วันที่ พุธ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“ลุงกอบ” ช่างจักสานคนบ้านบัว


             

ในบรรดาช่างจักสานฝีมือดีชาวบ้านบัว ชื่อของ “ลุงกอบ” หรือ “ประกอบ ปัญญารัมย์” ไม่เป็นสองรองใคร ! 

ไม่ว่าจะเป็น สุ่ม ไซ กระบุง ตะกร้า สารเพสารพัด ลุงแกล้วนแต่จัดเจน เพราะตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อหนุ่มในวัย ๒๐ ต้น ๆ ก็รู้จักสานสุ่มสานไซเอาไว้ใช้เองแล้ว

ถึงวันนี้แม้อายุอานามจะล่วงเข้าไปที่หลัก ๘๐ กว่า ๆ แล้ว แต่ทุก ๆ วันหากไม่มีธุระปะปังที่ไหนอื่นใด ลุงกอบก็มักขลุกอยู่กับการตัด การเกลาเหลาไม้ไผ่ให้ได้ขนาด และสานสานขัดขึ้นรูปเป็นเครื่องมือเครื่องใช้อยู่ใต้ถุนบ้านไม้เก่าอย่างสบายอารมณ์

“ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกสุ่มไก่ ไซ กระด้ง ของใช้แถวบ้านเรานี่แหละ” ลุงกอบเล่าเสียงเรียบ ๆ พลางตอกคมมีดฉีกไม้ไผ่ออกเป็นเส้นยาว ๆ โยนไปกองไว้รวมกันข้าง ๆ ตัว ก่อนจะเล่าถึงการฝึกฝนเริ่มต้นงานฝีมือจักสานเมื่อหลายสิบปีก่อนโน้นให้ฟัง

“ไม่มีใครสอนหรอก คนเมื่อก่อนเขาสนใจอะไรก็ไปหัดไปทำ นั่งดูผู้ใหญ่เขาทำ หัดทำตามเขา ไม่เข้าใจก็ถาม ทำทุกวันเข้ามันก็เป็นเอง เก่งเอง ยิ่งทำก็ยิ่งชำนาญ ก็ทำมาเรื่อย ๆ อย่างที่เห็น

                                                  

         

นอกจากต้องหมั่นฝึกฝนจดจำแล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ ว่ากันว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครก็ตามที่รักจะทำงานจักสาน ถือเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ต้องมีเลยก็ว่าได้

“งานแบบนี้ต้องอดทน ใจเย็น ๆ  ต้องประณีต ค่อย ๆ หัดไป คนใจร้อนอย่ามาทำเลยไม่ได้เรื่องหรอก เดี๋ยวพอสานไปสานมา ผิดลาย ข้ามลาย พอเขาบอกว่าผิดเดี๋ยวก็โกรธคนบอก จะพาลทะเลาะกันเปล่า ๆ ” ลุงแกว่ายิ้ม ๆ แล้วพูดต่อ

“ตอนนี้มีอยู่ไม่กี่คนหรอกที่สนใจ คนล่าสุดก็เมื่อหลายปีมาแล้ว เด็กมันไม่ค่อยเอาเรื่องนี้แล้ว มันคงไม่ชอบหรือไม่ก็ขี้เกียจมั้ง”   

                                       

ทุกวันนี้นอกจากรายได้จากที่ชาวบ้านร้านตลาดมาจ้างวานให้ช่วยสานกระบุง กระด้ง ตะกร้า แล้ว ลุงกอบยังมีรายได้ประจำจากร้านขายเครื่องจักสานที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งแม้ไม่มากมายอะไรแต่ก็ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ

“ก็พอได้อยู่ได้กินวันละร้อยสองร้อย อย่างสุ่มขนาดนี้ทำวันเดียวก็เสร็จ ไปส่งร้านครั้งหนึ่งก็เป็นสิบอันดีกว่าหายใจทิ้ง” แกว่าแล้วชี้ให้ดูสุ่มไก่ขนาดกลางที่วางอยู่ข้างหลัง ซึ่งทำง่ายใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง แล้วหันมาตอกคมมีดฉีกไม้ไผ่เสียงดังป๊ก ๆ ปั๊ก ๆ

 “เอ็งสนใจไหม ข้าจะสอนให้” ลุงกอบพูดทีเล่นทีจริงขณะที่ข้าพเจ้ากำลังจะขอตัวกลับ

ข้าพเจ้าไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มน้อย ๆ แล้วเดินเลี่ยงไปยกสุ่มไก่ขนาดกลางที่แม่ฝากแกสานให้ออกมาข้างนอก พลางล้วงเงิน ๑๖๐ บาทจากกระเป๋าส่งให้แก หลังจากยกมือไหวลาลุงกอบแล้วข้าพบอกกับแกจริงจังว่า

“ผมมันคนใจร้อน คงเรียนไม่ไหวหรอก ขอใช่สุ่มใช้ไซที่ลุงสานให้ก็พอแล้วครับ”

 

 

 

โดย ชาวบ้านบัว

 

กลับไปที่ www.oknation.net