วันที่ ศุกร์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำบุญให้คนตาย..


ทำบุญให้คนตาย..

การทำบุญอุทิศให้แก่ผู้ตายนี้ ท่านเรียกว่า ปุพเพเปตพลี เริ่มมีมาในครั้งพุทธกาลสมัยที่พระเจ้าพิมพิสารสร้างวัดเวฬุวันถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมสัมพุทธเจ้า แต่พระองค์ยังไม่กรวดน้ำอุทิศบุญให้พระญาติของพระองค์ที่ล่วงไปแล้ว ตกเย็นมาเหล่าเปรตที่เคยเป็นพระญาติของพระองค์ในชาติก่อน ๆ ก็มาปรากฏให้เห็นในพระสุบินหรือความฝัน พระเจ้าพิมพิสารก็ตกพระทัยกลัว รุ่งเช้าเสด็จไปที่วัดถวายภัตตาหารและทูลความฝันนั้นให้พระพุทธเจ้าทรงทราบ พระพุทธองค์ตรัสว่า เปรตเหล่านั้นเป็นพระญาติของพระองค์ในชาติก่อน มาปรากฏให้เห็นเพื่อที่จะขอส่วนบุญจากพระองค์ ลำดับนั้นพระเจ้าพิมพิสารก็ได้กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญที่พระองค์ได้ทำให้แก่ญาติที่เป็นเปรตเหล่านั้น จนเป็นธรรมเนียมของการกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญไปให้แก่ผู้ตายของชาวพุทธเราจวบจนปัจจุบันนี้ นอกจากนั้น..ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับการทำบุญให้แก่ผู้ตายอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะเล่า คือ เศรษฐีทำบุญให้ลูกชาย

เล่ากันมาว่า..ในเมืองแห่งหนึ่ง มีเศรษฐีคนหนึ่งซึ่งมีลูกชายที่เป็นที่รักคนหนึ่ง ด้วยความเป็นลูกที่ว่านอนสอนง่าย น่ารักน่ายินดี เศรษฐีก็รักลูกตนเป็นอย่างมาก แต่อยู่มาวันหนึ่งลูกชายกลับเป็นโรคร้ายที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ สุดท้ายลูกชายก็จากลาเศรษฐีไป เศรษฐีมีความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง และได้สั่งคนให้สร้างศาลาขึ้นเฉพาะไว้เพื่อบรรจุศพของลูกชายตนที่ป่าช้า และได้สั่งให้คนใช้นำอาหารไปให้ทุก ๆ วัน เพราะกลัวว่า ลูกชายนี้เมื่อตายไปอยู่ในปรโลก แล้วจะไม่มีอะไรดื่มกิน และเชื่อว่า วิญญาณของลูกคงจะได้กินอาหารที่นำไปให้นั้น

แต่อยู่มาเช้าวันหนึ่ง ในขณะคนใช้กำลังจะนำอาหารไปให้ลูกชายเศรษฐีที่บ้านนั้นเหมือนทุก ๆ วัน ก็ปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่างแรง นางก็ไม่สามารถไปที่บ้านนั้นได้ เพราะทางไปยากลำบากมากนัก จึงตัดสินใจเดินกลับ แต่ในขณะเดินกลับบ้านก็เห็นพระรูปหนึ่งท่านเดินรับบิณฑบาตอยู่ ก็ได้ถวายอาหารของลูกชายเศรษฐีให้แด่พระรูปนั้น แล้วได้อธิฐานขอพรนั้นว่า ขอบุญส่วนนี้จงแผ่ไปให้แด่ลูกชายเศรษฐีด้วยเทอญ

ตกเย็นมา..เศรษฐีก็ได้เกิดนิมิตฝันเห็นลูกชายของตนมาบอกว่า พึ่งจะได้กินข้าวของพ่อในวันนี้นี่เอง ทำไมพ่อไม่นำอาหารมาให้กินบ้าง เช้ามาเศรษฐีก็โกรธมากเข้าใจว่า คนใช้คงไม่ได้นำเอาอาหารไปให้ลูกชายของตน จึงเรียกนางมาถามสาเหตุ นางคนใช้ก็ตอบไปว่า นางนำไปให้ทุก ๆ วัน แต่เมื่อวานไม่ได้นำไปให้เพราะฝนตกอย่างแรง และหนทางไปไม่สะดวกไปไม่ได้ เลยนำอาหารไปถวายพระรูปหนึ่ง แต่ได้อธิฐานนำส่วนบุญนั้นไปให้แด่ลูกชายท่านเศรษฐี จากนั้น เศรษฐีเองได้เดินทางไปวัดเพื่อถามความนั้นกับพระ พระท่านจึงได้อธิบายความเป็นมาและหลักของการทำบุญอุทิศให้แก่คนตายให้เศรษฐีฟัง เศรษฐีเกิดความเข้าใจแล้วจึงได้ทำบุญให้ลูกชายของตนเรื่อยมา

เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า บุญที่ท่านทำอุทิศให้คนตายย่อมสำเร็จผลอย่างแน่นอน ดังที่ปรากฏเป็นบทคาถาบาลีในการให้พรที่พระท่านว่า "ยถา วาริวหา ปูรา ปริปูเรนฺติ สาครํ เอวเมว อิโต ทินฺนํ เปตานํ อุปกปฺปติ .. แปลเป็นไทยได้ว่า "ห้วงน้ำที่เต็มย่อมยังสมุทรสาครให้บริบูรณ์ได้ฉันใด ทานที่ท่านอุทิศให้แล้วแต่โลกนี้ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ที่ละโลกนี้ไปแล้ว ฉันนั้น" ดังนั้น เมื่อเรานึกถึงคุณความดีของผู้ล่วงลับไปแล้ว ก็ควรทำบุญอุทิศให้ผู้ตายโดยเฉพาะพ่อแม่พี่น้องหรือญาติ ๆ ที่มีอุปการคุณแก่เรา เราควรตอบแทนบุญคุณท่านด้วยการทำบุญไปให้ เป็นหน้าที่อีกอย่างของบุตรธิดาที่ต้องทำเมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตา ถ้าท่านได้รับทุกข์ก็จะได้พ้นทุกข์ ถ้าท่านรับความสุขก็จะสุขยิ่งขึ้น ๆ ไป

โดย เกี่ยวหยดเค็ม

 

กลับไปที่ www.oknation.net