วันที่ พุธ ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ช้อบปิ้ง ซุปเปอร์มาร์เก็ตชุมชน ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง


ช้อบปิ้ง ซุปเปอร์มาร์เก็ตชุมชน ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง

เมื่อพูดถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต หลายคนอาจนึกถึงห้างสรรพสินค้าที่แฝงตัวอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ ให้ผู้คนได้จับจ่ายใช้สอยได้อย่างที่ปรารถนา

แต่ที่ป่าบุ่งป่าทาม บ้านท่าบ่อ ตำบลท่าบ่อสงคราม อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เป็นซุปเปอร์ที่ไม่ต้องต่อเติมเสริมแต่ง ในเมื่อธรรมชาติสร้างมาให้ลงตัวอยู่แล้ว เป็นป่าที่ติดอยู่กับแม่น้ำสงครามตอนล่าง ผู้คนจะแวะเข้าไปใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย เพียงเดินออกไปจากหมู่บ้านไม่เกิน 2-3 กิโลเมตร ก็จะมีตั้งแต่ผักต่างๆ เช่นผักกระโดนน้ำ ผักเม็ก ใบบัวบก และจำพวกปลาก็มีตั้งแต่ ปลาตะเพียน ปลาอี่ไท นอกเหนือจากนั้นยังมีหอย มีกุ้งอีกเป็นจำนวนมาก ขึ้นบกไปอีกฟากยังมีสมุนไพรหลายชนิด ให้ผู้คนช้อปปิ้งไปในชีวิตประจำวัน โดนไม่ต้องจ่ายเงิน

น้าไพบูลย์ อินเสนา บอกว่า ในช่วงฤดูน้ำหลาก น้ำจะท่วมป่าบุ่งป่าทามจนทำให้เกิดเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดกว้างขวางนานประมาณ 3-4 เดือน จะมีปลาที่อพยพมาจากแม่น้ำโขง บางส่วนมาเพื่อผสมพันธุ์แล้ววางไข่ อีกบางส่วนจะมากินตะใคร่น้ำหรือดินเอียดตามหนองน้ำในป่าทาม พอตกเดือนกันยายนน้ำก็เริ่มลดลงชาวบ้านจะดักลอบตามทางน้ำ แล้วนำมาทำเป็นปลาแห้ง ปลาส้ม หม่ำกระเพราะปลา หรือแม้แต่ปลาร้านำใส่เกวียนไปขายหรือแลกข้าว

แต่เดี๋ยวนี้ในชุมชนจะมีการแข่งขันกันมากจนเกิดเป็นค่านิยม ทำให้นักธุรกิจหัวใสเข้ามาประมูลการจับปลา จับไม่เว้นแม้แต่ตัวเล็กตัวน้อย ทำให้ทุกวันนี้จำนวนปลาลดลงจนอย่างน่าใจหาย ขืนยังปล่อยไว้อย่างนี้คิดว่าอีกไม่นานคงจะเหลือแค่ตำนาน

เมื่อชาวบ้านได้มองเห็นความสำคัญจำนวนปลา ที่มีแต่จะหายากขึ้น จึงเริ่มมองหาวิธีการที่จะอนุรักษ์ เลยได้รวมตัวกันทำวิจัยไทบ้านขึ้นมา ศึกษาถึงแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาและเก็บรวบรวมข้อมูลให้ความรู้กับชาวบ้านด้านระบบนิเวศน์ การดูแลทรัพยากร และวิถีชีวิตของไทบ้านให้อยู่คู่กัน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน มีการกันพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์ปลาให้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่คนท้องถิ่นให้ความเคารพ หากละเมิดก็เชื่อว่าจะมีอันเป็นไป

คุณสุริยา โคตะมี ประธานเครือข่ายนักวิจัยไทบ้าน บ้านท่าบ่อ ตำบลท่าบ่อ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เล่าว่า "ป่าบุ่งป่าทาม" สามารถแยกย่อยได้เป็น 3 ประเภท คือ ป่าน้ำทาม ป่าโคก ป่ากึ่งลุ่มกึ่งโคก จะเป็นป่าไม้ผลัดใบที่มีลักษณะเหมือนป่าดิบชื้น เป็นป่าที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาให้มีความสอดคล้องกับระบบนิเวศน์ เป็นลักษณะที่เกิดจากขบวนการของสายน้ำที่ไหลพัดพาเอาตะกอน จนเกิดการทับถมของสิ่งปฏิกูลในช่วงเวลาน้ำท่วม บางที่มีการทับถมกันมากๆ จนเกิดเป็นที่ดอน ในดินทามจะมีแร่ธาตุมากมายหลายชนิด จนมีต้นไม้นานาชนิดเกิดขึ้นมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งไผ่กะซะ และพืชทนน้ำอีกหลายชนิดขึ้นเต็มบริเวณ จนเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็นไก่ป่า เต่านา กระต่าย กระรอก อีเห็น กระแต หนู และนกทั้งหลายได้พึ่งพาอาศัย

ป่าบุ่งคือป่าที่เป็นบริเวณหนองหรือที่ต่ำ ส่วนป่าทามคือ จะเป็นป่าที่น้ำท้วมถึงในช่วงฤดูฝนกินเวลา2-3เดือน ชาวบ้านจึงนิยมเรียกสภาพป่าแห่งนี้ว่า ป่าบุ่งป่าทาม จนฮิตติดปากเรื่อยมาลักษณะเช่นนี้จึงเป็นที่มาของการ"ทำเกษตรทาม" ซึ่งไทบ้านจะทำกันทั้งนาปรังและนาปีและปลูกข้าวไร่ก็มี ส่วนใหญ่จะปลูกกันแค่บริโภคแต่ถ้าปีไหนน้ำไม่ท่วมถึงปีนั้นก็จะได้ผลผลิตดี แต่ก็มีส่วนน้อยเพราะส่วนใหญ่แล้วน้ำจะท่วมตลอดทุกปี

ข้าวนาโคกในทาม จะเป็นระบบนิเวศหนึ่งในป่าทาม ดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายจะมีน้ำซึมอยู่ตลอดทั้งปีข้าวจะงามเพราะมีความชุ่มชื้นของดินประกอบกับมีสิ่งปฏิกูลที่ไหลมาทับถมกันจนเกิดเป็นสารอินทรีย์ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านไม่เคยใส่ปุ๋ยก็สามารถให้ผลผลิตได้เป็นอย่างดี

ข้าวไร่ในทามชาวบ้านจะปลูกกันในช่วงเดือน 4-5 เมื่อข้าวงอกขึ้นมาได้ประมาณคืบ ฝนก็จะเริ่มตกลงมาพอดี ช่วงนี้ชาวบ้านจะสามารถปลูกพืชผักแซมในไร่ข้าว ไม่ว่าจะเป็นแตงโม ถั่วลิสง ถั่วฝักยาว ต้นหอม แตงกวา ข้าวโพด ฯลฯสามารถเก็บกินไปจนกว่าจะเก็บเกี่ยวข้าว การปลูกข้าวแบบนี้จะให้ผลผลิตดี ซึ่งถือเป็นระบบเกื้อกูลกัน เมื่อเก็บข้าวโพดลำต้นและใบก็เป็นปุ๋ย ต้นถั่วลิสง ต้นถั่วฝักยาว เครือแตงโมก็เป็นปุ๋ย พอถามโดยไม่ต้องซื้อปุ๋ยเคมีมาใส่ให้ดินเสีย

ส่วนไผ่กะซะ ซึ่งเป็นพืชสำคัญอีกอย่างหนึ่งจะมีหน่ออ่อนขึ้นอยู่ตามป่าทามที่มีน้ำท้วมถึงมองเห็นหน่อโผล่ให้เห็นตามผิวน้ำ ชาวบ้านจะใช้เรือพายเก็บนำมาดองใส่ไหไว้ ส่วนกระโดนน้ำที่มีความทนต่อน้ำท่วมได้ดี ชาวบ้านจะนำยอดอ่อนมาจิ้มกับน้ำพริก รสฝาดและยังเป็นสมุนไพรมีประโยชน์ตั้งแต่รากจนถึงใบ ชาวบ้านจะนำเปลือกมาต้มกินแก้เคล็ดขัดยอก และทำให้ชุ่มคอ ด้านผักเสม็ดหรือผักเม็กที่ชาวอีสานเรียกกัน รสชาติจะฝาดปนเปรี้ยวนิดๆยอดสีขาวจะอร่อยกว่ายอดสีแดง นอกนั้นยังมีพืชผักธรรมชาติที่เกิดขึ้นเองเป็นจำนวนมากกว่า50-60 ชนิด

นอกจากนี้ ในป่าทามจะมีต้นไม้สมุนไพรที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นหมากแซว เสียวน้ำ เครือไส้ตัน มะดัน เหมือดแอ่ เป็นต้น นำมาเป็นยารักษาโรคต่างๆ เช่น โรคท้องร่วง ยาถ่ายพยาธิ ไข้หวัด ริดสีดวง ยาขับปัสสาวะฯลฯ

ซุปเปอร์มาร์เกตชุมชน ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เพราะมีเกือบทุกอย่างในป่านี้ ที่ชาวบ้านนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ชาวบ้านเขาจึงช่วยกันรักษามาหลายชั่วอายุคน เพื่อจะได้เข้าไปจับจ่ายใช้สอย สิ่งไหนที่ชาวบ้านเขาพอจะปลูกทดแทนได้เขาจะช่วยกันปลูก สิ่งไหนควรจะอนุรักษ์ไว้ก็ควรจะอนุรักษ์ เพราะไทบ้านคิดว่าการที่จะใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างยั่งยืนนั้น ต้องอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้ใช้ได้กินกันตลอดไป

เรื่อง ประพันธ์ สีดำ

ภาพ วิระยุทธ นิยมชาติ

โดย virayuthniyomchat

 

กลับไปที่ www.oknation.net