วันที่ อาทิตย์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Estonia- 1 วันที่ทาลลินน์ เอสโตเนีย (3)


        เหยียบไปบนแผ่นดินอื่น ทาลลินน์ ชมพิพิธภัณฑ์

         เรือจอดเทียบท่าตรงเวลาที่ 10.30  รวมเวลาแล้วประมาณ 2 ชม.  ด้วยจำนวนคนที่หนาตา เวลาล่วงไปพอสมควร พวกเราเดินออกจากเรือ งวงช้าง ท่าเรือ  เหยียบแผ่นดิน "ทาลลินน์"  


  (นักท่องเที่ยวเดินทะยอยไปยังบริเวณเมืองเก่า และแหล่งท่องเที่ยว)

          นักท่องเที่ยวมีจำนวนมาก บ้างขึ้นรถบัสที่มารับจากโรงแรมที่นักท่องเที่ยวจองไว้ บ้างรถเมล์ บ้างรถแทกซี่ และเดิน ซึ่งรวมทั้งพวกเราด้วย

ท่าเรือกับเมืองที่เป็นจุดท่องเที่ยวเป็นเมืองเก่า

เมืองประวัติศาสตร์

เมื่องมรดกโลก Tallinn

จากท่าเรือกับเมืองเก่า อยู่ไม่ไกลกันมากนัก มองด้วยระดับสายตาเห็นจากท่าเรือ พวกเราเดินไปในอริยาบถสบาย ๆ เช่นกับนักท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่เดินกันเป็นทิวแถว

สักพักใหญ่ ๆ เราก็มาถึงกำแพงเมืองเก่าตรงบริเวณถนน Viru

ฝั่งตรงกันข้าม จะเป็นห้างสรรพสินค้า Viru ห้องสรรพสินค้า ๆ ผสมโรงแรมหรูทรงสูงกลางเมือง ที่เหมาะสำหรับนัก Shop ที่ชื่นชอบการจับจ่าย ซึ่งอยู่ในระนาบเดียวกับ กับโรงละครแห่งชาติที่เชื่อ Rahvusooper Estonia (Estonian National Opera) มีรูปปั้นสตรียกมือ บุรุษเพศนั่งกุมหน้าอก และเด็กเกาะขาสตรี  รวมทั้งสวนสาธรณะ Tammsaare Park ที่มีหญ้าเขียวสดอยู่ด้านหน้า สวนนี้ตั้งชื่อตามนักเขียน นักกวีชาวเอสโตเนีย Anton Hansen Tammsaare  ที่ในสวนจะมีรูปปั้นนั่งกอดอกของเขาใหญ่กว่าขนาดคนจริง 2-3 เท่าตั้งอยู่ด้วย

ประตูเมืองเก่าตรงจุดที่เรายืนเดินมาถึง ใช้เทคนิคเรียงหิน เป็นเอกลักษณ์ที่เป็นที่สะดุดตาอีกแห่งหนึ่ง มีป้อมปราการอยู่ซ้ายขวาทรงกลม คล้ายดินสอเหลายอดแหลม และมีเชิงเทิน  มีตัวกำแพงที่ดูก่ออิฐอย่างหนามั่นคง เป็นคล้ายกำแพงเมืองในประวัติศาสตร์ เพื่อป้องศัตรู

 มีร้านดอกไม้ริมสองฟากทาง ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ถามราคา แต่บางรายก็เลือกที่จะถ่ายรูปกันดอกไม้

เพราะดอกไม้สีสันต์สดใส และสวย

คนเดินกันขวักไขว่

 เราเดินชมกันตามอัธยาศัย ถ่ายรูป ดูราคาสิ่งของ

          อ้วน ในฐานะที่เคยมีประสบการณ์เดินทางหลายครั้งที่ทาลลินน์ เธอบอกเล่าว่า

ทาลลินน์เป็นเมืองหลวงของเอสโตเนีย เป็นเมืองท่าที่สำคัญ รวมทั้งเป็นเมืองที่ใหญ่สุดของประเทศ และเขตที่เรากำลังเดินอยู่นี้เป็นเขตเมืองเก่า ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองท่าสำคัญ อยู่ภายใต้การปกครองของอดีตสหภาพโซเวียต และเป็นเอกราชเมื่อ พ.ศ.2534

สองฟากฝั่งที่เราเดินซ้ายขวาจะมีร้านเครื่องดื่ม ร้านอาหาร

ฝรั่งส่วนใหญ่จะนั่งดี่มรับแสงแดด ถ่ายรูปชมเมือง

เมื่อเราหลุดจากบริเวณนี้

เดินไปอีกไม่ไกลตามถนน Niguliste จะเห็นโบสถ์ St. Nicholas' Church ทรงสูง ที่มีเอกลักษณ์ตระหง่าน

อ้วนบอกว่าเป็นโบสถ์คริสต์ และเป็นพิพิธภัณฑ์

Niguliste Museum ชื่อเช่นเดียวกับถนน

พวกเราจึงตกลงเข้าไปชมในโบสถ์ St. Nicholas' Church และภายในถูกปรับปรุง จัดแสดงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ Niguliste Museum ในอาคารเดียวกัน  โดยวัตถุจัดแสดงจะอยู่รอบนอกในส่วนที่เป็นศาสนาสถาน จะมีเก้าอี้เป็นแนวยาว สำหรับสวดมนต์ฟังเทศน์  

โบสถ์ St. Nicholas' Church ถูกสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ประมาณ ค.ศ.1230

ต่อมาถูกดัดแปลงเป็นที่จัดแสดงงานศิลปะ จัดคอนเสิร์ต จนกระทั่งจัดทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการใน ค.ศ.1919  และก็มีการปรับไปตามสถานการณ์บ่อย ๆ จนลงตัว อีกครั้งใน ค.ศ.1991   

เป็น Niguliste Museum

ผ่านประตูชั้นแรก เจ้าหน้าที่ชายใส่สูท ผูกไทน์ แนะนำพร้อมชี้มือไปยังจุดขายตั๋วซึ่งอยู่ชั้นใต้ดินของโบสถ์ที่ถูกดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์  พวกเราไปถึงเจ้าหน้าที่หญิง

ค่าเข้าชมตกคนละ 50  ครูน เอสโตเนีย  (3.2 Euro)

          พวกเราจึงเดินไปยังตัวกลางฐานโบสถ์  ที่มีการจัดแสดงภาพวาด รูปปั้นและเครื่องใช้

          เกี่ยวข้องคริสต์ศาสนา ที่เด่น ๆ ก็เช่นภาพพระเยซูถูกตรึงกางเขน (The Altar of Christs Passion) รวมทั้งภาพที่ชื่อว่า  Danse Macabre ที่วาดตอนปลายศตวรรษที่ 15 มีความโดดเด่นและเป็นภาพเรื่องชื่อของพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งห้องที่จัดแสดงเครื่องเงิน ที่สวยอย่างมีสไตน์

          (ห้ามถ่ายรูป)

          เป็นภาพกล้องติดอยู่ทั่วไป

          จึงไม่มีภาพที่เราถ่ายเอง

          อยากดูภาพเพิ่มเติมไปที่เว็บของ พิพิธภัณฑ์(http://www.ekm.ee/eng/niguliste.php?id=136)

          พวกเราเดินชมกันได้อารมณ์ ตามความชอบและไม่ชอบของแต่ละคน

          จึงเดินออกจากพิพิธภัณฑ์ เดินต่อไป ตามถนน  Kullassepa

          ปลายทาง Tallinn City Town Hall

                                            


                  ห้างและโรงแรมViru ตั้งชื่อตามถนน

     ศูนย์รวมแหล่ง Shopping ห้าง Viru กลางเมือง Tallinn

  

โรงละครแห่งชาติ ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับกำแพงเมืองเก่าด้านถนน Viru

สวนสาธารณะที่อยู่ด้านหน้าห้าง Viru ตั้งตามชื่อนักเขียน
                            Anton Hansen Tammsaare 

              (กำแพงด้านถนน Viru กับบรรยาศ 2 ฟากข้าง)

               (กำแพงด้านถนน Viru กับบรรยาศ 2 ฟากข้าง)

           (กำแพงด้านถนน Viru กับบรรยาศ 2 ฟากข้าง)

(บริเวณทางเข้ากำแพงเมืองเก่าจะเห็นป้อมทรงสูงอยู่ ตรงบริเวณด้านถนน Viru)

    (นักท่องเที่ยวเดินกันหนาตาเมื่อผ่านกำแพงเมืองเข้าไป้ด้านใน) 

(ส่วนยอดของโบสถ์ St. Nicholas' Church ที่ด้านในถูดจัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์)

  

          

  ด้านนอก และด้านในของ โบสถ์ St. Nicholas' Church(ภาพจากเว็บ)

                Danse Macabre (ภาพจากเว็บด้านในห้ามถ่ายภาพ)

              The Altar of Christs Passion(ภาพจากเว็บ)

ชมภาพ Tallinn

ฝีมือคุณ Theeratat ฝีมือถ่ายรูปงามอย่าบอกใคร

http://www.oknation.net/blog/theeratatt2/2008/11/09/entry-1 

โดย โมไนยพจน์

 

กลับไปที่ www.oknation.net