วันที่ พฤหัสบดี มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เหตุเกิดบนทางเท้า ที่ทำให้เราอยากจะเขียน blog


เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่.....
อ้าว ไม่เกี่ยว
"เหตุเกิดบนทางเท้า ที่ทำให้เราอยากจะเขียน blog!!" ต่างหาก

...เรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่อยู่ในความนึกคิดมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ถ่ายทอดออกมา
เป็นเรื่องเป็นราว ได้แต่บ่นไปวันๆ ให้คนรอบข้างฟัง

image - http://www.bangkokmitakai.com

...สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้กลับบ้านเวลาประมาณ 20.00 น.
โดยขึ้นรถไฟใต้ดินแล้วไปต่อรถเมล์ที่สีลม (บ้านกับที่ทำงานไกลกันมาก ใช้เวลาประมาณเดินทางข้ามจังหวัดยังไงยังงั้น)

ระหว่างยืนรอรถเมล์ด้วยความหงุดหงิดใจอยู่นั่นเอง (รอนาน หิวข้าว รถเมล์ไม่มาซักที)
ก็มีรถตุ๊กตุ๊ก ขับมาจอดบริเวณป้ายรถเมล์
เป็นรถมาส่งของให้ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ขายอยู่บริเวณทางเท้า
พอคนของร้านขนของลงจากรถได้ก็วางไว้รอบๆ ต้นไม้ (ที่น่าสงสาร) นั่นแหละ
คนที่ยื่นอยู่รอบๆ ต้นไม้ ก็ต้องหลบเป็นแถวๆ (รวมทั้งเราด้วย) โดนยึดที่ยืนซะแล้ว
ระหว่างนั้นรถเมล์ก็ยังไม่ปรากฏให้เห็นซะที ไม่มีอะไรจะทำแก้เซ็ง
ก็เลยกวาดตามองไปรอบๆ บนถนนสีลม พินิจพิเคราะห์สรรพสิ่งทั้งหลายบนถนนสายนี้
ก็พบว่ามีแต่สิ่งไม่น่ารื่นรมย์เอาซะเลย เสียงที่ดังอึกทึกครึกโครม
บนทางเท้าก็มีทั้งร้านก๋วยเตี๋ยว โต๊ะ หม้อก๋วยเตี๋ยวรอบต้นไม้
ร้านโน่นร้านนี่
เต็มไปหมด ..... นี่หรือคือทางเท้า
ความจริงที่ว่าสีลมเป็นแหล่งธุรกิจ และการค้าขายที่สำคัญนั้นไม่มีใครปฏิเสธ
คนค้าคนขายย่อมจะต้องอยากจับจองพื้นที่ในการค้าขายด้วยกันทั้งนั้น 
แต่การจะทำสิ่งใดควรเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมบ้าง อย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเกินไปนัก

...พอเห็นสภาพแบบนั้นแล้ว ก็นึกย้อนไปถึงบรรยากาศเต้นท์ข้างตึกที่ทำงาน
ซึ่งขึ้นชื่ออยู่ว่าเป็นสถานที่จับจ่ายของผู้มีความประสงค์อยากได้อะไรซักอย่าง
หากยังนึกไม่ออก ถ้าได้มาแล้วจะนึกออกทันที แล้วตัวก็จะเบาหวิวยามออกจากเต้นท์
เรียกได้ว่ามีทุกอย่างที่ต้องการจริงๆ แม้ผู้ที่ไม่อยากได้ หากได้มาเดินแล้วละก็
จะต้องได้ของติดไม้ติดมือไปแน่นอน อาจเป็นของกิน ของใช้ เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย
ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง

ด้วยของที่มีขายหลากหลายนี้เอง ทำให้ผู้คนเดินทางมาจับจ่ายซื้อของที่นี่เยอะมาก
ยิ่งวันศุกร์หรือช่วงเทศกาลด้วยแล้ว หายห่วง เดินแทบไม่ได้ หายใจก็ไม่สะดวก
เหตุจากคนเยอะนี่เองจึงทำให้พ่อค้าแม่ค้าต้องการที่จะจับจองพื้นที่เพื่อขายสินค้าของตนเอง
เคยถามคนขายบางคนว่าเขามาทุกวันหรือเปล่า เขาตอบว่า ไม่แน่ แล้วแต่ว่าจะจองที่ได้หรือเปล่า
เมื่อจองพื้นที่ในเต้นท์ไม่ได้ บางคนก็ต้องนำสินค้ามาวางบริเวณทางเท้า
หรือบางคนที่ไม่คิดแม้แต่จะเช่าที่ก็นำของมาวางขายที่ทางเท้าเช่นกัน
เลยกลายเป็นว่าทางเท้ามีของวางขายเต็มไปหมด
ทางคนเดินแคบนิดเดียว คนเดินเบียดเสียดกันไปมา
บ่อยครั้งที่ได้ยินพ่อค้าแม่ค้าเล่าให้ฟังว่ามีคนโดนล้วงกระเป๋า เงินหายบ้าง โทรศัพท์มือถือหายบ้าง
บางคนที่เกิดความรำคาญก็จะเลี่ยงไปเดินทางเท้าที่อยู่ติดกับถนน (เช่นเรา)
ซึ่งจะรับรู้ความเร็วของรถที่วิ่งมาได้ชัดเจนมาก เดาว่าคนขับรถก็คงหวั่นใจไม่น้อย

ช่วงไหนถ้าเทศกิจมา บรรดาพ่อค้าแม่ค้าก็จะยกของเข้าไปอิงแอบกับร้านที่อยู่ในเต้นท์
พอเทศกิจไปก็ยกกลับมาตั้งใหม่ แถมยังมีต้นทางคอยดูให้ด้วย
มีอยู่วันหนึ่งขณะกำลังจะเดินขึ้นตึก ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังขอเบอร์โทรศัพท์เจ้าหน้าที่เทศกิจอยู่
ประมวลผลด้วยสมองอันชาญฉลาด (น้อย) ของเราแล้ว
เดาว่าเธอคงจะเอาไว้โทรแจ้งในวันที่เกิดอาการรำคาญและฉันทนไม่ไหวแล้ว

เราเองก็เข้าใจในอาชีพของพ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้น ว่าพวกเขาต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด
ทั้งตัวเขาเองและครอบครัว แต่ก็อย่างที่บอก การจะทำอะไรนั้น
ควรคิดถึงส่วนรวมบ้าง อย่าให้ความไม่เดือดร้อนของตนเอง กลายเป็นความเดือดร้อนของคนอื่น
เพราะคนเราใช้ชีวิตอยู่ในสังคมที่มีคนอยู่มากมาย หลากหลาย ไม่ใช่แต่เราคนเดียวที่อยู่ในสังคมนี้

...เพื่อนที่ทำงานคนหนึ่ง เธอเคยประสบกับเหตุการณ์น่าตกใจมาก ราวๆ กลางปีที่แล้ว
เกี่ยวกับการจราจรบนทางเท้านี่แหละค่ะ

มีอยู่วันหนึ่งช่วงพักเที่ยง เธอก็เดินลงจากตึกเพื่อไปทานข้าว
โดยต้องเดินผ่านเต้นท์อันคับคั่งไปด้วยผู้คน
ด้วยความรีบ เธอจึงเลี่ยงไปใช้ทางเท้าริมถนนซึ่งมันแคบและต้องทรงตัวดีๆ ระหว่างเดิน
ไม่เช่นนั้นอาจได้ลงไปเดินอยู่บนถนนแบบไม่ทันตั้งตัว
ระหว่างที่เธอเดินอยู่นั่นเอง ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินสวนทางมา แล้วเขาก็เดินชนเธอ
เธอจึงเสียหลักล้มลงไปบนถนน แล้วขาเธอก็แพลง ยังดีว่าขณะนั้นไม่มีรถวิ่งมา
เธอจึงโชคดีไม่ถูกรถชน
ผู้ชายคนนั้น......ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมามอง (ไม่รู้จะรีบไปไหนของ....)
หลังประสบเหตุเธอต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล
เป็นเวลาหลายสัปดาห์เธอจึงกลับมาเดินได้อย่างปกติ

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : อย่าเดินใกล้ผู้ชาย ......... เอ้ย
                                "อย่าให้ตัวเองเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน"

โดย rainny

 

กลับไปที่ www.oknation.net