วันที่ อังคาร กันยายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Performance Management กับ ช่างตัดผม


Date 29 Sep 2009
Performance Management กับ ช่างตัดผม

สวัสดีกันอีกครั้งครับ จากที่ฝากเรื่องเอาไว้ว่าเราจะได้พูดคุยกันเรื่อง Performance Management  กับ ช่างตัดผม

เอาหล่ะครับ.....เรื่องราวนี้ไม่ใกล้ ไม่ไกล ก็คือเกิดกับผมเอง มันทำให้ผมคิดและสะท้อนถึงเรื่อง Performance ขึ้นมาจับใจ (อย่างที่อาจารย์ รศ. จิรประภา อัครบวร ได้สอนไว้)

วันเสาร์หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดสัปดาห์ วันนี้อยากหล่อกับเขาสักหน่อย เดินเข้าร้านตัดผม (ขอสงวนชื่อร้านครับ)  ผมมาหยุดหน้าทางเข้าร้าน ซึ่งประทับประดาไปด้วยสติกเกอร์หลากหลาย ทั้งบริการที่ทางร้านมี ราคาที่ดึงดูดและไม่แพง พร้อมกับรางวัลชนะเลิศทางด้านการแต่งผม อันชักชวนให้เราอยากจะเข้าไปจัดการกับผมรุงรังของเราเต็มแก่

พนักงานต่างเข้ามาต้อนรับและสอบถามว่า  "ตัดกับอาจารย์ เอ. หรือเปล่าคะ มีช่างประจำไม๊" 
"เอ่อ....ไม่ครับ" ผมตอบ  ในพลันนึก "หัวแค่นี้ต้องถึงกับมีช่างประจำด้วยหร๋อ ทำยังกับรถเข้าอู่"

.....ระหว่างรอหยิบหนังสือ อาจารย์ไชยยศ ปั้นสกุลไชย เรื่อง INNOVATIVE TRAINER วิทยากรนอก[กรอบ] มาอ่านรอ.....

ไม่นานช่างสาววัยกลางคนส่งยิ้มพร้อมจัดการให้เราสระผม พร้อมรอลงกรรไกร ....ในใจเรานึกว่า ได้หล่อสะที.....
"บอกช่างว่าผมชอบตัดข้างๆสูงน่ะครับ" พลันวางหนังสือที่หยิบมาไว้หน้ากระจก (หันหน้าปกขึ้นพอได้เห็นตัวการ์ตูน อาจารย์ไชยยศ กอดอก ใส่แว่น  ยิ้มมุมปาก จนตาปิด..... )


อาการเพลินระหว่างตัดผมเริ่มเข้ามา ....  ใช่ครับ ผมนั่งหลับตา คิดโน้นนี่ จนแอบงีบไปพักหนึ่ง .... ด้วยความวางใจ
สักพักพอได้สติก็ตื่นมาลืมตา.... 

......วูบแรกคิดว่า ไอ้เณรที่ไหนมานั่งหน้ากระจก....!  นั่นคือเราเองนิหนา...!


ปากพลันบอกช่างว่า "พี่ครับพอเถอะครับ ผม (เส้นผม) ไม่มีเหลือแล้ว  ผมทำผมตั้งๆแบบคนอื่นไม่เป็นครับพี่...."
พลันรีบจับหนังสือที่ติดมาคว่ำหน้าลงทันที ไม่วายเจอรูปอาจารย์ไชยยศที่ปกหลัง ชี้นิ้วขึ้นฟ้า เหมือนจะบอกเป็นนัยว่า.... หล่อเหมือนพี่เลยน้อง (ผมสั้นเหมือนอาจารย์แป๊ะ) .......  หนังสือเขาแรงจริงๆ

ภาพที่ 1 ผมสั้นแบบว่าไม่เคยสั้นแบบนี้มาก่อน T T (เกือบล้าน)

ภาพที่ 2 ก่อนตัด (อาทิตย์ก่อน)


มาถึงตรงนี้หลายคนคงงงว่าเกี่ยวอะไรกับเรื่อง Performance Management
อยากให้ทุกคนมองเห็นภาพตามดังนี้ครับ หลายครั้งที่เราเป็นหัวหน้า
เหมือนผมเดินเข้าไปบอกช่างตัดผมแบบลวกๆว่าต้องการ  "ผมข้างๆสั้น" และไม่ได้บอกว่าอยากให้เป็นทรงอย่างไร
ที่สำคัญเหมือนผมเป็นหัวหน้าที่หลับหูหลับตา แล้ววางใจ ไม่ได้มีการมองหรือติดตามผล
มาพบอีกทีก็เมื่อผลงานเสร็จสิ้นออกมา  ........

ถ้าเป็นสมัยก่อนผมเคยรู้สึก โกรธช่างตัดผม (แต่ไม่แสดงออก กลัวไม่เหลือหัวให้ตัด)
แต่ว่าตอนนี้เราเข้าใจ ว่าเป้าของเราไม่ชัดเอง แล้วเราก็ไม่ติดตามผลด้วย
หากเราต่อว่า ก็เหมือนเราว่าลูกน้องของเราว่าทำงานไม่ดี ทั้งที่เราไม่กำหนดความคาดหวังให้ชัด

แล้วคุณเคยเป็นหัวหน้าที่บอกไม่ชัด  ไม่ติดตามผล  สุดท้ายยังลงที่ลูกน้องหรือเปล่า ลองดูการตัดผมของผมครั้งนี้แล้วคุณจะเข้าใจว่าการเป็นหัวหน้าต้องทำอย่างไรนะครับ

ขอบคุณครับ

ทิ้งท้าย
สรุปเนื้อหาเกี่ยวกับการประเมินผลงาน (อย่างสั้น)
1. ตั้งเป้าหมายให้ชัด  ทั้ง เป้าหมาย (KPI) และ พฤติกรรมที่องค์การหรือหน่วยงานคาดหวัง
2. กระบวนการตั้งเป้าหมาย ต้องเน้นการสื่อสาร ให้เข้าใจว่าหัวหน้าคาดหวังอะไร ลูกน้องทราบความคาดหวังของเราหรือไม่
แล้วหากทำออกมาแล้วเทียบแล้วอย่างไรเรียกว่าดี อย่างไรเรียกว่าดีมาก หรือว่าต้องปรับปรุง ควรระบุให้ชัด
3. ระหว่างทางมีการติดตาม และแก้ไข  อย่ารอจนถึงปลายทาง อาจจะใช้วิธีการติชม บอกเป็นระยะว่าสิ่งใดลูกน้องทำได้ดี สิ่งใดที่ไม่ดี
4. ประเมินผลงาน ว่าเป็นไปตามที่ตกลงหรือไม่
5. จากนั้นก็ให้รางวัล (Reward)
แล้วรับรองว่างานของท่านจะเป็นไปตามเป้าที่ท่านหวัง  ความรู้สึกของท่านและลูกน้องจะดี

อย่าลืมว่าความเชื่อมโยงของระบบการประเมินผล ควรเชื่อมโยงกับเป้าหมายใหญ่ขององค์การส่งต่อมายังหน่วยงาน และรายบุคคลตามลำดับ
และระบบการประเมินผลงานสามารถนำใช้ทั้งในเรื่องของการพัฒนาอบรม  การทำเรื่องค่าตอบแทนและเงินรางวัล รวมถึงการพัฒนาเส้นทางอาชีพได้อีกด้วย

โดย zzzpeterzzz

 

กลับไปที่ www.oknation.net