วันที่ เสาร์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กิจกรรม วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2552


ผมไม่ได้เขียน blog นานไปหน่อย จริง ๆ แล้วกิจกรรมที่ โครงการ ฯ ทำกัน มีตลอดเวลาครับ แต่ไม่มีเวลามา up blog ครับ


          เราเตรียมงานในสัปดาห์นี้ไว้ 2 - 3 อย่างครับกะว่าจะทำให้เสร็จ ในวันเดียวเลย ประกอบกับมีน้อง ๆ นักเรียนจากโรงเรียนลำปางกัลยาณี มาช่วยอีก เลยเตรียมงานไว้ อย่างนี้ครับ

1. ซ่อมสะพานข้ามลำธาร ไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยโจ้ ซึ่งพังชำรุดมาก

2. ทำทางเดินขึ้นสันเขื่อน อ่างเก็บน้ำห้วยโจ้ ให้เป็นบันได เพราะจะได้ไม่ลื่น

3. ทำความสะอาด บริเวณอ่างเก็บน้ำ ต่อจากคราวที่แล้ว

ทีนี้เราต้องอาศัยบุคคลที่มีพละกำลังและฝีมือจริง ๆ เพราะการทำสะพาน และบันได คงต้องใช้คนที่มีฝีมือช่างพอสมควร


          วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2552 พี่แอ๋ว ขออนุญาตพบท่าน ผู้บัญชาการ มณฑลทหารบกที่ 32 ซึ่งทราบว่าท่านกำลังจะเดินทางไปต่างจังหวัด ท่านให้ความกรุณากับพวกเราได้พบ สรุปว่า เราจะมีกำลังทหาร 10 นาย พร้อมอาวุธครบมือ (มีด เลื่อย จอบ เสียม ครับ) และจะไปส่งให้ถึงที่ เลยครับ ท่าน "ขอบคุณ" พวกเราที่ "เอาโครงการดี ๆ ที่ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม" ไปให้ท่าน เราเลยบอกท่านว่า "จะขอกำลังบ่อย ๆ" ท่านก็ยินดีครับ และท่านยินดีเป็นเครือข่ายในการทำงาน หลาย ๆ โครงการ ทั้งโครงการป้องกันไฟป่า โครงการปลูกหญ้าแฝกกันดินพัง ฯลฯ พวกเราต้องรีบลากลับ  เพราะท่านก็ต้องรีบไปครับ

          บ่ายวันเสาร์ ผมเข้าวัดม่อนพระยาแช่ เพื่อบอกหลวงพ่อให้ทราบ ว่าเราจะไปทำอะไรบ้าง ปรากฎว่า ในวัดฝนตกพรำ ๆ ตลอดเวลาเลยครับ (ดังรูปที่ถ่ายมา ข่างล่างนี้)

          ผมเดินไปที่อ่างเก็บน้ำ ก่อนจะถึงสันเขื่อน ได้ยินเสียงที่ไม่เคยได้ยินมานานแสนนาน คือเสียงน้ำตกครับ ปรากฏว่า น้ำล้นเขื่อน ไหลมาตามลำธารที่ซอกเขา ซึ่งแทบไม่เคยเห็นมีน้ำไหลเลย แต่บัดนี้ มีน้ำไหลมากพอสมควร เสียงน้ำดังไปไกลเลยครับ (นึกถึงสมัยเป็นเด็ก ขี่จักรยานไปเที่ยวน้ำตกกระอาง  น้ำตกสลัดได ที่ อ.บ้านนา นครนายก)

.... คลิ๊กที่นี่ ดู Clip Video ลำธาร หลังเขื่อนครับ ...

          เดินมาถึงสะพาน ที่เราว่าจะมาซ่อมกัน ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละครับ สะพานนี้ คนข้ามไปมากันทุกวัน โดยเฉพาะชาวบ้านที่ไปตัดหน่อไม้ และหาของป่าต้องแบก หรือหาบ กระสอบหน่อไม้ ที่หนักมาก ข้ามสะพานพัง ๆ สภาพนี้แหละครับ

          ผมเดินขึ้นไปจนถึงสันเขื่อน เพื่อดูงานที่เราตัดต้นไม้ไว้ ก็ปรากฏว่า ยังไม่มีตอไม้ที่เราตัดไว้ เจริญเติบโตออกมาอีก สภาพสันเขื่อน ดูสะอาด โล่ง และเย็นสบายท่ามกลางสายฝนครับ

          เมื่ออยู่บนสันเขื่อน มองลงมา ตามทางเดินที่เดินขึ้นไป ก็มีสภาพอย่างที่เห็น (รูปล่าง) เห็นร่องรอย น้ำไหลพาหินมากองรวมกันเป็นหย่อม ๆ


          ที่นี้เดินลงมาแล้วมองขึ้นไปมั่ง จะเห็นสภาพที่เสียหายมากกว่าเดิม ช่วงที่เห็นนี้ เป็นช่วง 10 เมตรแรก จากสันเขื่อนลงมา

          ช่วงนี้เป็น 10 เมตร ช่วงที่ 2 สภาพก็ไม่ต่างกัน บางช่วงกลับพังทลาย มากกว่าช่วงบนเสียอีก

          ช่วงนี้ เป็นช่วง 10 เมตร ช่วงที่ 3 หรือห่างจากสันเขื่อนลงมา 30 เมตร

          ช่วงนี้ เป็นช่วง 10 เมตร ช่วงที่ 4 หรือห่างจากสันเขื่อนลงมา ประมาณ  40 เมตร

          ช่วงนี้เป็นช่วงสุดท้าย ก่อนเป็นทางราบสัก 5 เมตร แล้วก็ถึง สะพาน ที่เราจะซ่อมไงครับ

*** ขณะที่กลับออกมาจากวัด ผมยังนึกไม่ออกว่า จะไปหาไม้ที่ไหน มาทำสะพาน และทำบันไดดี ขับรถผ่านหน้าที่ทำการ วนอุทยานม่อนพระยาแช่ เห็นมีเจ้าหน้าที่ กำลังทำงานอยู่ เลยแวะไปปรึกษา เรื่องไม้ที่จะเอามาทำสะพาน พี่แกบอกว่า "มีต้นยูคาลิปตัส" ตัดลงแล้ว ถ้าใช้ได้ก็เอาไปได้เลย เลยโล่งอกครับ ใช้ต้นยูคาลิปตัส วางพาดเป็นคานสัก 3-4 ต้น แล้วหาไม้กระดานเก่า ๆ หรือไม้ปีก วางปูเป็นพื้นสะพาน (เข้าท่าครับ)

***   โทรหาพี่นิกร สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลพิชัย เพื่อขอรับการสนับสนุนเครื่องมือ เช่น เลื่อยสำหรับตัดต้นไม้ และ กิ่งไม้ ตอนแรกพี่นิกรไม่ว่าง จะให้เครื่องมือมากับเรา แต่ตอนมืดแล้วประมาณ 20.00 น. พี่นิกร โทรมาบอกว่า พรุ่งนี้ 08.00 ให้ผมไปรับด้วย จะเอาเครื่องมือที่ต้องการ คือเลื่อยตัดไม้ พร้อมเครื่องตัดหญ้า แบบสะพายมาช่วยตัด และพี่นิกร จะอยู่ทำงานกับเราจนถึงเที่ยงวันครับ (เฮ้ !!!)

*** พรุ่งนี้ จะเอารูปการทำงานมาให้ดูครับ


โดย ดอยสูง

 

กลับไปที่ www.oknation.net