วันที่ จันทร์ กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จอมร้าง


จอมร้าง

พระราชประวัติ

          จอมร้าง หรือจอมรั้ง เป็นบิดาท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร วีรสตรีแห่งเมืองถลาง
          จอมร้างนี้พงศาวดารเมืองถลางบ่งว่า  แม่ชื่อดำ ตัวชื่อเรื่อง หรือ "เรือง" ส่วนที่เรียกกันว่าจอมร้างนั้น สุนัย ราชภัณฑารักษ์ แสดงทรรศนะไว้ในเรื่องท้าวเทพกษัตรีว่า "จอมร้างนั้นก็เป็นสมญาที่เกิดขึ้นจากการที่เป็นผู้รั้งตำแหน่งอยู่ตลอดอายุขัยไม่ได้รับพระราชทานเครื่องยศตราตั้งกับเขาสักที   ก็เรียกกันเลยตามเลยว่าจอมรั้ง ซึ่งภายหลังก็เพี้ยนไปเป็นจอมร้าง"
          พงศาวดารเมืองถลางกล่าวว่า  "เมืองถลางแต่ก่อนนั้นจอมร้างบ้านตะเคียนเป็นเจ้าเมือง  เมียจอมร้างเป็นแขกเมืองไทร (ชื่อ)  หม่าเสี้ย  ลูกมะหุมเถ้าแต่ก่อน  ผัวตายเป็นหม้ายอยู่  มะหุมน้องบากมาเงินมรดกห้าแสนเศษ หม่าเสี้ยขัดใจไม่อยู่เมืองไทรมาอยู่เมืองถลาง ได้กับจอมร้างเป็นผัว มีลูกชาย ๒ หญิง ๓ รวม ๕ คน หญิงชื่อจัน      เป็นท้าวเทพกระษัตตรี       หญิงน้องถัดมาชื่อมุก       เป็นท้าวศรีสุนทร       ครั้นต้นแผ่นดินพระบรมอัยกาธิราช น้องหญิงคนหนึ่งชื่อหมา  น้องชายชื่ออาด  เป็นพระยาถลาง  น้องชายคนหนึ่งชื่อเรืองที่เป็นพล"  จากพงศาวดารตอนนี้แสดงว่าภรรยาของจอมร้างเป็นเชื้อสายขุนนางเมืองไทรบุรี  ชื่อหม่าเสี้ย  เป็นหม้ายเพราะสามีตาย    เกิดขัดใจเรื่องการแย่งชิงมรดกจึงมาอยู่เมืองถลางและได้เป็นภริยาของจอมร้างจนมีบุตรชาย ๒  คน  บุตรี ๓ คน รวม ๕ คน เรียงตามลำดับ คือ จัน (ท้าวเทพกระษัตรี) มุก (ท้าวศรีสุนทร) หมาอาด (พระถลาง) และเรือง (พระปลัด)          จอมร้างถึงแก่กรรม   พ.ศ.   ๒๓๐๙   พระยาถลาง   (เทียน)  บุตรของคุณหญิงจัน  กับนานภักดีภูธร 
(หม่อมศรีภักดี) ได้เป็นเจ้าเมืองถลางสืบต่อมา
          บ้านตะเคียนซึ่งเป็นถิ่นฐานบ้านเกิดของจอมร้างนั้น  ได้เปลี่ยนเป็นตำบลตะเคียนในปี  พ.ศ.  ๒๔๓๙ ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้รวมกับบ้านดอนซึ่งเป็นบ้านเดิมของจอมเฒ่าแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นตำบล "เทพกษัตรีย์" เพื่อเป็นเกียรติอนุสรณ์แก่ท้าวเทพกระษัตรีและเป็นที่ตั้งที่ทำการของอำเภอถลางมาจนถึงปัจจุบัน

ผลงาน

          พงศาวดารเมืองถลางกล่าวว่า   "จอมเฒ่าอยู่บ้านดอน  จอมร้างอยู่บ้านตะเคียน  จอมเฒ่ากับจอมร้างเป็นลูกพ่อเดียวกันคนละมารดา ลูกหลานมะหุมอยู่บ้านดอนได้เป็นพระยาถลางเจียดทอง" แสดงว่าจอมเฒ่าและจอมร้างมีบิดาเป็นเชื้อเจ้าที่นับถือศาสนาอิสลาม ครั้นบิดามารดาเสียชีวิตจึงได้มีการสถาปนาชื่อเมื่อตายเป็นมรหุม   (ดู   มรหุม)   และทั้ง   ๒   ท่านนี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรมการเมืองผู้น้อยจากเจ้าเมืองถลางให้มีตำแหน่งบรรดาศักดิ์เป็น  "หลวง"   โดยเจ้าเมืองเป็นผู้คัดเลือกออกหมายตั้งเอง  จึงเรียกท่านทั้ง  ๒  เป็นการเคารพว่า "จอม" ทั้งยังเป็นขุนนางเมืองถลางมาก่อน
          จอมเฒ่าพี่ชายต่างมารดาของจอมร้างได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้าอยู่หัวให้เป็นเจ้าเมืองถลางอย่างสมบูรณ์สืบแทนพระยาถลางคางเซ้งผู้ต้องโทษเข้าไปตายในกรุง  จึงได้รับพระราชทานเครื่องยศครบถ้วนเต็มตามตำแหน่ง มีถาดทองคำ  (เจียดทอง)  เป็นต้น  ครั้นพระยาถลาง (จอมเฒ่า บ้านดอน) ถึงแก่อนิจกรรมในตำแหน่งในปลายรัชกาลพระเจ้าบรมโกศ จอมร้างบ้านตะเคียนได้รั้งตำแหน่งเจ้าเมืองสืบแทนมาจนตลอดรัชสมัยพระเจ้าเอกทัศ (พ.ศ.  ๒๓๐๑  - ๒๓๑๐) เนื่องจากในระยะนี้ทางกรุงติดการรบพุ่งแย่งราชสมบัติกันเองบ้าง  ติดการสงครามกับพม่าบ้างจึงไม่มีเวลาที่จะตั้งตำแหน่งข้าราชการหัวเมือง   จอมร้างจึงมิได้รับพระราชทานเครื่องยศตราตั้งจากกรุงให้เป็นพระยาสุรินทราชา  พระยาถลางเจียดทอง  จึงเรียกกันว่าจอมรั้งหรือจอมร้างตลอดมาจนถึงแก่กรรม

เกียรติคุณที่ได้รับ

          จอมร้างได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองถลาง ตลอดรัชสมัยพระเจ้าเอกทัศ (พ.ศ. ๒๓๐๑-๒๓๑๐)

  

โดย www.phuketham.vze.com

 

กลับไปที่ www.oknation.net