วันที่ อังคาร กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำแบบนี้ .. ผิดกฏหมาย ..


ถ่ายภาพโดย BG TigerJun ..

เมื่อต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมา Bg TigerJun ได้เดินทางไปดูนกที่พุทธมณฑล บริเวณใกล้ๆสวนเวฬุวัน และสวนสมุนไพร ก็ไปพบการฝึกบินของเหยี่ยวต่างสี โดยเจ้าของใช้นกหวีดเป่า แล้วให้เหยี่ยวร้องขานรับตลอดเวลา และบินเข้าไปหาผู้ฝึก

ในต่างประเทศเคยเห็นว่ามีการฝึกบิน แต่ในประเทศไทย เลี้ยงและฝึกเหยี่ยวแบบนี้ได้หรือไม่

ก็เลยมีคำถามว่า การทำเช่นนี้ ผิดกฏหมายหรือไม่

นายสัตวแพทย์ไชยยันต์ เกษรดอกบัว ก็ชี้แจงกลับมาว่า ..

เหยี่ยวเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไป ครอบครองเป็นสัตว์เลี้ยง หากมีเหตุผลอื่น เช่น เพื่องานวิจัย อนุรักษ์หรือการฟื้นฟู ต้องได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเป็นรายๆ ไป

และเท่าที่ทราบจากสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ไม่มีการอนุญาตให้บุคคลทั่วไปครอบครองเหยี่ยวหรือนกล่าเหยื่อทุกชนิด เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยง อีกทั้งเหยี่ยวทุกชนิดในประเทศไทย ไม่จัดอยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่กฏหมายอนุญาตให้เพาะเลี้ยง ขยายพันธุ์ได้ อีกทั้งถ้าอ้างว่าซื้อจากต่างประเทศ จะต้องมีใบอนุญาตนำเข้าจากส่วนอนุอนุรักษ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาฯ (CITES) ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งจะอนุญาตให้มีการซื้อขายแลกเปลี่ยน เพื่อการศึกษา วิจัยตามข้อตกลงของประเทศคู่สัญญา

ดังนั้นในกรณีนี้ ผิดกฏหมายทั้ง

- การได้มาซึ่งเหยี่ยวตัวนี้ (เหยี่ยวต่างสี) ซื้อมาจากชาวบ้านหรือตลาด แม้ว่าจะอ้างว่านำเช้าจากต่างประเทศจะต้องมีการขออนุญาตผ่าน CITES เช่น เหยี่ยวต่างสีในภาพ และเหยี่ยวทุกชนิดในประเทศ ล้วนได้รับการคุ้มครองตามอนุสัญญาระหว่างประเทศฉบับนี้ ไม่เช่นนั้นการซื้อขายตามอำเภอใจเป็นการสนับสนุนวงการค้าสัตว์ป่าอย่างผิดกฏหมาย

- การครอบครองเหยี่ยวเป็นสัตว์เลี้ยง ในประเทศไทยถือว่าผิดกฏหมาย ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ

เพราะต้นตอการได้มาของเหยี่ยวผิดกฏหมายทั้ง พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 (เมืองไทยไม่มีกฏหมายอนุญาตให้เพาะพันธุ์เหยี่ยวเพื่อซื้อขาย) และอนุสัญญา CITES (ซึ่งถ้าผู้ครอบครองเหยี่ยวไม่มีใบอนุญาตนี้ แสดงว่าลักลอบนำเหยี่ยวเข้าประเทศอย่างผิดกฏหมาย)

หากผู้ถือครองเหยี่ยว อ้างว่าซื้อมาอย่างถูกกฏหมาย สามารถสอบถามขอดูใบอนุญาต ให้ครอบครองจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ (ซึ่งไม่ควรจะมี เพราะอย่างที่ระบุแล้วว่า เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ไม่อนุญาตให้เพาะขยายพันธุ์)

หากรักษ์สัตว์ป่าอย่างแท้จริง ไม่ควรสนับสนุนการซื้อขายเหยี่ยวหรือสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง

กิจกรรมการเลี้ยง/ฝึกเหยี่ยว แบบนี้เป็นภัยอย่างมหันต์ต่อประชากรของเหยี่ยว ในธรรมชาติ เพราะเมื่อคนซื้อ จะมีคนจับลูกเหยี่ยวมาขาย เป็นวงจรไม่จบสิ้น เพราะส่วนใหญ่ล้วนซื้อจากตลาดค้าสัตว์ป่า

แต่ละปีมีไม่น้อยที่ลูกเหยี่ยวต้องสูญเสียชีวิตหรือพิการ เพราะถูกนำมาเลี้ยงแบบผิดธรรมชาติ ไม่ใช่การรักสัตว์อย่างแท้จริง แต่เป็นการใช้สัตว์ป่า ในกรณีนี้คือเหยี่ยว เพื่อสนองตอบความต้องการของมนุษย์บางคน อีกทั้งไม่ได้เป็นไปเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าแม้แต่น้อย เพราะต้นตอของเหยี่ยวถูกลักลอบดักจับ หรือพรากมาจากรังตั้งแต่ยังเล็ก

ดูตัวอย่างของลูกเหยี่ยวที่คนซื้อมาเลี้ยงเพราะอยากจะไว้ฝึก แต่นกต้องพิการไปชั่วชีวิต และปล่อยคืนธรรมชาติไม่ได้ .. นี่หรือคือกิจกรรมที่รักษ์นกอย่างแท้จริง

http://www.youtube.com/watch?v=F8xGhG775R8

ปัจจุบันลูกเหยี่ยวตัวนี้ เลี้ยง (อย่างถูกกฏหมาย เพราะได้รับอนุญาตให้ฟื้นฟูสุขภาพจากกรมอุทยานฯ) ที่หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ ม.เกษตรศาสตร์

หากต้องการตรวจทานข้อมูลข้างต้น สามารถติดต่อสอบถามที่ส่วนคุ้มครองสัตว์ป่า หรือกลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ

... ... ...

นายสัตวแพทย์ไชยยันต์ ยังชี้แจงต่ออีกว่า ..

กิจกรรมการเลี้ยง/ฝึกเหยี่ยว แบบนี้เป็นภัยอย่างมหันต์ต่อประชากรของเหยี่ยว ในธรรมชาติ เพราะเมื่อคนซื้อ จะมีคนจับลูกเหยี่ยวมาขาย แต่ละปีมีไม่น้อยที่ลูกเหยี่ยวต้องสูญเสีย เพราะถูกนำมาเลี้ยงแบบผิดธรรมชาติ ที่พบในตลาดค้าสัตว์ป่า ทั้งใน กทม. และตลาดใหญ่ๆ ในต่างจังหวัด เช่น ที่ลำปาง

หากพบเห็นการกระทำแบบนี้ .. ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้ทราบข้อกฏหมาย และ (สามารถ) ระงับการกระทำนี้ ในสวนสาธารณะครับ ไม่เช่นนั้น ประชาชนที่ไม่ทราบข้อกฏหมาย และ (บางคน) ที่เห่อเอาอย่าง อาจจะหลงผิด ทำตามอย่างอีกให้กิจกรรมนี้แพร่หลายในวงกว้าง

ซึ่งขณะนี้ทาง นายสัตวแพทย์ไชยยันต์ ได้แจ้งให้ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าและได้หารือจะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้

- ส่งจดหมายชี้แจงและขอความร่วมมือกวดขัน มิให้มีการกระทำผิดกฏหมาย (นำเหยี่ยวมาฝึก ในสวนสาธารณะ) ที่พุทธมณฑล โดย สนท. และกลุ่มศึกษาเหยี่ยวฯ

- สนท. จะประสานเพื่อแถลงข่าว ชี้แจงข้อกฏหมาย ผลกระทบของการซื้อและเลี้ยงเหยี่ยว รวมทั้งการฟื้นฟูเหยี่ยวเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักของประชาชนต่อเรื่องนี้

.. เลี้ยงเหยี่ยว  ผิดกฏหมาย ..

..


ข้อมูลเพิ่มเติม .. อ่านรายละเอียดต่อได้ที่

http://thairaptorgroup.com/TRG/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=2086

นกล่าเหยื่อทุกชนิด ได้แก่ เหยี่ยว นกอินทรี อีแร้ง และนกเค้าต่างๆ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มิให้ทำร้ายจนบาดเจ็บหรือตาย มิให้ดักจับเพื่อซื้อขาย เลี้ยงหรือครอบครองส่วนบุคคล

หากพบเหยี่ยวอพยพบางตัว หมดแรง ขาดอาหาร บินไม่ได้ หรือบาดเจ็บด้วยกรณีใดๆ โปรดติดต่อ

หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่โรงพยาบาลสัตว ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. หรือกำแพงแสน จ.นครปฐม เพื่อฟื้นฟูสุขภาพ บำบัดรักษา และนำปล่อยคืนธรรมชาติต่อไป

โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพราะกองทุนฟื้นฟูนกเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย สนับสนุนการดำเนินงานฟื้นฟูนกล่าเหยื่อทั้งหมด รายละเอียดที่

http://www.bcst.or.th
http://thairaptorgroup.com

หากพบเหยี่ยวบาดเจ็บหรืออ่อนแอในต่างจังหวัด ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเพื่อนำส่งหน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ ม.เกษตรศาสตร์ เพื่อต่อชีวิตให้สัตว์ป่า

น.สพ.ดร.ไชยยันต์ เกษรดอกบัว

หน่วยฟื้นฟูนกล่าเหยื่อ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ กลุ่มศึกษาเหยี่ยวและนกอินทรีในประเทศไทย

Chaiyan Kasorndorkbua, DVM, PhD
Assistant Professor of Veterinary Pathology
Department of Veterinary Pathology
Faculty of Veterinary Medicine
Kasetsart University
Chatuchak, Bangkok 10903, Thailand
Phone: 66-2-5790058-9 extension 2226, 6606
Fax: 66-2-9428437
Email: fvetchk@ku.ac.th, trogon@gmail.com
www.thairaptorgroup.com

รู้เห็น .. แจ้งเบาะแส .. http://1000eyesnetwork.net ..

โดย OKnature

 

กลับไปที่ www.oknation.net