาณมากเพื่อให้ได้แก๊สจำนวนมาก จากนั้นคุณหมอจะสอดท่อพลาสติกสำหรับเก็บตัวอย่างเข้าไปในทวารหนักของผู้ร่วมทดลอง (ไอ๊หยา!) เมื่อมีการ ปล่อยแก๊ส แต่ละครั้งก็จะถูกดูดไปเก็บไว้ในหลอดทดลองที่แยกไว้ต่างหาก ซึ่งในที่สุดแล้ว มีตัวอย่างให้ทำการตัดสินมากกว่า 100 ตัวอย่าง! จากนั้นผู้กล้าแต่ละคน จะทำการเปิดฝาแต่ละตัวอย่างครั้งละ 1 ตัวอย่าง และทำการสูดหายใจเอาสิ่งที่อยู่ในหลอดตัวอย่างเข้าไปให้เต็มปอด ( OH MY GOD!!) ซึ่งแต่ละคนจะต้องทำการบันทึกค่า ความเป็นพิษ ของกลิ่นตัวอย่างนั้นๆ แม้ในขณะนั้นใบหน้าของผู้ตัดสินแต่ละคนจะบิดเบี้ยวหรือทรมานมากแค่ไหนก็ตาม นอกจากจะมีการวัดกลิ่นแล้ว ตัวอย่างส่วนหนึ่งยังถูกส่งไปทำการวิเคราะห์หาองค์ประกอบทางเคมีด้วย ซึ่งทางคุณหมอ Levitt ได้ทำการสรุปออกมาว่าสารที่เป็นอันตรายที่สุดในตดของมนุษย์คือ ไฮโดรเจนซัลไฟล์ (Hydrogen Sulfide) หรือแก๊สไข่เน่านั่นเอง




อุ๊ป !! ขอประทานโทษค่ะ  ท่อพลาสติกหมดพอดี


แน่นอนว่าการทดลองนี้ต้องมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาจากนักวิจัยคนอื่นๆที่เห็นว่า เป็นการทดลองที่ไร้สาระ ซึ่งตัวคุณหมอ Levitt ได้โต้แย้งว่าที่ผ่านมา วงการแพทย์ไม่เคยมีการศึกษาแก๊สที่ร่างกายปล่อยออกมาอย่างจริงๆจังๆ  ทั้งๆที่กลิ่นของตดนั้นสามารถใช้เป็นตัวบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงในระบบทางเดินอาหารได้ ตัวอย่างเช่น แก๊สไฮโดรเจนซัสไฟล์นั้นนอกจากจะเป็นพิษต่อสัตว์แล้ว ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคในลำไส้ใหญ่อย่าง Ulcerative Colitis (ไม่รู้ภาษาไทยเรียกว่าอะไร) และอีกหลายโรค ซึ่งคุณหมอได้บอกอีกว่าเขาจะทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของตดกับโรคต่างๆ ต่อไป




ถ้าเป็นผม  ผมขอใส่หน้ากากดีกว่า


ถ้ามีการทดลองเพิ่มเติมจริง ท่านอาจจะได้อ่านเรื่อง กลิ่น ตดสามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพได้จริงหรือ ในอนาคต ฮิ ฮิ





เอกสารอ้างอิง


http://www.popsci.com/




โดย bon09

 

กลับไปที่ www.oknation.net