วันที่ พุธ ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Mitsubishi Lancer Sportback ยนตรกรรมใหม่ที่จะสยบ Ford Focus, Subaru Impreza และ Mazda3




    แม้ว่า Mitsubishi จะเปิดตัว Sport Hatchback รุ่นใหม่ล่าสุดที่พัฒนามาจากรุ่นซีดาน(Lancer Evolution)เป็นที่เรียบร้อยไปแล้วในงาน Paris Auto Show เมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะเขียนถึงยนตรกรรมชิ้นเอกชิ้นนี้ เพราะหลังจากที่มีข่าวลือหนาหูว่า Mitsubishi จะส่งรถรุ่นใหม่เข้าไปตีตลาดในอเมริกาช่วงต้นปี ๒๕๕๒ ท่ามกลางกระแสการปลดคนงานของหลายๆค่าย และข่าวผลประกอบการไม่ค่อยจะสู้ดีนักของ ๑ ใน ๓  ยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม Big Three.. จนกระทั่ง Summer ที่ผ่านมานี้เอง line การผลิตของ Sport Hatchback รุ่นดังกล่าวก็ได้ run mass production (ผลิตแบบต่อเนื่อง)เสียที และได้ฤกษ์ปล่อยเจ้าอสูรกายตัวนี้ออกมาส่งเสียงคำรามเขย่าตลาดให้หลายค่ายต้องถึงกับสะดุ้งกับความห้าวหาญของ Mitsubishi ในยามเศรษฐกิจข้าวยาก น้ำมันแพงเยี่ยงนี้


ภาพที่ ๑ ดวงตา LED ของ Sport Hatchback รุ่นล่าสุดจากค่าย Mitsubishi

     "Lancer Sportback" คือชื่อทางการตลาด (Marketing Code) ของยนตกรมรุ่นนี้ครับ เดิมทีทาง Mitsubishi ตั้งใจที่จะผลิตรุ่นดังกล่าวมาสำหรับตลาดในยุโรปและเอเชียเท่านั้น แต่กระแสความนิยมรถที่มีเครื่องยนต์ขนาดกลางและประหยัดน้ำมันนั้น เริ่มมีการตื่นตัวไปทั่วโลกรวมถึงสหรัฐอเมริกาด้วย ดังนั้นแนวคิดเรื่องการนำรถยนต์ขนาดความจุ ๑,๘๐๐ - ๒,๔๐๐ ซีซี. เข้ามาตีตลาดในอเมริกาจึงเป็นอีกหนึ่งในแผนการตลาดที่ทาง Mitsubishi เล็งเป้าหมายเอาไว้ในการเก็บส่วนแบ่งมาจากคู่แข่งอย่าง Ford Focus, Subaru Impreza และ Mazda๓(ในต่างประเทศชื่อชื่อว่า Mazda๖)


ภาพที่ ๒ Concept design รถต้นแบบ (Prototype) ของ Lancer Sportback

     ในการจะสร้างรถยนต์ขึ้นมาซักคันนั้น ก่อนที่จะทำการผลิตแบบต่อเนื่องใน Production line ของโรงงานนั้น จำเป็นจะต้องมีการทำโครงการสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ (New model Project Management) ตั้งแต่เริ่มต้นประเมิณความต้องการของตลาดไปจนถึงทดลองผลิตและส่งมอบกระบวนการ(Process)ให้ฝ่ายผลิตในการนำไปสร้างรถยนต์ตามคำสั่งชื่อ(Order)ต่อไป ส่วนมากระยะเวลาในการเตรียมการเหล่านี้จะอยู่ที่ ๓ - ๔ ปี โดยจะแบ่งเป็นขั้นตอนได้ดังต่อไปนี้
Phase ๐   Competition phase (ช่วงประเมิณความต้องการของตลาด รวมไปถึงการแข่งขันด้านราคาและต้นทุน)
Phase ๑   Product/Process design (ช่วงออกแบบผลิตภัณฑ์/ออกแบบกระบวนการผลิต)
Phase ๒   Design validation (ช่วงทำต้นแบบ, ยืนยันการออกแบบ และ บังคับใช้ Drawing ที่ออกแบบนั้นๆ)
Phase ๓   Product/Process validation (ช่วงยืนยันผลิตภัณฑ์ทุกๆชิ้นส่วน และกระบวนการผลิตที่ออกแบบไว้ทุกๆกระบวนการ)
Phase ๔a Launch & Process stabilization (ช่วงทดลองผลิต และตรวจสอบความเสถียรของผลิตภัณฑ์/กระบวนการ)
Phase ๔b Volume production (ช่วงทำการผลิตแบบต่อเนื่อง)

     กลับมาที่เรื่องของ Lancer Sportback ครับ สำหรับตลาดในอเมริกานั้น Mitsubishi Lancer Sportback มีให้เลือก 2 รุ่น คือ
- รุ่นเครื่องยนต์ 4 สูบ GTS ความจุ 2.4 ลิตร ให้กำลัง 168 แรงม้า ที่มีทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ CVT 6 จังหวะ
- รุ่น Ralliart เครื่องยนต์ 4 สูบ เทอร์โบ ความจุ 2.0 ลิตร ขับเคลื่อนแบบ All-Wheel-Drive โดยมีการใช้ระบบส่งกำลังแบบคลัทช์คู่ 6 จังหวะของ Lancer Evolution  ซึ่งได้เพิ่มระบบเครื่องเสียง CD/MP3 140 วัตต์(มี option เป็นเครื่องเล่น/เปลี่ยน CD ของ Rockford-Fosgate ขนาด 700 วัตต์) นอกเหนือไปจากระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตและลวดลายเฉพาะ ส่วนเบาะรถใช้ของ Recaro เจ้าเก่า
     เป็นที่ทราบกันดีว่า Lancer Sportback ทั้ง ๒ รุ่น(GTS และ Ralliart)นั้นมีพื้นฐานการออกแบบมาจากรุ่น Lancer Ralliart Sedan และ Lancer Evolution ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยครับที่ Lancer Sportback จะไม่มีการนำมาผลิตที่ MMTh (Mitsubishi Motors Thailand) ที่นิคมอุตสาหรรมแหลมฉบังอย่างแน่นอนครับ เพราะที่นี่ทำการผลิต Lancer Cedia และทำการตลาดในบ้านเรามานานนม


ภาพที่ ๓ บรรดาคู่แข่งตัวฉกาจของ Lancer Sportback ดังแสดงในภาพซึ่งเป็น model ของปี ๒๐๑๐

     สำหรับผมที่เป็นผู้ใช้งานรถแนว Sport Hatchback อยู่แล้ว ย่อมที่จะชื่นชอบและค่อนข้างตื่นตัวกับเจ้า Mitsubishi Lancer Sportback ตัวนี้เป็นพิเศษ แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งก็คือ รถรุ่นนี้ประกอบที่โรงงานในญี่ปุ่น และโรงงานในอเมริกา เหมือนกับรุ่น Impreza ของ Subaru ที่เปิด line การผลิตที่ญี่ปุ่นเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจาก Ford Focus และ Mazda๓ ที่ย้ายฐานการผลิตมาประกอบที่โรงงานในประเทศฟิลิปปินส์ ทำให้ ๒ รุ่นหลังได้สิทธิ์ในการลดอัตราภาษีนำเข้าจาก AFTA (The ASEAN Free Trade Area)


ภาพที่ ๔ เส้นสายของการออกแบบ และ Style ของรถแนว Hatchback/Combi ภาพที่ออกมาเลยทำให้หน้าตาของรถดังกล่าวเหมือนๆกันไปหมด

     ท่านจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไม ราคาของ Ford Focus และ Mazda๓ จึงอยู่แค่ไม่ถึง ๑ ล้านบาท ในขณะที่ Lancer Sportback และ Subaru Impreza ราคาน่าจะพุ่งทยานไปถึง ๒ ล้านบาท ท่ามกลางการทอดสายตามอง(ของผม)แบบปริบๆ ดังนั้นความฝันที่จะได้ครอบครองเจ้ายนตกรรมดุดันตันนี้ในราคาเท่าๆกับที่คนอเมริกันซื้อนั้นท่าทางจะเป็นความผันลมๆแล้งๆซะแล้วล่ะครับ


ภาพที่ ๕ แต่ละท่วงท่า และอริยาบทอันงดงามของ Lancer Sportback


ภาพที่ ๖ การตกแต่งภายใน(Interior) และช่องเก็บสัมภาระท้ายรถที่แม้ "ท้าย"จะถูกตัดสั้น แต่ยังมีพื้นที่เก็บของกว้างขวางอย่างน่าเชื่อ


ภาพที่ ๗ ขุมพลังของเจ้าอสูรกายตัวนี้


ภาพที่ ๘ ข้อมูลทางด้านเทคโนโลยี


ภาพที่ ๙ ข้อมูลของเครื่องยนต์ หากท่านต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เชิญได้ที่ http://www.mitsubishi-motors.com/


ภาพที่ ๑๐ ผลการทดสอบการชนโดย "หน่วยงานทดสอบรถยนต์รุ่นใหม่ของสหภาพยุโรป" : EURONCAP (The European New Car Assessment Programme)


ภาพที่ ๑๑ มุมมองแบบ ๓๖๐ องศาวิว

วิดีโอประกอบเนื้อหา


วิดีโอที่ ๑ นำเสนอโฆษณา Lancer Sportback โดยเน้นการใช้งานช่องเก็บสัมภาระที่กว้างขวาง หลากหลาย และเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชอบท่องเที่ยว เดินทาง ปิกนิค ได้อย่างลงตัว
http://www.youtube.com/watch?v=syrfgDaK72k


วิดีโอที่ ๒ นำเสนอโฆษณา Lancer Sportback สำหรับแม่บ้านที่ชอบจับจ่ายใช้สอยสินค้า และใช้ช่องเก็บสัมภาระอย่างมีประสิทธิภาพ
http://www.youtube.com/watch?v=7Uj9vgpdXnQ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Mitsubishi Motors North America, Inc. (http://www.mitsubishicars.com)
The European New Car Assessment Programme (http://www.euroncap.com)
แหล่งข่าวรถยนต์ใหม่ (http://www.autospinn.com)
เว็บไซต์วิดีโอออนไลน์ (http://www.youtube.com)
เว็บไซต์สารานุกรม (http://wikipedia.com)

ขอบคุณทุกท่านที่เข้าเยี่ยมชมเรื่องราวใน Entry นี้ แล้วจะกลับไปเยี่ยมเยือนทุกๆท่านด้วยความบริสุทธิ์ใจครับ

โดย Surrealism

 

กลับไปที่ www.oknation.net