วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำไม ความทรงจำผมถึงเป็นอยางนี้


..... ในวันหนึ่งผมมักจะแอบแบ่งความคิดของผมไปคิดถึง ความทรงจำในวัยเด็ก แม้ว่ามันเป็นอดีตที่ผ่านมานานมาก .... ผมก็ยังจำมันได้แม่นยำเสมอ

*** ภาคอีสานเมื่อ30 กว่าปี แถวบ้านผมแห้งแล้งมากๆ มีกลุ่มเด็กตัวเล็กอายุราวๆ 6-7 ปี ไปกันเป็นกลุ่มพร้อม หนังสะติ๊ก และหย่ามที่ทำเองจากเสษผ้าและ ถุงพลาสติก นัดกันเป็นอย่างดีว่าวันนี้ต้องไปล่านก ล่ากะปอม(กิ้งก่า) หากเทียบกับภาษาในโรงงานเขาเรียก ทำงานกันเป็นทีม ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น อิอิอิ ระยะทางสำหรับการเดินทางล่านก และกะปอมมันไม่ไช่สบายครับ หลายกิโลเอาการ หนทางไม่มีกำหนด ไม่มีทิศทางที่แน่นอน

*** เมื่อพร้อมกันก็ไปนัดเจอกันที่คูสระหนองน้ำของวัดในหมู่บ้านนั่นแหละ ต่างคนต่างมุ่งไปโดยดินเหนียวเอามาหล่อลุกกระสุน ฮะะ จากนั่นก็มีการแข่งขันก้นนิดหน่อย (ไม่ได้พนันเอาเงินหรอก) แต่พนันเอาลูกกระสุนที่พวกผมหล่อกันนี่แหละ เอาลูกกระสุนดินเหนียวที่หล่อเป็นลูกกลมๆ เสร็จใหม่ๆ ไปต้องหัวรถไฟ และตามด้วยหาง ว่ากันเป็นรอบๆ เมื่อต่อจนหมดของแต่ละคน ก็เสี่ยงระยะว่าใครจะเป็นคนยิงก่อน ใครที่โยนระยะได้ใกลกว่าเพื่อน จะได้ยิงก่อน .... มันเป็นกีฬาที่สนุกชนิดหนึ่งตามประสาเด็กชนบท มันขึ้นอยู่กับความแม่น...เมื่อเล่นได้เวลา แดดแรงๆ เราก็เอาลูกกระสุนดินเหนียวไปตากแดด แล้วก็นำใส่หย่าม ออกล่าต่อไป

*** แดดร้อน นกก็ออกบินหาอาหารตามป่าไผ่ ต้นพิมาร ต้นกาด และกิ่งก้า ก็เริ่มออกมาจากที่ซ่อนและออกมารับแดดยามเช้าๆ นั่นแหละคือเป้าหมายของพวกเราละ.....

*** ทีมเวคในการล่อสำคัญมากสำหรับกิ้งก่า เพราะมันเป็นนักกายกรรมที่ชำนาญสุดๆ หลบกระสุนได้เร็วมาก แต่ด้วยการทำงานเป็นทีม และความแม่นยำของผู้ล่า กิ้งก่าที่ว่าเก่งก็ต้องกระเด็นร่วงหล่น แม้ว่าระยะจะใกล้เพียงใด หรือว่ามันจะเปลี่ยนสีหลบซ่อนได้ดีแค่ไหนก็ตาม กิ้งก่าที่ล่ากันก็เอาพอประมาณ ว่าไปก็สงสารพวกมันเหมือนกัน เพราะขนาดพวกผมก็ร้อนกันตับแทบแตก พวกมันก็คงร้อนและดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเช่นกัน......

*** ส่วนการล่านก มันก็ต้องว่ากันในเรื่องของการย่องเงียบ และพรางตัวให้เข้ากับเงาไม้ ใบไม้ ใบหญ้า พวกนกคุ้มมันก็มีตัวดักครับแต่พวกนกเขา นกคอดหรือ นกอย่างอื่นมันไม่มี มันต้องอาศัยการพรางตัว แต่ก็มีโอกาสน้อยที่จะได้ตัวมันครับ....

*** เมื่อเดินทางออกล่ากันหลายกิโลเมตร ก็เริ่มร้อนและก็เที่ยงแล้วซิ ได้เวลาพักเที่ยงแล้ว พวกเราก็เขาซากกะปอม นกที่ยิงได้ไปทำกินกันตามประสาเด็กๆในชนบท เมนูอาหารก็ผัดเผ็ดครับ พยายามใส่เครื่องเยอะๆ จะได้กลิ่นไม่คาวมาก พวกกะปอมนั่นต้องทำให้สุกครับ เพราะเคยมีบางตัวที่ผมนำมาทำอาหาร มีพยาธิด้วย .... มองเห็นเป็นตัวๆ .......

*** จากชีวิต จากท้องนาที่แห้งแล้ง วันนั้น จนถึงวันนี้ หมู่บ้านก็มีการพัฒนาขึ้นเยอะ มีทางเสริมคอนกรีีต มีศูนย์เด็กเล็ก มีโรงเรียนมัธยม มีบ่อน้ำใหญ่ๆ แต่ว่ามันก็ไม่ได้ช่วยให้ชาวนา ทำนาได้ปีละมากกว่า 1 ครั้งครับ อยากเห็นรัฐบาลทุ่มเท และช่วยเหลือในเรื่องนี้ด่วนมากๆ แบบว่าในความฝันอะครับ คงเป็นไปไม่ได้ คงเป็นไปได้เฉพาะโครงการในเมืองหลวง ที่เกี่ยวกับตัวเลขอะไรไม่รู้ จีดีพี หรือเพิ่มการลงทุนอะไรประมาณนี้ แต่ที่ภาคอีสานก็คงเหมือนเดิม .... ความหวังที่มีนั้นแน่นอน แต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะหมดเมื่อใด... บางครอบครัวต้องออกมาทำงานก่อสร้าง ทิ้งลูกให้คนแก่เลี้ยง แล้วหากไม่ทำอย่างนี้มีหวังอดตาย ไม่ไช่ว่าไม่มีความรู้หรอกครับ ไช่อยู่ว่าความรู้ทำให้คนพัฒนาและ สร้างโอกาส แต่มันก็ไม่ไช่คำตอบที่ถูกเสมอ

*** ชาวไร่ ชาวนาก็เป็นคนไทย ที่รักและห่วงประเทศไทย แต่ก็ไม่รุ้เมื่อไหร่ที่ รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเขาเหล่านั้นบ้าง  การทะเลาะกันของนักการเมืองผมว่ามันไม่ได้อะไรมาก โดยเฉพาะกันแย่งอำนาจกัน เพราะว่าขณะที่ทะเลาะกันคนจนๆ อีกมากในประเทศเขาอาจไม่มีโอกาส หรือโอกาสของเขาเหลือน้อยเต็มที อยากให้รีบมาพัฒนาประเทศและ หันมาดูแลชาวไร่ ชาวนา คนรากหญ้าให้มันชัดเจนกว่านี้หน่อยได้ไหมครับ....

โดย vpts439

 

กลับไปที่ www.oknation.net