วันที่ อังคาร กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จังหวัดศรีสะเกษ


แหล่งที่มา  http://th.wikipedia.org/wiki/

 

จังหวัดศรีสะเกษ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

คำขวัญ

 

ศรีสะเกษ แดนปราสาทขอม หอมกระเทียมดี มีสวนสมเด็จ เขตดงลำดวน หลากล้วนวัฒนธรรม เลิศล้ำสามัคคี

 

ข้อมูลทั่วไป

ชื่ออักษรไทย

ศรีสะเกษ

 

ชื่ออักษรโรมัน

Si Sa Ket

 

ต้นไม้ประจำจังหวัด

ลำดวน

 

ดอกไม้ประจำจังหวัด

ลำดวน

 

ข้อมูลสถิติ

 

พื้นที่

8,840.0 ตร.กม.
(อันดับที่ 21)

 

 ประชากร

1,441,412 คน[1] (พ.ศ. 2551)
(อันดับที่ 9)

 

ความหนาแน่น

163.06 คน/ตร.กม.
(
อันดับที่ 19)

 

ศูนย์ราชการ

 

ที่ตั้ง

ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ถนนเทพา ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ 33000

 

โทรศัพท์

(+66) 0 4561 1139

ศรีสะเกษ เป็นชื่อจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย จัดอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งศาลากลางที่ตำบลเมืองเหนือ อำเภอเมืองศรีสะเกษ 

อาณาเขตทางทิศเหนือติดต่อกับจังหวัดยโสธร ทิศตะวันออกกับจังหวัดอุบลราชธานี ทิศตะวันตกกับจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดร้อยเอ็ด 

และทิศใต้กับประเทศกัมพูชา มีเนื้อที่ทั้งสิ้นแปดพันแปดร้อยสี่สิบตารางกิโลเมตร

จังหวัดศรีสะเกษที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 9 ของประเทศ ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาถิ่นอีสาน ภาษาเขมร (เขมรสูง) และภาษากวย (กูย, โกย, ส่วย)

พัฒนาการทางประวัติศาสตร์

จังหวัดศรีสะเกษเริ่มขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เมื่อ พ.ศ. 2302 สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์โปรดให้ยกบ้านปราสาทสี่เหลี่ยมดงลำดวนขึ้นเป็นเมืองนครลำดวน

ต่อมาเมืองนครลำดวนเกิดภาวะขาดแคลนน้ำจึงโปรดเกล้าฯ ให้เทครัวไปจัดตั้งเมืองใหม่ที่ริมหนองแตระห่างจากเมืองเดิมไปทางใต้ เมืองใหม่เรียก "เมืองขุขันธ์" หรือ "เมืองคูขัณฑ์" ซึ่งได้แก่อำเภอขุขันธ์ในปัจจุบัน

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ ให้แยกบ้านโนนสามขาสระกำแพงออกจากเมืองขุขันธ์ แล้วตั้งเป็นเมืองใหม่เรียก เมืองศรีสะเกศ

ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2455 จึงโปรดให้รวมบ้านเมืองขุขันธ์ เมืองศรีสะเกศ และเมืองเดชอุดม เข้าเป็นเมืองเดียวกันเรียก "เมืองขุขันธ์"

ซึ่งต่อมาใน พ.ศ. 2459 มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนคำว่าเมืองเรียกว่าจังหวัด ลงวันที่ 19 พฤษภาคม ปีนั้นเอง[2] เมืองขุขันธ์จึงเรียกใหม่เป็น "จังหวัดขุขันธ์" ตามนั้น

ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร 

ในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ได้ตราพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนนามจังหวัดและอำเภอบางแห่ง พุทธศักราช 2481[3] มาตรา 3 ให้เปลี่ยนชื่อ "จังหวัดขุขันธ์" เป็น จังหวัดศรีสะเกษ (เดิมในพระราชกฤษฎีกาสะกดว่า "ศีร์ษะเกษ") นับแต่นั้น ทั้งนี้ พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481

การปกครอง

จังหวัดศรีสะเกษแบ่งการปกครองออกเป็น 22 อำเภอ 206 ตำบล และอีก 2,411 หมู่บ้าน อำเภอได้แก่

1. อำเภอเมืองศรีสะเกษ

2. อำเภอยางชุมน้อย

3. อำเภอกันทรารมย์

4. อำเภอกันทรลักษ์

5. อำเภอขุขันธ์

6. อำเภอไพรบึง

7. อำเภอปรางค์กู่

8. อำเภอขุนหาญ

9. อำเภอราษีไศล

10. อำเภออุทุมพรพิสัย

11. อำเภอบึงบูรพ์

12. อำเภอห้วยทับทัน

13. อำเภอโนนคูณ

14. อำเภอศรีรัตนะ

15. อำเภอน้ำเกลี้ยง

16. อำเภอวังหิน

17. อำเภอภูสิงห์

18. อำเภอเมืองจันทร์

19. อำเภอเบญจลักษ์

20. อำเภอพยุห์

21. อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ

22. อำเภอศิลาลาด

 

ภูมิประเทศ

จังหวัดศรีสะเกษนั้น ตอนใต้มีทิวเขาพนมดงรักซึ่งทอดตัวในแนวตัวตกและตะวันออกเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา

ยอดเขาสูงสุดในจังหวัดชื่อ "พนมโนนอาว" สูงหกร้อยเจ็ดสิบเอ็ดเมตรจากระดับทะเลปานกลาง

โดยตั้งอยู่ในเขตอำเภอกันทรลักษ์ จากเขาพนมโนนอาวนี้ พื้นที่ค่อย ๆ ลาดต่ำขึ้นไปทางเหนือลงสู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำมูล

ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบลอนลาด มีระดับความสูงระหว่างหนึ่งร้อยห้าสิบเมตรถึงสองร้อยเมตรจากระดับทะเลปานกลาง มีลำน้ำหลายสายไหลผ่านที่ราบลอนลาดนี้ลงไปยังแม่น้ำมูลซึ่งได้แก่ ห้วยทับทัน ห้วยสำราญ และห้วยขะยุง

ตัวเมืองตั้งอยู่ฝั่งห้วยสำราญ ห่างจากแม่น้ำมูลไปทางทิศใต้ประมาณสิบกิโลเมตร และอยู่สูงจากระดับทะเลปานกลางหนี่งร้อยยี่สิบหกเมตร

ทางตอนเหนือของจังหวัดมีแม่น้ำมูลไหลผ่านเขตอำเภอราษีไศล อำเภอยางชุมน้อย และอำเภอกันทรารมย์ เป็นระยะทางยาวประมาณหนึ่งร้อยยี่สิบกิโลมเตร บริเวณนี้ถือเป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัด

เนื่องจากเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำขนาดใหญ่อันอยู่สูงจากระดับทะเลปานกลางประมาณหนึ่งร้อยสิบห้าเมตรถึงหนึ่งร้อยสามสิบเมตร

ประชากร

ในจังหวัดศรีสะเกษมีชุมชนหลายกลุ่มอาศัยอยู่ร่วมกัน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการอพยพย้ายครัวเข้ามาของคนเชื้อชาติต่าง ๆ ในอดีต แม้ปัจจุบันยังคงเห็นลักษณะเฉพาะทางกายภาพและวัฒนธรรมของกลุ่มคนเหล่านั้นอยู่ กลุ่มคนที่ว่านี้ได้แก่ชาวลาว ชาวเขมร และชาวส่วยหรือกูย และเยอ

เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจของจังหวัดศรีสะเกษขึ้นอยู่กับเกษตรกรรมเป็นหลัก จังหวัดไม่มีทรัพยาการแร่ที่สำคัญแต่อย่างใด แต่มีแร่รัตนชาติอยู่บ้างเล็กน้อยในอำเภอกันทรลักษ์

ชาวศรีสะเกษทำนากันมากตามที่ราบลุ่มแม่น้ำมูลและในเขตชลประทานของลำน้ำสายต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นนาปีซึ่งมีการเก็บเกี่ยวปีละครั้ง

พืชไร่ที่สำคัญคือข้าวโพด มันสำปะหลัง ปอแก้ว และผักต่าง ๆ นอกจากนี้ ชาวศรีสะเกษนิยมปลูกหอมแดงมากดังปรากฏในคำขวัญประจำจังหวัด

การคมนาคม

จากกรุงเทพมหานครสามารถเดินทางไปยังจังหวัดศรีสะเกษได้โดยรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ลงที่สถานีศรีสะเกษ ระยะทางประมาณหกร้อยกิโลเมตร

หรือโดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ถึงทางแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ที่กิโลเมตรที่ 107 แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 2 ถึงจังหวัดนครราชสีมา แยกทางขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 226 ผ่านจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดสุรินทร์จึงถึงจังหวัดศรีสะเกษ รวมระยะทางห้าร้อยเจ็ดสิบเอ็ดกิโลเมตร

การศึกษา

ระดับอุดมศึกษา

·               มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

·               มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ศูนย์วัดสระกำแพงใหญ่ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ

·               มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศูนย์การศึกษาศรีสะเกษ

·               สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตศรีสะเกษ

·               มหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดศรีสะเกษ

แหล่งประวัติศาสตร์

บริเวณที่ต้งของจังหวัดนี้เคยเป็นอู่วัฒนธรรมสมัยทวารวดีและอาณาจักรเขมรโบราณเช่นเดียวกับพื้นที่อื่น ๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จากหลักฐานทางโบราณคดีที่บ้านหลุบโมก ตำบลเมืองคง อำเภอราษีไศล พบร่องรอยเมืองโบราณมีคูน้ำและคันดินล้อมรอบสองชั้น ภายในเมืองมีซากโบราณสถานและใบเสมาอันแสดงถึงร่องรอยการนับถือพุทธศาสนา นอกจากนี้ยังพบปราสาทและปรางค์กู่อีกหลายแห่ง โดยเป็นศิลปะเขมรราวพุทธศตวรรษที่ 16-17

แหล่งทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เช่น ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย, ปราสาทตาเล็ง อำเภอขุขันธ์, ปราสาทโดนตวล อำเภอกันทรลักษ์ และปรางค์กู่ อำเภอปรางค์กู่

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด

·               ตราประจำจังหวัด : รูปปรางค์กู่มีดอกลำดวน 6 กลีบอยู่เบื้องล่าง (เดิมใช้ภาพปราสาทหินเขาพระวิหารเป็นตราประจำจังหวัด มาเปลี่ยนเป็นตราปัจจุบันเมื่อ พ.ศ. 2512)

·               ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกลำดวน (Melodorum fruticosum)

·               ต้นไม้ประจำจังหวัด: ดอกลำดวน (Melodorum fruticosum)

·               คำขวัญประจำจังหวัด: แดนปราสาทขอม หอมกระเทียมเทียมดี มีสวนสมเด็จ เขตดงลำดวน หลากล้วนวัฒนธรรม เลิศล้ำสามัคคี

อ้างอิง

1.            ^ กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/stat/y_stat51.html 2552. สืบค้น 30 มกราคม 2552.

2.            ^ "ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนคำว่าเมืองเรียกว่าจังหวัด ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2459" (2459, 28 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา, (เล่ม 33). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2459/A/51.PDF. (เข้าถึงเมื่อ: 26 กันยายน 2551).

3.            ^ "พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนนามจังหวัดและอำเภอบางแห่ง พุทธศักราช 2481" (2481, 14 พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา, (เล่ม 55). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2481/A/658.PDF. (เข้าถึงเมื่อ: 26 กันยายน 2551).

·               ไพฑูรย์ พงศะบุตร. (2549). "ศรีสะเกษ". สารานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน, (เล่ม 26 : , ฤๅ-สตูล). กรุงเทพฯ :ด่านสุธาการพิมพ์. หน้า 16819-19822.

ดูเพิ่ม

·               สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ศรีสะเกษ

·               สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ

·               รายชื่อโรงเรียนในจังหวัดศรีสะเกษ

แหล่งข้อมูลอื่น

·               เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของจังหวัด

·               เว็บไซต์โรงพยาบาลศรีสะเกษ โรงพยาบาลประจำจังหวัด

·               เว็บไซต์วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ

·               เว็บไซต์ทัวร์ศรีสะเกษ

·               เว็บไซต์กันทรลักษ์ดอตคอม จังหวัดศรีสะเกษ

พิกัดภูมิศาสตร์: 15°07′N 104°20′E / 15.11°N 104.33°E / 15.11; 104.33

·               แผนที่และภาพถ่ายทางอากาศของ จังหวัดศรีสะเกษ

o                                      แผนที่ จาก มัลติแมป โกลบอลไกด์ หรือ กูเกิลแมปส์

o                                      ภาพถ่ายทางอากาศ จาก เทอร์ราเซิร์ฟเวอร์

o                                      ภาพถ่ายดาวเทียม จาก วิกิแมเปีย

 

โดย ส.บุญยืน

 

กลับไปที่ www.oknation.net