วันที่ อังคาร กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รู้จัก “เคย” ไหม?..... เราจะพาไปรุนเคยกัน


ไปรุนเคยกัน

 

รู้จัก “เคย” ไหม? ...แน่นอนเป็นคนใต้ต้องรู้จัก “เคย”
ตั้งแต่จำความได้และรู้จักลิ้มรสชาติความอร่อยของอาหาร 
น้ำพริกกะปิเป็นเมนูหนึ่งของอาหารมื้อเย็น
 
วัตถุสีเทาดำ บางแห่งค่อนไปทางม่วงแดง กลิ่นแรงพอใช้ เ
มื่อเป็นส่วนประกอบของอาหารได้เพิ่มรสชาติให้อร่อยไม่น้อยเลยทีเดียว

หลังอาหารมื้อเย็น
 
หลังจากฉันทานข้าวกับน้ำชุบหยำฝีมือจ๊ะเซียะ (จ๊ะแปลว่าพี่สาว) เสร็จแล้ว
ฉันขอ (ร้อง) พร้อมส่งสายตาวิงวอน เพื่อจะติดเรือจ๊ะเซียะไปรุนเคยด้วย
ในวันพรุ่งนี้  จ๊ะเซียะมองตัวฉันเพื่อประมาณน้ำหนักตัวกับกำลังแขนของเธอ
ในการแจวเรือ ก่อนที่จะพยักหน้าตอบตกลง

“พรุ่งนี้จะออกเล (ทะเล) ตอนตี 4” จ๊ะเซียะบอกฉันก่อนจะนอน และฉันภาวนา
ขอให้ฝนไม่ตก...

04.00 น. ในวันรุ่งขึ้น

จ๊ะเซียะที่ฉันพูดถึงในตอนต้น หรือ มีเซียะ  ทองแก้ว  ชาวประมงพื้นบ้าน
หมู่บ้านในหงบ ต.ตากแดด จ.พังงา เธอเป็นชาวประมงบ้านพื้นแท้ๆ
อยู่กันสองคนแม่ลูก โดยปกติจ๊ะเซียะออกทำประมงเพียงลำพังกับเรือแจว
ลำเล็กๆ

ในเรือแจวของเธอมีอวนปลากระบอก และสลิง (มีลักษณะเป็นคันรุนทำจาก
ไม้ไผ่และผ้ามุ้งสีฟ้าเย็บเป็นถุงประกอบเข้ากับคันไม้ไผ่) หรือบางแห่งจะเรียกว่า
“ละวะ” หรือ “อีลู่” (เครื่องมือประมงพื้นบ้านสำหรับรุนกุ้งเคย) บางครั้งจะเอาแห
ไปด้วยเผื่อทอดแหได้ปลาหรือกุ้ง บางวันถ้าไม่ออกไปวางอวนปลากระบอกหรือ
รุนกุ้งเคยก็จะไปตกปูดำตามป่าชายเลน
 
จ๊ะเซียะแจวเรือด้วยไม้พายคู่ ท่าทางทะมัดทะแมง แจวกันไปคุยกันไปจนแสงแรก
ของวันแย้มมาทักทาย แม้จะรับรู้มาตลอดทางว่าลำคลองบ้านในหงบที่แจวเรือมา
ตลอดทางนั้นขนาบด้วยป่าชายเลนที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งใน จ.พังงา  เมื่อถึงที่หมาย
จ๊ะเซียะมองเห็นกุ้งเคยฝูงเล็กๆ ริมชายฝั่งป่าชายเลน จึงหยิบเครื่องมือละวะ
(จะเรียกละวะ , สลิงหรืออีลู่แล้วแต่ละพื้นที่) ออกมารุนกุ้งเคย  เดินรุนตามริมชายฝั่ง
ป่าชายเลน หรือบริเวณปากคลอง  ก่อนจะรุนกุ้งเคยนั้นจะต้องดูว่ากุ้งเคยขึ้นเป็นฝูงหรือไม่
ถ้ามีจึงเดินรุน
 
จ๊ะเซียะบอกว่า “วันนี้กุ้งไม่ขึ้น” หมายถึง ไม่มีกุ้งเคย  ถ้าได้กุ้งเคย อย่างต่ำประมาณ 5
กิโลกรัม นำมาทำเป็นกะปิ ได้ 2.5 กิโลกรัม ขายส่ง กิโลกรัมละ 80 บาท ราคาขายปลีก 
กิโลกรัมละ 100 บาท และเคยได้กุ้งเคยมากที่สุด 30 กิโลกรัมต่อวัน
 
วันนี้อากาศดีมากท้องฟ้าแจ่มใส แต่เอาแน่นอนอะไรกับฝนพังงา ฟ้าภูเก็ตไม่ได้หรอก
ฤดูฝน คือช่วงที่ได้กุ้งเคยมาก อยู่ระหว่างเดือน พฤษภาคม – ธันวาคม และ ช่วงที่ได้
กุ้งเคยน้อย คือฤดูร้อน อยู่ระหว่างเดือน มกราคม – เมษายน  กุ้งเคย เป็นกุ้งขนาด
เล็กมากถึงมากที่สุด แทบจะมองไม่เห็นตัว เห็นแต่ตาสีดำๆ 
 
จ๊ะเซียะบอกว่า “กุ้งจะอยู่ตามแนวป่าชายเลน มีป่าชายเลนก็มีกุ้ง ยิ่งช่วงหน้าฝนจะได้
กุ้งเยอะ”
 
เห็นจะเป็นจริงอย่างที่จ๊ะเซียะบอก แนวป่าชายเลนที่ขนานไปตามแนวลำคลองนั้นค่อนข้าง
สมบูรณ์ ลำต้นอวบใหญ่เหยียดตรงใบสีเขียวเข้ม
 
ลองถามจ๊ะเซียะเล่นๆ ว่า “ถ้าป่าชายเลนเหลือนิดเดียวหรือมีใครสักคนมาลักลอบตัดไม้ไป
จะเป็นอย่างไรบ้างหนอ” จ๊ะเซียะหัวเราะและตอบแบบไม่ต้องคิด  “ก็ไม่มีเคย” 
(เคย คือกุ้งเคย)
 
เมื่อก่อนรู้เพียงแค่ ...คุณค่าของป่าชายเลนนั้นนำไม้มาเผาเป็นถ่านคุณภาพดี แต่แท้ที่จริง
ป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่สำคัญของชายฝั่ง และมีค่ามากกว่าเป็น “ถ่าน”
 
ดวงอาทิตย์ส่องแสงสีส้มโผล่พ้นแนวป่าชายเลนกระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบ เป็นความ
งามที่หาดูได้ยากนัก ก่อนแจวเรือกลับ วางอวนปลากระบอก 3 ครั้ง ได้ปลากระบอกขนาด
กลางไม่กี่ตัว ส่วนปลากระบอกตัวใหญ่ที่ติดอวนแล้วกำลังจะสาวอวนมาปลด แต่ปลาดันดิ้น
หลุดไปต่อหน้าต่อตา!! นั่น...อาหารมื้อเที่ยงของฉันหลุดกระเด็นลงน้ำไปต่อหน้าต่อตา
 
จ๊ะเซียะบอกว่า “ไม่เป็นไร วันนี้น้ำไม่เดิน” หมายถึง เวลาเห็นฝูงปลากระบอก กะระยะ
การปล่อยอวนปลากระบอกเพื่อให้น้ำทะเลไหลพาอวนลอยไปหาฝูงปลา  วันนี้น้ำไม่เดิน
ก็คือน้ำทะเลไม่ไหล หยุดนิ่งๆ ฉันเห็นฝูงปลากระบอกกระโดดเล่นน้ำราวกับจะเยาะเย้ย...
”ช่างเถอะ ถือว่าเป็นวันของมัน” จ๊ะเซียะบอก
 
ขากลับแจวเรือโดยใช้เส้นทางลัด เป็นลำคลองน้ำเค็มที่ขนาบด้วยป่าชายเลนหนาทึบ
แสงแดดเริ่มร้อน แต่กลับเรารู้สึกเย็นอย่างประหลาด อาจเป็นเพราะแจวเรือลัดเลาะ
ตามแนวชายฝั่งของป่าชายเลน ความร่มรื่นของป่าชายเลนช่วยบรรเทาความร้อนแรง
ของแสงแดดได้มากทีเดียว
 
จ๊ะเซียะแจวเรือถึงสะพานเทียบเรือบ้านในหงบแล้ว ฉันเดินขึ้นฝั่งพร้อม “กุ้งเคย”
และปลากระบอก อาหารมื้อเที่ยง เราหันกลับไปดูเรือแจวลำนั้น

...เรือแจวลำเล็กๆ ที่พาเราไปลัดเลาะริมแนวป่าชายเลน เรือที่ปราศจากเครื่องยนต์
เครื่องมือประมงล้วนเป็นเครื่องมือที่ไม่ทำลายสัตว์น้ำ เพราะภูมิปัญญาชาวบ้านการใช้
เครื่องมือออกแบบมาเพื่อทำประมงได้สัตว์น้ำเฉพาะอย่าง อยากกินปลาก็ใช้อวนปลา
อยากได้ปูก็ใช้อวนปู อยากได้กุ้งก็ใช้อวนกุ้ง

และทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ...การดูแลรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งของชุมชนเพื่อชุมชน
และโดยชุมชน
 
แม้ว่าจะได้กุ้งเคยเพียงนิดเดียว  จ๊ะเซียะบอกว่า ก็ไม่เป็นไร คิดเสียว่ามาแจวเรือเล่นให้สบายใจ
 
...เพราะตราบใดที่ป่าชายเลนยังอยู่ วันพรุ่งนี้ ก็ต้องได้ “เคย” แน่นอน

โดย ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้

 

กลับไปที่ www.oknation.net