วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ควันหลงจาก จี 20 ที่เมืองพิทท์สเบิร์ก



ควันหลงการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศร่ำรวย และประเทศกำลังพัฒนา 20 ชาติ (จี 20) ซึ่งปิดฉากไปเมื่อวันศุกร์ที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกนำมากล่าวถึงอย่างกว้างขวาง หลังจากที่จี 20 ตัดสินใจร่วมกันภายใต้ข้อเสนอของประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐฯที่จะให้ โอนบทบาท และหน้าที่ความรับผิดชอบ ตลอดจนถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ชาติ (จี 8) ซึ่งได้แก่ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ แคนาดา อิตาลี และรัสเซีย ไปให้กับกลุ่มจี 20 แทน โดยแนวคิดนี้จะถูกประกาศออกมาเป็นทางการอีกครั้งในอนาคตข้างหน้า

สำหรับประเด็นสำคัญซึ่งเป็นเป้าหมายการประชุมจี 20 ที่เมืองพิทท์สเบิร์ก ประเทศสหรัฐฯ ก็คือ ทุกประเทศเห็นพ้องต้องกันว่า ควรจะมีการคุมเข้มด้านกฎระเบียบ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกใน 9 ประเด็น ได้แก่

1. ปรับสมดุลการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยกรณีนี้ จีนตกเป็นเป้าโจมตีว่า สร้างมูลค่าการค้าส่วนเกินมากไป ขณะที่ ทิมโมธี ไกธ์เนอร์ รมว.คลังสหรัฐฯ กล่าวกับสื่อมวลชนระหว่างการประชุมว่า ถึงเวลาแล้วที่คนอเมริกันจะต้องอดออมมากขึ้น และบรรดาชาติที่มุ่งจะขายสินค้าให้กับสหรัฐฯคงจะต้องเรียนรู้ที่จะมองหาช่องทางอื่นๆในการสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับตัวเองบ้าง 

ประเด็นนี้ นักวิเคราะห์มองว่า การปรับสมดุลเศรษฐกิจโลกที่สหรัฐฯพยายามผลักดันนั้น คงต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้เป็นจริง เนื่องจากไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ชาติที่เน้นการส่งออกเป็นหลัก และมีสัดส่วนการออมสูงถึง 40% ของรายได้อย่าง จีน จะต้องปรับบทบาทมาเป็นผู้ซื้อรายใหญ่แทน สหรัฐฯ ซึ่งที่ผ่านมา คนอเมริกันเองนั่นแหละที่ชอบใช้จ่ายฟุ่มเฟือย และมีสัดส่วนการออมเพียง 3.2% ของรายได้เท่านั้น ในขณะที่สินค้าที่มาจากจีนเองก็มีราคาถูกมาก

2. การยกเครื่องกฎระเบียบทางการเงิน และสร้างข้อจำกัดเรื่องการจ่ายเงินโบนัสให้แก่กลุ่มนักการเงินในศูนย์กลางการเงินของโลก

3 ให้เพิ่มสิทธิแก่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ให้มีสิทธิมีเสียงในกองทุนการเงินระหว่าง (ไอเอ็มเอฟ) มากขึ้น
4. ให้คงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปจนกว่าเศรษฐกิจของประเทศต่างๆและของโลกจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
5 ให้กำหนดมาตรการให้ธนาคารดำรงเงินกองทุนสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งแก่ระบบธนาคาร และสถาบันการเงิน เพราะการล้มลงของธนาคารจำนวนมาก และวาณิชธนกิจรายใหญ่ของสหรัฐฯอย่าง เลห์แมน บราเธอร์ส มีสาเหตุมาจากความไม่เพียงพอของเงินทุนเป็นหลัก

6 ให้มีการจัดตั้งหน่วยงานที่เป็นทางการขึ้นเพื่อกำกับดูแลตลาดตราสารอนุพันธ์ซึ่งเป็นเครื่องมือการเงินที่ซับซ้อน และถูกระบุว่าเป็นต้นตอของวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในครั้งนี้ 

7 ที่ให้มีการ ตั้งจุดสกัด "หลุมดำ" ของศูนย์กลางการเงินขนาดใหญ่ที่นำเงินจากผลกำไรไปซุกซ่อนไว้เพื่อการหลบเลี่ยงภาษี ซึ่ง นิโคลาส ซาโกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกในจี 20 ออกมาตรการลงโทษโดยการคว่ำบาตรประเทศที่เป็นแหล่งหลบเลี่ยงภาษีในปีหน้า โดยจะเผยแพร่รายชื่อประเทศต่างๆเหล่านี้ในระยะต่อไป 

8 ที่ให้มีการ เร่งหาข้อสรุปการเจรจารอบโดฮา ของ องค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งหยุดชะงักไปหลายปี เพราะจุดยืนที่แตกต่างกันของกลุ่มการค้าหลายกลุ่มโดยเฉพาะสหรัฐฯ กับจีน อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการลงลึกไปในรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการกีดกันทางการค้าที่หลายประเทศกำลังต่างคนต่างทำอยู่ในเวลานี้

9. การร่วมมือกันในการแก้ปัญหาสภาพดินฟ้าอากาศเพื่อรับมือภาวะโลกร้อน อย่างจริงจัง

Source/นสพ ไทยรั้ฐ

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net