วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กรรมที่สักแต่ว่าทำหรือกรรมไม่เจตนา (กตัตตากรรม)


กรรมที่สักแต่ว่าทำหรือกรรมไม่เจตนา (กตัตตากรรม)


กรรมที่สักแต่ว่าทำ โดยผู้กระทำไม่มีเจตนา ไม่ได้มีความตั้งใจอย่างเต็มที่ คล้ายกับว่า ไม่เต็มใจทำ เรียกว่า กรรมไม่เจตนา หรือ กตัตตกรรม

เด็กทารกนั้น ยังไม่รู้บาปบุญคุณโทษ ย่อมทำอะไรโดยไม่มีเจตนา หรือมีเจตนาอ่อน เมื่อมารดาอุ้มไว้บนตัก ก็แตะถีบหยิกข่วนมารดาไปตามประสาทารก อย่างนี้เป็น กรรมไม่เจตนาฝ่ายชั่ว และก็ต้องย่อมได้รับผลแห่งกรรมนั้น

ชายผู้หนึ่งมีอาชีพทำนา วันหนึ่งชาวบ้านชาวเมืองได้พากันไปทำบุญ และทำการสักการบูชาแด่พระพุทธเจ้า และได้ชักชวนชาวนาผู้นี้ด้วย แต่ชาวนาผู้นี้กลับมีความเห็นผิด มองเห็นว่า การไปทำบุญนั้นเป็นการเสียประโยชน์ เสียเวลาทำมาหากิน เสียเวลาไถนา แต่เมื่อถูกชักชวนหว่านล้อม มากๆ ก็เลยพูดประชดออกไป โดยไม่มีเจตนาดูถูกดูหมิ่นพระพุทธเจ้าว่า

“พระพุทธเจ้าดีจริง แต่เราตั้งใจไว้แล้วว่า ถ้าท่านสามารถมาจับหางไถ ไถนาได้อย่างเราเมื่อไรนั่นแหละ จึงจะไปทำบุญด้วย”

เหมือนกับยุคปัจจุบัน ที่มีผู้มาบอกบุญบ่อยๆ ด้วยความไม่อยากทำบุญ ก็จะพูดประชดประชัน และบางทีก็พาลหาเรื่อง กลายเป็นเรื่องใหญ่โตไปเลยก็มี

สำหรับตัวอย่างก็มีเช่น

ได้มีผู้ศรัทธาสร้างผ้าคลุมเจดีย์ไว้อย่างสวยงาม พร้อมกับจารึกตัวอักษรไว้อย่างชัดเจน

“อุทิศถวายพระเจดีย์”

ต่อมาได้มีพายุฝน หอบเอาผ้าผืนนี้ ไปตกบนที่นาแปลงหนึ่ง ครั้นเจ้าของนามาเห็นเข้า แทนที่จะนำไปคืนพระเจดีย์ กลับนำมาทำเป็นผ้าห่มด้วยถือสิทธิ์ว่าสมบัติสวรรค์ โดยไม่ได้มีเจตนาไปลักขโมยมา แต่ก็เป็น กตัตตากรรมฝ่ายชั่ว

เศรษฐีผู้หนึ่ง เป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว ไม่ยอมบริจาคทาน หรือสละทรัพย์ให้แก่ใคร และแม้แต่ตัวเองก็ไม่ยอมใช้จ่ายทรัพย์หากไม่จำเป็น จริงๆ อาหารที่บริโภคก็เป็นอาหารเลวๆ เสื้อผ้าที่ใช้ก็ปอนๆ ขาดกระรุ่งกระริ่ง รถราก็ใช้แต่รถเก่าๆ เมื่อมีเพื่อนเตือนให้รู้จักทำบุญสุนทานเสียบ้าง ก็จะบอกว่า

“ขี้เหนียว ไม่ผิดกฏหมาย” ครั้นตายไปก็เกิดเป็นงูเหลือมเฝ้าทรัพย์

และแม้แต่พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งเขาถวายข้าวสารอาหารแห้ง ให้เป็นของสงฆ์ หรือที่เราเรียกว่า สังฆทาน แต่กลับนำของนั้นมาใช้หรือนำไปให้ผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสงฆ์ ก็เป็น กตัตตากรรมฝ่ายชั่ว พาไปสู่ ทุคติ

ลองมาดู กตัตตกรรมฝ่ายดีบ้าง

กบน้อยตัวหนึ่ง ได้ยินเสียงของพระพุทธเจ้าที่กำลังแสดงธรรม ก็เกิดความซาบซึ้งยินดีในน้ำเสียงนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่มีความเข้าใจในเนื้อความ ไม่รู้ว่าอะไรเป็นบุญ อะไรเป็นบาป

เหมือนกับพวกเราชาวพุทธ ที่ฟังพระสงฆ์สวดมนต์ ก็ให้รู้สึกปลื้มปีติจิตแน่วแน่ หารู้ความหมายในเสียงสวดมนต์นั้นไม่ แต่ก็รู้สึกเพลิดเพลินในใจมีความสุข อย่างนี้เป็นกตัตตกรรมฝ่ายดี เมื่อตายไปสามารถพาไปสู่ สุคติได้

การจับมือลูกหลานให้ถือทัพพีใส่บาตรพระ การจับมือเด็กให้ประนมมือไหว้พระ หรือสอนให้ภาวนา พุทโธๆๆ ซึ่งทารกเหล่านั้นก็แสดงกิริยาบุญไปอย่างนั้นเอง หาได้รู้ว่าหรือมีเจตนาว่าเป็นสิ่งดีมีคุณเป็นบุญเป็นกุศล เหมือนกับนกแก้ว นกขุนทอง นกสาลิกา สอนให้พูดภาษาคนได้ สอนให้สวดมนต์ได้ก็จัดเป็น กตัตตกรรมฝ่ายดี

งูเหลือมใหญ่ตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่า และได้มีพระสงฆ์ไปท่องสวดมนต์อยู่ทุกๆ วัน งูเหลือมนั้นก็ชอบใจในเสียงสวดมนต์ ตั้งใจฟังอย่างเพลิดเพลิน กุศลกรรมนี้ก็เป็น กตัตตกรรมฝ่ายดี

นกเค้าแมวตัวหนึ่ง ได้แลเห็นพระพุทธเจ้าออกบิณฑบาตรด้วยอาการสำรวม สง่างาม ก็มีจิตรักใคร่ชอบใจ จึงออกบินไปส่งครึ่งทาง เป็นประจำตลอดเวลาที่พระพุทธเจ้าได้ประทับอยู่ ณ ถ้ำที่นกเค้าแมวตัวนี้อาศัยอยู่ ไม่แต่เท่านั้น วันหนึ่งในเวลาเย็นใกล้ค่ำ ขณะตะวันกำลังสาดแสงสีเหลืองแดง นกเค้าแมวตัวนี้ถึงกับบินออกจากซอกถ้ำ ไปยืนอยู่หน้าพระพุทธองค์ พร้อมยกปีกซ้ายขวาประหนึ่งถวายความเคารพ ทั้งๆ ที่ไม่รู้บุญรู้บาป แต่กระทำไปเพราะอยากจะทำ อย่างนี้ก็เป็น กตัตตกรรมฝ่ายดี ที่นำไปสู่สุคติได้

มีบุคคลอยู่จำพวกหนึ่ง ประเภทบุญไม่ทำ กรรม (ชั่ว) ไม่สร้าง ไม่ทำอะไรให้เดือนร้อนคนอื่น แต่ก็ไม่ยอมให้คนอื่นมาละเมิดสิทธิของตนก็จัดอยู่ใน กตัตตกรรม นี้เหมือนกัน จะดีหรือชั่ว ก็แล้วแต่เหตุการณ์และการกระทำของเขา

บรรดาสัตว์บุคคลทั้งหลายที่ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่นี้ ย่อมต้องสร้างกตัตตกรรมนี้ทุกคน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับการให้ผลของกรรมกตัตตกรรม นี้เนื่องจากเป็นกรรมที่มีพลังอ่อนไม่มีเจตนาจึงไม่มีเป้าหมายที่แน่นอน เพราะฉะนั้นเมื่อท่านใดไม่มี ครุกรรม (กรรมหนัก) อาสันนกรรม (กรรมก่อนตาย) อาจิณณกรรม (กรรมทำเป็นประจำ) แล้ว กตัตตกรรม (กรรมไม่เจตนา) นี้ก็จะให้ผล อาจเป็นชาตินี้ หรือว่าชาติหน้า หรือชาติไหนๆ ก็ได้ครับ.

โดย เกี่ยวหยดเค็ม

 

กลับไปที่ www.oknation.net