วันที่ อังคาร กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กรรมที่ให้ผลชาติหน้า (อุปปัชชเวทนียกรรม)


กรรมที่ให้ผลชาติหน้า (อุปปัชชเวทนียกรรม)


กรรมที่ให้ในชาติหน้า หรือที่เรียกว่า อุปปัชชเวทนียกรรม เป็นกรรมที่บุคคลใดได้กระทำแล้วย่อมมีพลังอำนาจให้ผลในชาติหน้า อันเป็นชาติที่ 2 ต่อจากชาตินี้

เรามักเข้าใจผิดกันเสมอว่า กรรมที่ให้ผลทันตาในชาตินี้เป็นกรรมที่มีพลังอำนาจแรงกว่ากรรมชนิดอื่น เพราะให้ผลทันตาเห็น เป็นกรรมที่ติดจรวด ถูกอกถูกใจ ผู้ที่ชอบเห็นความพินาศของผู้อื่น

กรรมที่ให้ผลชาตินี้ ถึงแม้จะให้ผลเร็ว แต่พลังอำนาจของมันก็หมดสิ้นลงในชาตินี้ ถ้านับอายุของคนก็คงไม่เกิน 100 ปี กรรมชนิดนี้ก็หมดสิ้นแล้ว

กรรมที่ให้ผลชาติหน้า ถึงแม้ว่าจะแลดูช้า แต่ก็เป็นที่แน่นอนว่าต้องได้รับกรรมประเภทนี้อย่างแน่นอน ไม่มีใครแซงคิวได้ ทำนองว่า “ช้า แต่ได้พร้าเล่มงาม”

เหตุผลก็เพราะว่า

เพราะกรรมประเภทนี้มักเป็นกรรมประเภท กรรมหนัก ทั้งฝ่ายดี และฝ่ายชั่ว

ถ้าเป็นฝ่ายชั่ว ก็เป็นประเภท อนันตริยกรรม เช่น ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำให้พระพุทธเจ้าห้อเลือด และประเภทหนักที่สุด คือทำสังฆเภท บุคคลเหล่านี้เมื่อตายไปย่อมถูกพลังอำนาจของกรรมชักนำไปเกิดในนรกทันที

อันที่จริงเมื่อทำกรรมประเภทนี้แล้ว ผลแห่งกรรมก็ปรากฏให้เห็นในชาตินี้ด้วย แต่เป็นเพียงจิ๊บจ๊อย เท่านั้น กรรมที่ต้องรับในนรก มันแรงและแสนสาหัสกว่า และที่สำคัญไม่ใช่แค่ 100 ปี 200 ปีเท่านั้น ระยะเวลามันยาวนาน จนนับไม่ถ้วนเป็นหมื่นกัปแสนกัป นี่แหละจึงเรียกว่า มันมีพลังอำนาจแรงกว่า

ในอดีตกาลนานมาแล้ว ณ เมืองพาราณสี มีพระราชกุมารทรงพระนามว่า พรหมทัตกุมาร และมีบุตรของปุโรหิตคนหนึ่ง มีชื่อว่า สังกิจจกุมาร ทั้งสองเป็นสหายสนิทกัน ถึงแม้ว่าจะมีฐานะแตกต่างกัน

เมื่อทั้งสองได้สำเร็จการศึกษา จาก ตักกศิลานคร พรหมทัตกุมาร ก็ได้รับการสถาปนาให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอุปราชแห่งพาราณสีมหานคร ส่วน สังกิจจกุมาร ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอำมาตย์คนสนิทแห่งเจ้าอุปราชผู้เป็นสหายแห่งตน

วันหนึ่งเจ้าอุปราชเกิดมักใหญ่ใฝ่สูง อยากจะได้ครอบครองสมบัติและอำนาจ จึงคิดปลงพระชนม์สมเด็จพระราชบิดา แต่ก็ได้รับการทัดทานจาก อำมาตย์สังกิจจกุมาร เจ้าอุปราชก็หาได้ฟังคำทันทานไม่ กลับซ่องสุมผู้คนและกำลังอาวุธ จนในที่สุดก็ทำบาปหนัก ด้วยการปลงพระชนม์สมเด็จพระราชบิดาของตน

ส่วนสังกิจจกุมาร เมื่อไม่อาจขัดขวางได้ ก็ได้ปลีกตัวไปบวชเป็นฤาษีในป่าใหญ่ เจริญภาวนาจนสำเร็จฌานอภิญญา สามารถจัดแสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้ และมีความรู้เหนือวิสัยคนธรรมดา ด้วยอำนาจแห่งอภิญญาที่ได้บรรลุ

เมื่อพรหมทัตกุมาร ทำการสำเร็จ ก็ยินดีปรีดากันอยู่ไม่นาน แต่การฆ่าบิดาอันเป็นกรรมหนัก อนันตริยกรรม จึงทำให้กษัตริย์องค์ใหม่ร้อนรุ่มกลุ้มพระทัย กลัวบาปกรรมนรกเป็นที่สุด จึงให้นึกถึงสหายเก่า และได้สืบเสาะค้นหา สังกิจจฤาษี

เมื่อได้พบและ สังกิจจฤาษี ได้แสดงด้วยฤทธาให้เห็นถึงสภาพนรกต่างๆ กษัตริย์ผู้สำนึกบาปก็ได้บริจาคทานและรักษาศีลเป็นเนืองนิตย์ แต่ก็เป็นที่สังเวชใจยิ่งนัก เมื่อถึงกาลสิ้นพระชนม์พลังอำนาจของบาปกรรมที่ฆ่าพ่อก็ฉุดกระชากให้ไปเกิดเป็นสัตว์นรกอเวจี

หันมาดูกรรมที่ให้ผลชาติหน้าฝ่ายดี กันบ้าง ก็เป็นกรรมประเภทที่ส่งผลแรงเช่นเดียวกัน นั่น ก็คือ การบำเพ็ญสมถกรรมฐาน จนสำเร็จตั้งแต่ ฌาน 1 เป็นต้นไป จนถึง ฌาน 8 ซึ่งเมื่อถึงกาลตายไป ก็จะเกิดใหม่ เป็นพระพรหมผู้วิเศษ ตามอำนาจของฌานชั้นที่บำเพ็ญได้

โดย เกี่ยวหยดเค็ม

 

กลับไปที่ www.oknation.net