วันที่ ศุกร์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชีวิตที่ผกผันของ “อาแดง-อิทธิพัทธ์”


 


ชีวิตที่ผกผันของ “อาแดง-อิทธิพัทธ์”
จากอาชีพดารา หันหน้ามาสู่พ่อค้าอย่างเต็มตัว

    หลายคนมีความใฝ่ฝัน และมีหลายคนฝันที่อยากจะเข้ามาสัมผัสวงการบันเทิง หลากหลายคนคาดคิดว่าการก้าวเข้ามาวงการนี้จะทำให้โกยรายได้มหาศาล และทุกคนที่ก้าวเข้ามาสู่ถนนเส้นนี้จะต้องประสบความสำเร็จร่ำรวยทั้งเงินทองและชื่อเสียง เรื่องราวต่อไปนี้เป็นอีกด้านหนึ่งของอาชีพนักแสดงที่หลายคนใฝ่ฝันถึง หากแต่เป็นชีวิตจริงที่ไม่ต้องมีผู้กำกับเท่านั้นเอง...

    คุณอิทธิพัทธ์ อักษรนันทน์  หรือ อาแดง หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูกับชื่อนี้ แต่ถ้าหากเห็นหน้าคาดตา หรือเห็นโฆษณาตัวหนึ่งที่มีคำพูดติดปากว่า “ก็ลมมันเย็น” คงจะจำกันได้ จากเส้นทางการเดินทางบนถนนสายบันเทิงเป็นเวลากว่า 30  สิบปี ก่อให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตมากมาย และทำให้รู้ว่าสิ่งต่างๆก็ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนตลอดไป

    “ก่อนหน้านั้นทำงานธนาคารมาก่อน เป็นงานประจำ แล้วก็ได้มารู้จักกับคุณเป็ด เชิญยิ้ม ก็คุยกันถูกคอเลยมาตั้งคณะตลกชื่อว่า สี่ทะเล้น เมื่อปี  พ.ศ. 2522  หลังจากนั้นไม่นานทุกคนในวงต่างแยกย้ายกันไปและอาก็ลาออกจากงานธนาคารเพราะอาต้องย้ายไปอยู่จังหวัดราชบุรีเนื่องจากว่าภรรยาจะคลอดลูกชายคนโต ก็ไปอยู่ที่นั่นหลายปีทีเดียว เลยห่างเหินจากงานบันเทิงไป พอกลับมาอยู่ที่กรุงเทพฯก็มาตั้งคณะตลกอีกครั้ง ตอนนั้นมาตั้งเป็นคณะของเราเอง แล้วก็รับเล่นตามคาเฟ่เหมือนเดิม ในปี พ.ศ. 2535 ปรากฏว่ามันไม่เหมือนก่อนอีกแล้ว ตอนกลับมาเล่นอีกครั้ง คณะตลกเกิดใหม่มีเยอะมากๆ ตอนนั้นตลกที่ดังๆก็จะมี พี่จุ๋มจิ๋ม  คณะเด่น เด๋อ ดู๋ ดี๋  พอเรากลับมาทำอีกรอบก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวเรา อีกอย่างคือเป็นเป็นคนที่คุมเด็กไม่ได้ พอเด็กเล่นเสร็จเราจ่ายตังค์เขาก็ไม่กลับบ้านกัน  เอาตังค์ไปทำอะไรก็ไม่รู้ พอเช้ามาก็มายืมตังค์อีกเป็นแบบนี้เรื่อยๆ เลยคิดว่าไม่ไหวก็เลยเลิกไป”

    ช่วงเล่นตลก อาแดงบอกกับเราว่าเป็นจุดที่ชีวิตตกต่ำมาก ทำอะไรก็ไม่ดีไปหมด ซึ่งต้องให้ความพยายามมากกว่าจะผ่านจุดนั้นมาได้ จากนั้นไม่นานชีวิตอาแดงก็หันเหมาได้เข้าเข้าสู่วงการบันเทิง โดยได้เพื่อนๆ ชักชวนไปเคสงานต่างๆ จนได้โฆษณาและเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาตามลำดับ

    “หลังจากนั้นก็มีพรรคพวกชวนไปเล่นละครที่ค่ายกันตนาก็เล่นตั้งแต่นั้นมา หลังจากที่เล่นละครปุ๊บ ก็มีคนไปเคสโฆษณา ช่วงนั้นเดือนหนึ่งก็เคสโฆษณาประมาณ 15 วัน ไม่เคยติดเลย  1 ปีเต็มๆเคสไม่เคยติด แต่ก็ไม่ท้อ พอหลังจากปีที่ 2 สมัยนั้นบริษัททำโฆษณามีไม่เยอะมาก แล้วเขาก็เห็นเราบ่อยๆ พอมีสินค้าตัวไหนที่เหมาะกับตัวเราเขาก็เรียกเลย โฆษณาตัวแรกที่เล่นเลยคือ หมี่จัง  ก็แสดงโฆษณามาเรื่อยๆ จนโฆษณาที่ได้รับรางวัลคือ โฆษณาชุด รักเรา รักโลก  และโฆษณาที่สร้างชื่อแล้วคนจำหน้าอาได้ก็คือ โฆษณาตราปลามังกร ที่มีคำพูดติดปากว่าก็ลมมันเย็น แล้วก็มาเล่นละคร”

    “ถ้าเทียบวงการบันเทิงจากเมื่อก่อนกับสมัยนี้มันก็ต้องมีเปลี่ยนแปลงไปอยู่แล้ว อย่างเมื่อก่อนนั้นเล่นเสร็จก็ได้รับค่าตัวเลย จะไม่เหมือนสมัยนี้เพราะเล่นแล้วต้องรอให้ละครออกอากาศก่อนถึงจะได้เงิน ยกเว้นว่าเราจะได้รับเชิญออกเป็นรายวัน รายได้ของอาชีพนี้ก็เรื่อยๆ ไม่หวือหวา แต่รายได้ก็ดีกว่าตอนทำงานอยู่ที่ธนาคาร ช่วงนั้นรับทั้งละครและโฆษณา พอมีโฆษณาก็มีติดๆกันเลยนะ ก็เป็นไปตามจังหวะช่วงชีวิตของคนเรา  ตอนนั้นถือว่าเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมมากประมาณ 3-4 ปี หลังจากนั้นก็เริ่มน้อยลงๆ ตอนหลังนักแสดงเยอะงานก็เลยลดลง ถ้าไม่คุ้นเคยกันจริงๆ เขาก็จะไม่กล้าเรียกเรา อย่างผู้จัดรุ่นใหม่ๆเขาก็ไม่รู้จักเรา”

    จากการที่นักแสดงหน้าใหม่เพิ่มขึ้นมาอยู่ทุกวันมากมาย จึงทำให้อาแดงต้องปรับตัวไปตามกระแส จนจับผลัดจับผลูได้เป็นโมเดลลิ่งไปโดยปริยาย

    “ก็เป็นโมเดลลิ่งอยู่ช่วงหนึ่ง เนื่องจากว่าพอเขาจะให้เราไปแสดง สมมุติว่าเราแสดงเป็นเจ้าพ่อ เขาก็ให้เราหาเด็กมาเล่นเป็นลูกน้องด้วย จากนั้นก็เลยรับหน้าที่นี้ ก็ทำมา 2-3 ปี  ช่วงหลังๆโมเดลลิ่งเยอะขึ้น ทำให้มีการตัดราคา กดราคาอาก็เลยไม่ทำ จึงทำให้รายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง บางเดือนก็เป็นหนี้  ทุกวันนี้ได้ภรรยานี่แหละที่เป็นเสาหลักเพราะเขารับราชการอยู่ พอหลังจากที่เราหยุดทำโมเดลลิ่งแล้วก็ไม่มีรายได้เลย แต่อาจจะเป็นเพราะโชคช่วยมั้ง พอเงินจะหมดๆ ก็มีงานเข้ามาแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร คนอื่นอาจจะเห็นว่าเป็นดาราแล้วต้องมีเงินซึ่งมันไม่ใช่เลย ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องมีรายได้จากอาชีพนี้ทั้งหมด”

    จากอาชีพดารามาสู่พ่อค้าขายของ หลังจากที่งานลดลงทำให้อาแดงต้องหาอาชีพเสริม โดยการรับของมาขาย ซึ่งถือว่าเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งที่ผู้ชายคนนี้ต้องผ่านไปให้ได้

    “หลังจากงานลดลง อาก็เลยหันมาขายของ คืออาเป็นคนไม่อายไง มีอะไรก็ขาย เพราะไปเดินตลาดนัดเห็นเขาขายของ เป็นจังหวะที่อาโชคดีตรงที่อาไปเจอสินค้าตัวหนึ่ง ตัวประกอบคนหนึ่งเอามาให้อาลองใช้ เพราะเวลาแต่งหน้าช่างแต่งหน้าจะบ่นมากเลย เนื่องจากว่าหน้าอาเป็น ฝ้า กระ ทำให้ต้องทาแป้งเยอะ สินค้าที่ว่านี้เป็นเจลทาหน้าซึ่งสกัดจากผลไม้ ปรากฏว่าพอใช้แล้วหน้าใสขึ้นกระ ฝ้าค่อยๆ จางลง รู้สึกถูกใจมาก ก็ใช้ไปเรื่อยๆ เลยตัดสินใจรับจากเขามาขายอีกที ก็เริ่มต้นขายให้กับพวกนักแสดง  แล้วอาก็เอาไปขายที่ตลาดนัดตอนเย็น แต่ราคาที่สูงก็ทำให้ขายยาก  วันแรกที่ขายเสียค่าเช่าที่ 200 บาท ใบปลิวสักใบยังไม่มีใครเอาเลย วันที่ 2 ก็มีคนเริ่มมาซื้อหลอดเล็กไปลองหลอดนึง จากคนซื้อหลอดเล็กมาก็บอกต่อไปเรื่อยๆ ก็กลายมาเป็นว่าขายได้ แต่ว่าตอนนี้ไปเจอกับคนที่นำเข้าจริงๆ ต้นทุนสินค้าถูกลง เราก็ขายให้ลูกค้าได้ถูกลง ทำให้ขายได้ง่ายขึ้น”

    “ ตอนนี้จะไปออกงานต่างๆ กับสมาคมวิวแชร์ ซึ่งก็ไปจะตามโรงพยาบาลทั่วประเทศ ลูกค้าส่วนมากก็จะเป็นพยาบาลและหมอ แล้วก็ไปกับชมรมดาราเปิดท้าย ตอนนี้มีสินค้าที่ผลิตออกมาจำหน่ายในแบรนด์ของอาเองแล้ว ชื่อ อาร์ ดี เจล  ถือว่าเป็นธุรกิจที่เริ่มไปได้ด้วยดี แล้วก็มีคนรับไปขายต่อแล้วขยายไปเรื่อยๆ ผลิตภัณฑ์ของอาร์ดีเจลล์มี 3 ตัว  มีเจล  สบู่ เจลล้างมือ หรืออะไรที่เห็นว่าใช้ดีเราก็รับมาขาย  รายได้ถือว่าพออยู่ได้  ในส่วนงานแสดงก็มีเรื่อยๆ เนื่องจากได้รับความเมตตาจากทางกันตาและดาราวีดีโอ ถามว่าท้อไหม? ไม่ท้อนะเพราะภรรยาเป็นกำลังใจที่ดีมาก แล้วอาเป็นคนที่แปลกนะ เล่นละครมา 30 กว่าปีแล้วไม่มีใครรู้จักชื่อ รู้จักแต่หน้า รู้จักแต่ผลงาน”

    วันนี้อาแดงทำให้เราได้รู้ถึงอีกแง่มุมหนึ่งถึงอาชีพนักแสดง ที่เบื้องหน้าสวยงาม แต่หลังฉากนั้นหาได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เมื่อคลื่นลูกใหม่มาก็ซัดคลื่นลูกเก่าไปเรื่อยๆ เหมือนเป็นวัฎจักรชีวิตที่ยังต้องเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากแต่อยู่ที่ว่าใครจะรู้จักหลบหลีกและใช้ชีวิตไปกับสิ่งนั้นอย่างไร…
by: ชนกพร
นิตยสารชุมทางอาชีพ ฉบับที่ 56 กันยายน 2552

โดย Akanishi

 

กลับไปที่ www.oknation.net