วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โธ่...น้องปรางค์ของจ่าจินต์ (ลูกประสาท)


เด็กหญิงปราน (ณมน เทพโสภา)  ยอดกตัญญู เพื่อพ่อที่อัมพาตครึ่งตัว

                อันเนื่องมาจากมีโอกาสได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับบล๊อกเกอร์มะอึก เต็งพ้ง มะยง สิริปตี จ่าจินต์ในงานดูกังหันพลังงานลมในวันที่ 19-20 ก.ย. 52 จึงนำไปสู่การปูทางในกิจกรรมต่อไปคือ ทำโป่งเทียมและปลูกป่าอาหารสัตว์เพื่อช้าง ที่หน่วยพิทักษ์ป่า “ละเลิงร้อยรู” เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีพี่เต็งพ้ง พี่ชาลีเป็นพ่องาน และทีมงาน OK Nature ผมจึงอาสาไปร่วมงานด้วย (แต่ไปช่วยไม่ทัน)

                แต่ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้คือจ่าจินต์ เพราะท่านมีภารกิจไปบุรีรัมย์เหมือนกัน แต่คนละงาน คือต้องเอามอเตอร์ไซค์ไปมอบให้กับน้องปราน ที่อำเภอลำปลายมาศ ผมก็ไม่เข้าใจและไม่รู้เรื่องภารกิจของพี่ดาบ (จ่า) จินต์เท่าไหร่ แต่ก็อาสาว่า ในเมื่อมาบุรีรัมย์เหมือนกัน ก็เอาจักรยานยนต์บรรทุกมาด้วยเลย

                แต่เรื่องราวมันไม่ง่ายอย่างนั้น มอเตอร์ไซค์ยังไม่ได้จัดการ ไม่ได้ซื้อไม่ได้โอน แล้วจะได้ไปไหมเนี่ยะ ติดขัดอะไรไม่ทราบ ผมเลยโทรไปคุยกับจ่า เพราะการทำงานแบบต้องวางแผนไว้ล่วงหน้าค่อนข้างแน่นอน แต่พี่จ่าจินต์ประมาณว่าอย่ามาเอาแน่เอานอนกับท่านเลย ถ้าไม่ได้ท่านก็จะหาทางเอาไปเอง ท่านเกรงใจ ผมก็เลยต้อง ยอม อะไรก็ยอม เพราะถ้าตั้งใจจะช่วยแล้วก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด ท้ายสุดเลยทราบว่ายังขาดงบประมาณอยู่ ราว 5,000 บาท รุ่งขึ้นผมก็โอนเงินส่วนนั้นไปให้จ่าจินต์ในทันที เรียบร้อยไปหนึ่งงาน

                เงินจำนวนนั้นมีผู้ร่วมบริจาคดังนี้ คุณไซม่อน คุณตู่ คุณยอดยิ่ง ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง จ่าจินต์ถามว่า ชั่วข้ามคืนไปหาเงินมาจากไหน ตอบแบบขำ ๆ กันไป แต่ออกอากาศไม่ได้

25 กันยายน 2552

                เลิกงาน 5 โมงเย็นผมขับรถจากอยุธยา มุ่งหน้าไปแฟลตตำรวจแถว ๆ ตรงข้ามกับซอยอารีย์ ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝนตกหนักน่าดู กว่าจะถึงก็ค่ำ ดีที่รถไม่ติดเท่าไหร่นัก ถึ่งที่แล้วก็จัดแจงยกรถขึ้น เตรียมออกเดินทาง แต่ต้องกลับไปบ้านผมที่รังสิต เพื่อเตรียมข้าวของของผมก่อน รวมถึงครอบครัวที่จะติดสอยห้อยตามไปด้วย เนื่องจากว่า บ้านที่โคราชอยู่ที่อำเภอหนองบุญมาก ผมเอาหลังคามาใส่รถ แต่เนื่องจากรถมอเตอร์ไซค์มันสูงเกิน จ่าเลยจับกระจกปรับลง แต่มันแตกหมด ต้องไปหาซื้อใหม่

                เราออกเดินทางกันประมาณ 3 ทุ่มกว่า ๆ ขับไปเรื่อย ๆ ขับเร็วไม่ได้ เพราะบรรทุกเยอะ ไปถึงบ้านเกือบตีหนึ่ง แล้วก็แยกย้ายกันเข้านอน

26 กันยายน 2552 (เสาร์)

                ผมได้ยินเสียงจ่าจินต์คุยอยู่กับแม่ แต่เช้าเลย ผมเลยลุกขึ้นจัดแจงเตรียมข้าวของ ออกเดินทางเมื่อตอน 7 โมงเช้า ไปทางอำเภอหนองบุญมาก ถึงอำเภอนางรอง เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอหนองหงส์ และมุ่งสู่อำเภอลำปลายมาศ รวมระยะทางกว่า 90 กม. ผมเองก็ไม่เคยมา เมื่อถึงตัวอำเภอ ก็เลยต้องโทรถามน้องปราน คุณพ่อของน้องปรานเป็นคนบอกทางให้ ต้องไปอีก 25 กม. โดยประมาณ

                ระหว่างทางเราก็แวะไปเรื่อย เจอช้าง เจอชาวบ้าน เจอเป็ด ก็จอด จนคุณพ่อของน้องปรานโทรมาถามว่าถึงไหนกันแล้ว เพราะเราหลงเหมือนกัน

                เมื่อถึงบ้าน น้องปรานออกมาต้อนรับ และเข้าไปพบพ่อของเธอ คุณประสาท เทพโสภา นอนอยู่บนเตียงในห้องเล็ก ๆ ท่าทางของเขาดีใจมากเมื่อได้พบกับจ่าจินต์ พ่อของน้องปรานนอนเป็นอัมพาตครึ่งตัวอย่างนี้ ช่วงครึ่งลำตัวล่างขยับไม่ได้ ผมถามจ่าว่า ทำไมเขาเป็นเช่นนี้ จ่าตอบได้อย่างมั่นใจว่า “ไม่รู้ ไม่ได้ถาม”  จ่าไม่เคยสนใจเรื่องความเป็นมาหรือเรื่องส่วนตัวที่ลึกลงไป เพราะมีหน้าที่แค่ช่วยเหลือ เสร็จภารกิจแล้วก็จบกัน แม้แต่ชื่อของน้องปราน จ่าก็เขียนเป็น “ปรางค์”

                “ประสาท เทพโสภา” เคยมีอาชีพเป็นช่างไฟฟ้า แต่ประสบอุบัติเหตุโดนรถชนเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่น้องปรานจะคลอด 1 เดือน เขามีลูก 2 คน อีกคนหนึ่งเป็นพี่ชายของน้องปราน ซึ่งโตแล้ว ตอนนี้บ้านนี้มีเพียง เขาและปราน สองคน

                ชีวิตของ “ประสาท” ต้องเร่ร่อนไปมาระหว่าง บ้านที่หนองคาย กับที่ลำปลายมาศ จนเมื่อสามปีที่ผ่านมา เขาได้ย้ายมาอยู่บ้านนี้กับลูก ตอนนั้นน้องปรานก็อายุเพียง 10 ขวบ เธอต้องรับภาระในการปรนนิบัติพ่อตั้งแต่นั้นมา เพราะแม่จากครอบครัวไปนานแล้ว ปรานต้องทำทุกอย่าง ทั้งหุงหาอาหาร ดูแลพ่อ

                มีครั้งหนึ่ง ปรานต้องพาพ่อไปอำเภอ โดยการขับมอเตอร์ไซค์พ่วง ให้พ่อนั่งไปด้วย เนื่องจากยังไม่ชำนาญเลยพาพ่อลงข้างทาง ทั้งสองเล่าไปขำไป ทุกวันนี้ปรานจะต้องกลับมาหาข้าวหาน้ำให้พ่อในตอนเที่ยง หากไปเรียน ดังนั้น “มอเตอร์ไซค์” จึงมีความจำเป็น แทนคันเก่าที่เก่ามาก ๆ  ในปีหน้าปรานก็จะจบ ป. 6 แล้วต้องไปเรียนต่อชั้นมัธยม ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะไปเรียนที่ไหน ถ้าห่างจากบ้านเกินไปก็เป็นห่วงพ่อ ตอนเที่ยงจะไม่สามารถมาดูแลพ่อได้

                น้องปรานเล่าว่า แม่จะมาหาแค่ปีละหน คือวันแม่เท่านั้นเอง ค่าใช้จ่ายนั้น พ่อจะจดไว้ทุกบาททุกสตางค์ เงินที่ได้จากหลาย ๆ ที่ไม่ว่าจะทางจังหวัด หรือเงินที่ได้รับบริจาค โดยเฉพาะ BG สยุมพร โอนมาจากสหรัฐอเมริกา เดือนละ 2,000 บาท แต่ละเดือนจะมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 3,000 กว่าบาท ทั้งค่าอาหาร ค่าของใช้ที่จำเป็น พ่อของปรานบอกว่าจะใช้เงินให้คุ้มค่ามากที่สุด รวมเป็นค่าใช้จ่ายของน้องปรานที่ใช้สำหรับการเรียนด้วย แต่น้องปรานได้รับการช่วยเหลือจากทางโรงเรียนบ้าง

                คุณประสาท เป็นอัมพาตครึ่งตัวก็จริง แต่ไม่ได้อยู่เฉย เขาถักเปลด้วยเชือกไนล่อนขาย อันละ 150 บาท จริง ๆ แล้วมีกำไรแค่อันละประมาณ 30 บาท ซึ่งจะต้องซื้อเชือก และไม้มาทำเอง

                คุณประสาทเก็บเงินไว้ให้ปรานได้ในบัญชี สองหมื่นกว่าบาท สำหรับเป็นทุนการศึกษา แต่ตอนนี้ เขาได้ยินเสียงน้อยลง และได้ยินเพียงข้างเดียว เวลาพูดต้องพูดดัง ๆ

                ชีวิตของน้องปราน ที่ต้องดูแลพ่อมาตั้งแต่ 10 ขวบ นับว่าเป็นภาระอันหนักสำหรับเด็กหญิงตัวน้อย ๆ แทนที่เธอจะมีเวลาได้วิ่งเล่น ได้ดูทีวี ได้ทำอะไรสนุกสนานประสาเด็ก แต่เธอต้องเอาเวลาเหล่านั้นมาคอยเฝ้าอยู่ข้าง ๆ พ่อ เมื่อคืนเธอบอกว่าพ่อตัวร้อนด้วย สองพ่อลูกอยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่น และกำลังใจของคุณประสาท พ่อของปรานก็ได้จากจ่าจินต์และผู้มีเมตตาอีกหลาย ๆ ท่านที่คอยช่วยเหลือทั้งกำลังทรัพย์และกำลังใจ

                ก่อนกลับ น้องปรานยังฝากเปลไนล่อนที่พ่อทำขึ้นมาให้สำหรับผู้อุปการะด้วย  ช่างมีน้ำใจจริง ๆ

                วันนี้สองพ่อลูกดูมีรอยยิ้มที่อิ่มเอม น้องปรานยิ่งดูสดใสกว่าปกติ ตามที่พี่จ่าบอก เธอพูดคุยและยิ้มอย่างร่าเริง คุณศุภสิทธิ์ สุขนินท์ เพื่อนของผม ฝากเงินมาให้เป็นทุนการศึกษาและเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับน้องปรานอีก 4,000 บาท 

                ขอบคุณ จ่าจินต์ที่ทำให้ผมได้มาพบกับชีวิตของสองพ่อลูกผู้ไม่เคยยอมแพ้ในชะตากรรมของการใช้ชีวิตตราบที่ยังมีลมหายใจ

                ขอบคุณ จ่าจินต์ และพี่สยุมพร ที่ช่วยเหลือทั้งสอนท่าน

                ขอบคุณ เพื่อน ๆ ที่ช่วยเหลือทั้งสองพ่อลูกนี้

                ขอให้บุญกุศลที่ท่านได้ทำในครั้งนี้ จงส่งผลดีต่อท่านและครอบครัว ให้มีความสุข มีความโชคดี สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ตลอดไป

เรื่องที่พี่จ่าจินต์เขียนถึงน้องปราน

คุณกนกขอรับ...จ่าขอโทษ..รูปที่ลง..กับจักรยานยนต์คันแรกในชีวิต....ที่ฉันทำเพื่อเธอ.กตัญญู.”

โธ่...น้องปรางค์ของจ่าจินต์  ที่แท้ น้องเธอชื่อ “ปราน” ลูกของ พ่อประสาท เทพโสภา  ชื่อจริงของน้องปรานคือ “ณมน”  พี่จ่าบอกไม่เป็นไร เคยเรียกชื่อไหนก็ชื่อนั้น

---------------------------------------------------------------------------------

เรื่องราวที่เกี่ยวข้องในการเดินทางเดียวกัน (เชิญคลิกเข้าไปอ่านได้เลยครับ)

------------------------------------------------------------------

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net