วันที่ ศุกร์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Social HR Network


          สวัสดีครับ....เปิดปฐมฤกษ์ กับ OK Nation Blog ได้สะที...เดิมทีเริ่มสมัครเอาฤกษ์เอาชัย....เมื่อวันที่ 9 เดือน กันยายน ปี 2552 (09/09/09) แต่กว่าจะได้รับอนุมัติต่างๆลงตัวก็วันที่ 22 กันยายน 2552 

 

“สำหรับครั้งนี้ขอพูดคุยเรื่องมีสาระก่อน........... แล้วในครั้งหน้าถึงจะกล่าวถึงเจตนารมณ์ ความตั้งใจ รวมถึงแนะนำผู้เขียนด้วยแล้วกันนะครับ....”

ดังนั้นอนุญาตเปิดตัวด้วยเรื่องแนวคิด Social HR Network เพื่อให้เข้ายุคเข้าสมัยสะหน่อย....อันดับแรกลองหาผู้ที่มีมุมมองในเรื่องนี้โดยผ่านเจ้าเครื่องมือค้นหาอัจฉริยะนั่นก็คือ Google …. ซึ่งที่ได้คือ 54,000 รายการ จากการค้นหาในไทยก่อน ลองเปิดๆดูปรากฎว่าเฉียวไปเฉียวมา ไม่มีใครกล่าวถึง Social HR Network กันเลย แต่จะเป็นการกล่าวถึง Social Network หรือไม่ก็ HR Network กัน............ ก็เลยลองไปค้นหาอีกครั้งโดยไม่ระบุว่าเป็นของประเทศไทยอย่างเดียว ได้รายการมา 40,500,000 รายการ (ไม่ต้องกังวลครับ ไม่ได้อ่านหมดนั้นหรอกครับ) โดยดูแล้ว มีบทความหรืองานวิจัยที่กล่าวถึงเรื่องนี้กันไม่มาก เพียงประมาณ 247,000 เท่านั้น

ถ้าอย่างนั้นมารู้จักกับ Social Network กันก่อนครับ ...

พูดง่ายๆ Social Network ก็คือ ระบบสังคมเครือข่าย ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนสร้างเครือข่าย อาทิเช่น การรวมเพื่อนที่รู้จัก ค้นหาเพื่อนใหม่ แสดงสถานะปัจจุบันของตนว่าดำเนินกิจกรรมอะไรอยู่  ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์  ส่งข้อความด่วน เขียนบันทึกหรือเรื่องรวม รวมถึงแอปพลิเคชั่น เช่น เกมส์สันทนาการต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันจากสถิติการเข้าใช้ง่ายเวปไซด์ประเภท Social Network ในประเทศอเมริกา เวป facebook จัดเป็นเวปอันดับแรกที่มีผู้ใช้หรือจำนวนสมาชิกสูงสุด โดยเวปที่คนไทยรู้จักเช่น Hi5 กลับติดอยู่ในอันดับท้ายๆ  ....... ซึ่งสำหรับประเทศไทยเรานั้นยังไม่พบสถิติอย่างเป็นทางการ มีแต่การให้มุมมองบ้างก็ว่า เวป Hi5   หรือบ้างก็ว่าเวป facebook ซึ่งรวมไปถึง OK Nation นี้ก็จัดอยู่ในประเภท Social Network แต่ในทัศนผู้เขียน มองเป็นเรื่องของการตลาดว่า เวปไหนออกแบบรูปแบบได้โดนใจวัยใด เช่น facebook ก็จะเป็นกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ๆถึงกลุ่มคนทำงาน  ส่วนเวป linked In ก็จะเป็นกลุ่มผู้บริหารและคนทำงาน ในขณะที่ Hi5 ก็จะเป็นกลุ่มนักศึกษา เด็กวัยรุ่น.... ส่วนคนทำงานระยะหลังหันไปเล่น facebook กันมากขึ้น

          ต่อไปขอกล่าวถึง Social HR Network บ้าง ซึ่งจะพูดคุยในประเด็นที่เกี่ยวกับ ซึ่งได้แก่

ประโยชน์  ข้อเสียและข้อควรระวัง แน่นอนเจ้า Social Network สามารถนำมาใช้ในงานของ HR ได้มากน้อยอย่างไร โดยขอยกตัวอย่างเป็นส่วนๆที่เกี่ยวข้อง

งานสรรหา Recruitment / Selection เริ่มจากงานสรรหาดูจะชัดเจนที่สุดในการนำมาใช้ เพราะสามารถช่วยให้เข้าถึงผู้สมัครได้ง่ายมากขึ้น ค้นหาบุคคล ศึกษาพฤติกรรมทัศนคติต่างๆที่เขามีได้ โดยในต่างชาติเองแล้วนั้น มีการให้สมัครงานและมีการเข้าไปดูประวัติใน facebook หรือแม้กระทั่งเวปไซด์ที่เกี่ยวข้องในเรื่องการสร้างเครือข่ายด้ายงานได้ชัดเจนก็ดูเหมือนจะเป็น เวป linked In ที่ให้คุณกรอกประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน เรียกง่ายๆว่าเป็น resume แบบหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งหลายๆ Recruitment Agency ก็หันไปหาผู้สมัครที่มีประวัติดีๆผ่านทางช่องทางนี้ด้วยเช่นกัน

งานอบรมและพัฒนา Training / Development สำหรับงานอบรมและพัฒนา ใช้เป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนมุมมอง สร้างเครือข่าย เพื่อหาสิ่งที่ดีหรือแนวทางในการพัฒนาองค์การหรือบุคคลากรใหม่ๆ โดยเฉพาะหากเครือข่ายของเราเข้มแข็ง เราก็สามารถที่จะใช้เป็นช่องทางในการนำสิ่งดีๆเช่น best practice มาพิจารณาปรับใช้กับองค์การของเราได้ หรือแม้กระทั่งให้เครือข่ายแนะนำ วิทยากร ที่ดีได้เช่นกัน

งานค่าตอบแทนและสวัสดิการ Compensation & Benefit

จริงแล้วภาพของ ระบบสังคมเครือข่าย ก็เหมือนกับเครือข่ายปกติที่เราสามารถจะยกหูโทรศัพท์สอบถาม เพื่อนที่รู้จัก เพื่อทำการขอข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบด้านค่าจ้าง ค่าตอบแทน กฎระเบียบ สวัสดิการต่างๆ หากแต่การสื่อสารทางนี้ ข้อดีก็คือรวดเร็วกว่า และสามารถเข้าถึงรวมถึงบุคคลที่เราอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอตัวกันมาก่อน แต่เพียงทราบว่าอยู่ในสายอาชีพเดียวกันเป็นต้น

งานแรงงานสัมพันธ์ Employee Relations

หากองค์การมีการประยุกต์ใช้เครื่องมือแบบนี้ในทางสร้างสรรค์ เราสามารถให้พนักงานสร้างและจัดกลุ่มเข้ามาอยู่ด้วยกัน ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารอีกทางหนึ่ง หรือสร้างสัมพันธ์ สร้างความผูกพัน ให้กลับกลุ่มพนักงาน ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยน และใกล้ชิดผู้บริหารก็ได้ หรือแม้กระทั่งตอบข้อซักถามเรื่องแรงงานผ่านทางเจ้าหน้าที่ตัวแทนบริษัท  แม้กระทั่งสร้างเป็นเครือข่ายทำเนียบให้บรรดาพนักงานเก่าใหม่ ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ หรือ ติดตามความก้าวหน้า กระทั่งเชิญชวนกลับมาทำงานกับบริษัทในตำแหน่งอื่นๆ ทั้งนี้ไม่มีรูปแบบตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะนำเครื่องมือนี้มาใช้ในทางสร้างสรรค์ได้อย่างไร

           นอกจากนี้นอกจากเรื่องของการสร้างเครือข่ายแล้ว ในบางเวปสามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือต่างๆ อาทิเช่น ข้อความ ปฏิทิน ระบบการเตือน การจัดการต่างๆ ได้เช่นกัน

ดังนั้นข้อดีก็มีหลากหลาย อาทิเช่น

1.      ช่วยในการรวบรวมสมาชิก ทั้งเพื่อนร่วมอาชีพ หรือพนักงานในบริษัทเดียวกัน สร้างเครือข่ายที่เข็มแข็ง

2.      ช่วยในการสื่อสาร และเข้าถึงพนักงานได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น (กรณีบริษัทสนับสนุนให้พนักงานทุกคนสร้าง)

3.      สามารถประยุกต์ใช้ในการเป็นเครื่องมือทางเทคโนโลยีในราคาที่ถูก ไม่ต้องมีแอปพลิเคชั่นเอง

4.      ใช้ในการค้นหาตรวจสอบข้อมูลอื่นๆ หรือประยุกต์ใช้โดยไม่ต้องจัดเก็บข้อมูลไว้เองและเข้าถึงผู้สมัครได้มากขึ้น

ข้อเสียและข้อควรระวัง แน่นอนทุกอย่างเมื่อมีข้อดีแล้วก็ย่อมมีข้อเสีย โดยเฉพาะเมื่อเครื่องมือสื่อสารที่สามารถทำให้การเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบได้ง่ายมากขึ้น พบว่าหลายๆคนไม่ได้ใช้เครื่องมือที่เป็นประโยชน์มากนักทั้งที่พนักงานสามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือที่มีประโยชน์ต่างๆจากเวปต่างๆเหล่านั้นได้

ซึ่งจาก บทความที่เขียนโดย Richard MacManus ได้เขียนถึง facebook หนึ่งในเวปอันดับหนึ่งด้าน Social Network ในบทความที่ชื่อว่า Facebook at Work - Slacking or Networking? โดยกล่าวว่าบริษัทในประเทศ Australia สูญเสียค่าใช้จ่ายราว 5 พันล้านดอลล่าร์ต่อปีเพราะพนักงานมักใช้เวลาในการเข้าใช้งาน facebook ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อวัน ในการเข้ามาพูดคุย มากกว่าการทำงาน ดังนั้นในหลายบริษัทจึงไม่อนุญาตให้เชื่อมต่อกับระบบ facebook

สำหรับการใช้เครื่องมือนี้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของเครือข่าย รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทั้งเก่าใหม่ นับเป็นเรื่องที่ดี แต่หากจะนำมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นทางการกับกลุ่มพนักงาน ก็ควรมีการใช้อย่างสร้างสรรค์ มีการพูดคุยหรืออบรมกับพนักงานในเครื่องมือที่สำคัญๆ ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที หรือมีการจัดสรรเวลาในการให้พนักงานเข้าให้ เพื่อไม่ให้พนักงานใช้เวลางานในกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์

เมื่อเราทราบข้อดีและข้อเสียแล้ว สิ่งที่อยากจะฝากไว้ก็คือ ควรใช้เครื่องมือนี้อย่างสร้างสรรค์และระมัดระวัง เพราะเครื่องมือนี้สามารถให้นักทรัพยากรบุคคลเข้าถึงความเป็นตัวตน และความเป็นส่วนตัวของแต่ละบุคคลได้อย่างสาธารณะ แต่ก็ต้องพึ่งระวังเรื่องของการละเมิดความเป็นส่วนตัวและจริยธรรม ในขณะเดียวกันทว่าหากวันหนึ่ง social network ถูกนำมาใช้มากขึ้น ก็อาจจะทำให้เกิดการบิดเบือน ข้อมูลหรือข่าวสาร ทำให้รูปแบบของเครื่องมือนี้มีการปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่แตกต่างไปจากปัจจุบันได้เช่นกัน ไม่ว่าอะไรก็ตามหากเราเรียนรู้และใช้มันไปในทิศทางที่ถูกต้องเราก็จะได้รับประโยชน์จากมัน และใช้มันได้อย่างเต็มที่ แต่หากว่าเราใช้มันไปในทางที่ผิด เครื่องมือเหล่านั้นก็อาจจะหันมาทำร้ายพวกเราได้เองเหมือนกัน...........

 Link ที่เกี่ยวข้อง

สถิติการใช้ Social Network ใน

http://www.socialnetworkingwatch.com/usa-social-networking-ran.html

ประวัติ/กำเนิด Facebook

http://www.hmu111.com/general-information/facebook-social-network.html 

Facebook at Work - Slacking or Networking? 

http://www.readwriteweb.com/archives/facebook_at_work_slacking_or_networking.php

โดย zzzpeterzzz

 

กลับไปที่ www.oknation.net