วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ลำนางรอง อย่าร้องไห้ (ตอนที่ ๑)


.

"ลำนางรอง อย่าร้องไห้"

.

.

๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖

สายลมหนาวเพิ่งจางจาก ทิ้งฝากความแห้งแล้งเอาไว้เกลื่อนป่า กลิ่นใบยูคาลิปตัสที่กล่นเกลื่อนกองทับหนาตากว่าปีก่อนๆ ส่งกลิ่นเหม็นชวนคลื่นเหียน แม้กระทั่งนกน้อยใหญ่ยังไม่ยอมบินผ่าน จะมีก็จำพวกที่ทนทานกลิ่นเพราะกลิ่นตัวเองก็ฟุ้งจัด เช่น หมาจิ้งจอก หรือหมูป่า ที่รีบวิ่งหงุดๆผ่านป่าปลูกที่โปร่งโล่ง เข้าสู่หย่อมป่าธรรมชาติ เพื่อเร้นกายให้ไปถึงต้นน้ำลำนางรองให้เร็วที่สุด จะเรียกว่าพวกมันยังพออาศัยป่าอยู่ได้ แต่ไม่ใช่อาศัยอยู่อย่างยั่งยืนเช่นกาลก่อน ก่อนที่ยูคาลิปตัสเหล่านี้จะหล่นลงมาจากฟากฟ้า แล้วงอกเงยบนผืนแผ่นดินนี้อย่างแปลกประหลาด

ไม่ไกลจากแปลงป่าปลูก ที่อาคารสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลลำนางรอง คึกคักด้วยผู้คนไม่ต่ำกว่าสามสิบคน พวกเขาทยอยเดินเข้าไปในห้องประชุม ต่างมีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ใครบางคนกลับมีใบหน้าเคร่งขรึม ดวงตาครุ่นคิด

การประชุมโต๊ะกลมเริ่มขึ้นในเวลา ๑๐.๐๐ น. เนื้อหาแรกๆเป็นข้อปรึกษาหารือเรื่องงานบุญประเพณีของท้องถิ่น เรื่องการจัดจ้างสร้างอาคารเพิ่มเติม และมีการแต่งตั้งคณะทำงานไปตามกิจกรรมต่างๆ ปราศจากข้อถกเถียงขัดแย้งกัน

กระทั่งมาถึงวาระการประชุมสุดท้าย ที่สำคัญ ประธานในที่ประชุมได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าวาระนี้ มีความเป็นมาอย่างไร

“มีหนังสือจากบริษัทนางรองอุตสาหกรรม จำกัด มาถึงสภา เพื่อขอความเห็นชอบในการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ เพื่องานด้านการเกษตรแบบผสมผสาน เนื้อที่ประมาณ๒,๘๓๐ ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลลำนางรอง ซึ่งโครงการดังกล่าวมีประโยชน์ต่อชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่ ในแง่ของการจ้างงาน และเพื่อให้โครงการนี้สำเร็จเป็นประโยชน์กับท้องถิ่น จึงขอความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบล”

จบคำกล่าวของท่านประธาน ทุกสายตาหันไปจับจ้องที่เขาคนนั้น เขาจึงขยับตัวอย่างอึดอัด แม้อยากจะยิ้มก็ยังยาก เพราะว่าวันนี้ บางสิ่งที่รบกวนความรู้สึกมันทำงานรุนแรงกว่าทุกที

“ที่ตั้งของพื้นที่ อยู่ในบริเวณใดของตำบลลำนางรองหรือครับ เท่าที่ผมทราบมา หากจะดำเนินการปลูกใหม่ต้องมีการประชุมประชาตำบล ตามนโยบายของรัฐบาลห้ามการสัมปทานปลูกป่าใหม่ เพราะความจำกัดของพื้นที่นะครับ” อบต.หนุ่มหน้าใหม่ ที่นั่งตรงข้ามกับท่านประธาน เอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น เขาจึงกลายเป็นเป้าสายตาแทน

“ตามแผนที่ จะอยู่ในบริเวณศูนย์อพยพญวณเก่าทางแยก ๕,๐๐๐ ไร่ เลยสวนป่าเศรษฐกิจในบริเวณสุดเขตสวนป่า ติดเขตป่าสงวน เท่าที่ทราบ ห่างจากถนนสาย ๓๔๘ ละหานทราย-ตาพระยา ๑๖ กิโลเมตร และมีการปลูกไม้สักทอง ไม้ยางพารา ไม้กระถินเทพา โดยแบ่งพื้นที่ปลูกตามหลักเกณฑ์ของกรมป่าไม้ ในเวลานี้ต้นไม้ที่ปลูกยังเล็กไม่ได้ขนาด ยังทำประโยชน์ไม่ได้ จึงต้องมีมติเห็นชอบจากสภาอบต. ในเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อดูแลต้นไม้ในส่วนนี้” ท่านประธานชี้แจง

“เท่ากับว่าการขออนุญาตครั้งนี้ เป็นการเข้าไปดูแลบำรุงรักษาพื้นที่แปลงเดิม จนกว่าไม้ที่ปลูกจะใช้ประโยชน์ได้ โดยที่ไม่มีการขยายพื้นที่หรือบุกรุกป่าเพื่อปลูกเพิ่มเติมใช่ไหมครับ” ใครอีกคนถาม

“ผมขอเสนอให้ทางสภาแห่งนี้แต่งตั้งคณะกรรมการเข้าไปดูสภาพของพื้นที่ในแปลงนี้ เท่าที่ทราบและมีข้อมูล อายุสัมปทานในเรื่องนี้สวนป่าจะหมดสัญญาหลสยแปลงในปีนี้ จึงควรที่จะเข้าไปดูแล”  อบต.สูงอายุที่นั่งติดคนหนุ่มเสริม

“เรื่องการดูแลและสัมปทาน บริษัททำสัญญากับกรมป่าไม้ ซึ่งทางรัฐบาลเป็นผู้กำหนดระเบียบต่างๆในสัญญา” ท่านประธานตัดบท ในข้อสงสัยที่อาจยืดเยื้อ แต่ใครบางคนยังอยากจะรู้ให้ชัดเจน

“เท่ากับว่าเป็นการยืดอายุการสัมปทาน พื้นที่แปลง ๒.๘๓๐ ไร่ ใช่ไหมครับ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น การที่จะทำสัญญาสัมปทานป่าไม้  ในเรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะเป็นผู้อนุญาต” คำพูดของท่านประธาน ทำให้เขาคนนั้นคลายสีหน้าเคร่งเครียดลงไปบ้างอย่างเผลอตัว

“แล้วการพิจารณาเรื่องนี้ เราจะทราบได้อย่างไรว่าการสัมปทานนั้นกี่ปี อาจจะ ๓๐ ปี หรือ ๕๐ ปี  ทำไมไม่มองราษฎรในพื้นที่ตำบลลำนางรองที่ไม่มีที่ดินทำกินบ้างล่ะครับ” อบต.หนุ่ม ซัก

“เป็นคนละประเด็นกันครับ ราษฎรที่ไม่มีที่ดินทำกิน ต้องทำหนังสือไปถึงหน่วยงานเพื่อขอความช่วยเหลือ ในกรณีนี้เป็นเพียงการขอความเห็นชอบในการอนุญาตเท่านั้น” อบต.หนุ่มจากอีกหมู่บ้านหนึ่งชิงชี้แจงแทนท่านประธาน

“ขอให้ตัวแทนบริษัท ได้ชี้แจงให้ที่ประชุมทราบด้วยครับ” ประธานรีบตัดบท ใครคนนั้นขยับตัวกระแอมเบาๆ ก่อนเอ่ยว่า

“ขอขอบคุณสมาชิกสภาแห่งนี้ ที่ได้อภิปรายในเรื่องนี้ กระผมขออธิบายชี้แจงในเรื่องขอความเห็นชอบในการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อเป็นขั้นตอนประกอบหนังสือในการขออนุญาตต้องผ่านความเห็นชอบจากเจ้าของพื้นที่ โดยการอนุญาตนั้นทางรัฐบาลโดยกรมป่าไม้จะเป็นผู้กำหนดอายุสัมปทาน และเงื่อนไข แปลง ๒,๘๓๐ ไร่นี้ เป็นพื้นที่เดิมที่ทางบริษัทได้ดำเนินงานตามระเบียบและเงื่อนไขการปลูกป่า เช่น ไม้สัก ไม้ยางพารา และไม่ทำการบุกรุกป่าอย่างเด็ดขาด ซึ่งในครั้งนี้ไม่ใชสภาอบต.จะเป็นผู้อนุญาต แต่ต้องแนบมติในคำขอส่งไปยังป่าไม้จังหวัด ส่งต่อไปยังกรมป่าไม้ แล้วนำเข้าคณะรัฐมนตรี พิจารณาเป็นลำดับขั้นต่อไป จึงขอชี้แจงให้ทราบ” 

“ถ้าอย่างนั้น ก่อนลงมติ ขอให้ได้ลงไปในพื้นที่เพื่อดูสภาพที่เป็นจริง” อบต.หนุ่มคนเดิมยกมือขออนุญาตเสนอความเห็น แต่ท่านประธานรีบสรุปว่า

“ในประเด็นนี้เป็นเพียงการขอมติเห็นชอบในการขออนุญาตเท่านั้น การสำรวจ การวางระเบียบต่างๆ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอให้เลขานับองค์ประชุม”

เมื่อนับองค์ประชุมครบแล้ว ท่านประธานจึงขอมติในที่ประชุมว่าจะให้ความเห็นชอบในการขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน ๒,๘๓๐ ไร่ ของบริษัทนางรองอุตสาหกรรม หรือไม่

มติประชุม  เห็นชอบ ๒๒ เสียง

                   ไม่เห็นชอบ ๒ เสียง

                    งดออกเสียง ๑ เสียง

                    ลาประชุม    ๑ เสียง

ในที่สุด สิ่งที่เขาคนนั้นต้องการก็บรรลุผล แม้รู้ว่าปัญหาการต่อต้านจากฝ่ายชาวบ้านยังมีอยู่ แต่เมื่อเรื่องขออนุญาตส่งไปถึงขั้นจังหวัด ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น และยิ่งง่ายขึ้นเมื่อไปถึงระดับคณะรัฐมนตรี

เพราะใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่า บริษัทนี้เป็นของ พณฯ ท่าน นั่นเอง

หมายเหตุ นี่เป็นเพียงสารคดีนิยาย ที่บอกเล่าเรื่องการต่อสู้เพื่อปกป้องแผ่นดินของชาวลำนางรอง จากการสูบกินของนายทุนสกุลนักการเมือง โปรดอย่าเชื่อในสิ่งเขียน  จนกว่าท่านจะได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วยตัวท่านเอง

 ........

โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net