วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จินตนาการเงียบ


ในความสงัดเงียบของรัติกาล

ฉันได้พบพานกับความเงียบสงบ

สีสันแห่งอักษรล้นหลามโลดแล่นวาดลวดลาย

ผ่านห้วงความรู้สึก นึก-คิด และจินตนาการ

การก้าวย่างของชีวิตเป็นเวลา ๒๖ ปี

ทำให้รู้จักกับความทุกข์และความสุขมาหลากหลาย

แต่เหนืออื่นใด

ฉันได้รู้จักกับตัวตนของตนเอง

ทั้งจากแววตา วาจา และการกระทำของผู้อื่น

รวมทั้งจากการถกเถียงในห้วงความรู้สึก นึก-คิด

ที่กล่าวว่าถกเถียงนั่นเพราะ

เมื่อเราให้เวลาตัวเองได้นั่งทบทวนเรื่องราว

ที่ก้าวผ่านเข้ามาในชีวิต

หลายคราที่ทำให้รู้ว่าตนเองบกพร่อง

หรือมีข้อผิดพลาดต่างๆมากมาย

แต่กว่าที่จะยอมรับกับตนเองได้นั้น

แน่นอนว่าโดยธรรมชาติของคน

ย่อมเวียนวนอยู่ในโลกของตัวเองเป็นที่ตั้ง

ไหนเลยจะยอมเป็นฝ่ายผิด

จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะลำเอียง

โดยการพยายามหา "ข้ออ้าง"

มาลบล้าง "เหตุผล" ให้จงได้

แต่ถึงกระนั้นไม่ว่า ข้ออ้างหรือเหตุผลจะเป็นฝ่ายชนะ

อย่างน้อยๆการนั่งเจียดเวลาปัจจุบันให้กับอดีต

ย่อมทำให้เราตระหนักถึงบทเรียน

ที่สามารถผ่านพ้นมาได้หลายๆอย่างๆ

ในทางกลับกันถ้าเราได้ใช้สติไตร่ตรองดู

ด้วยเหตุและผล

จนเรียนรู้ถูกและผิดได้

เราย่อมเรียนรู้ตนเองมากยิ่งขึ้น

และเมื่อตนรู้จักตน

เราย่อมเป้นอีกคนที่ก้าวเดินในหนทางชีวิต

ด้วยความระมัดระวังและมีสติ

โอกาสที่ข้อผิดพลาดในอดีตจะกลับมาซ้ำรอยในอนาคต

อาจเกิดได้น้อยลง

และเมื่อเรารู้จักตนเองในหลายๆส่วนแล้ว

การเปิดใจที่จะเรียนรู้และรู้จักคนอื่น

เข้าใจคนอื่นก็คงทำได้ง่ายขึ้น

หากคนเราหันมาเรียนรู้ตนเองและเรียนรู้ผู้อื่น

ความเข้าใจในสังคมอาจเพิ่มขึ้น

ดีขึ้นและความวุ่นวายต่างๆคงลดลงกว่าเดิม

..................

บทส่งท้าย

เหนือภูผาที่ยิ่งใหญ่เป็นเพียงยอดหญ้าที่อ่อนไหว

เหนือยอดไม้ที่มากมายอาจเป็นเพียงก้อนเมฆที่ล่องลอย

แต่เหนือก้อนเมฆเหล่านั้นไกลออกไป

กลับเป็นจักรวาลที่มีเพียงก้อนหินดินทรายที่เคว้งคว้าง

ไม่ว่าเราจะเติบโตและยิ่งใหญ่เป็นอะไรในวันนี้

ครั้งหนึ่งในวันวานเราเป็นเพียงก้อนดินเท่าเทียมกัน

และเมื่อเราจากไป

สุดท้ายทุกชีวิต

ก็คืนกลับสู่ผืนดินที่เคยจากมา

...........

วาดอักษร ๓/๑๐/๕๒

โดย พู่กันสีน้ำ53

 

กลับไปที่ www.oknation.net