วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คลองด่าน...หมู่บ้านผู้รักชาติ (3)


 

การต่อสู้ของ "นายเฉลา" บุรุษผู้อยู่เหนือเงื่อนไข

 

 

 

 

ในการต่อสู้คัดค้าน "บ่อบำบัดน้ำเสียอัปยศ" หลายต่อหลายปีที่ผ่านมา ชาวคลองด่านมีผู้นำชุมชนที่ยิ่งใหญ่ 2 คน

ชายหนึ่งหญิงหนึ่งคือ นายเฉลา ทิมทอง สองคือ นางดาวัลย์ จันทรหัสดี ทั้งคู่สู้อย่างไม่เคยถอยไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัย

นายกฯ หรือรัฐมนตรีหน้าใหม่ๆ เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเล่า แต่คนทั้งคู่ต่างนำพาชาวคลองด่านร่วมต่อสู้โดยชาวบ้านช่วยกันออกทุนรอน ส่วนใหญ่มาจากชาวประมงและชุมชนคลองด่าน

 

เหตุที่ใช้ชื่อนายเฉลานำหน้า เพราะขณะที่กำลังเขียนนั้น นายเฉลากำลังมีทุกข์ที่เร่งด่วนกว่า

เขานำพาชาวบ้านต่อสู้แบบกัดไม่ปล่อย อาชีพชาวประมงธรรมดา จบประถมสี่ อายุก็มากแล้ว ต้องแบกสังขารและความจนไปทุกที่ทาง ไม่ว่าทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา โรงพิมพ์ต่างๆ รวมทั้งโรงพักและศาลสถิตย์ยุติธรรม 

บางครั้งหลายๆ คดีใกล้หมดอายุความ นายเฉลาก็วิ่งเข้าไปหาผู้ที่คิดว่าจะพอช่วยได้ทุกทิศทุกทาง

รวมทั้งสิ่งยุติธรรมแบบใหม่ๆ เช่น ป.ป.ช หรือศาลปกครอง ยิ่งสู้ยิ่งชนความรู้ทางกฎหมายก็พอกพูน

รวมทั้งความรู้ทางด้านวิศวกรรมหรือทุกเรื่องเกี่ยวกับคลองด่าน  นายเฉลาเป็นผู้ใฝ่รู้ และยึดกุมสิ่งที่เรียนรู้ได้อย่างแม่นยำ

 

 

(นายเฉลา ทิมทอง - เสื้อสีฟ้า)

 

 

ความรู้สึกรักคลองด่าน รักมาตุภูมิ รักชาติทำให้นายเฉลาอุตสาหะ

พยายามปกป้องมาตุภูมิ ความจริงนายเฉลาน่าจะได้เป็นปราชญ์ชาวบ้านที่ได้รับรางวัลแห่งชีวิตที่อุทิศให้แผ่นดินเกิดซึ่งเป็นแหล่งอาหารอันอุดมของประเทศ  

หรือเป็นปูชนียบุคคล แต่เมืองไทยต้องรอให้ฝรั่งให้รางวัลเสียก่อน

ตอนนี้เอา ปริญญาคลองเปรม ไปก่อน ขอฝากเรื่องนี้ให้สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งข้าพเจ้านับถือช่วยพิจารณาดูแลด้วย

ความปลอดภัยของนักต่อสู้ไม่มีอยู่แล้วตั้งแต่แรก นอกจากถูกบีบคั้นรอบด้านรวมทั้งเรื่องทำมาหากิน

ความเป็นอยู่ของครอบครัวก็ไม่สะดวกสบายแถมต้องขึ้นโรงขึ้นศาลบ่อยๆ

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2547 คือวันที่นายเฉลาได้ชนะความ จากคำพิพากษาศาลปกครองเรื่อง เขตพื้นที่สีม่วงให้กลับกลายเป็นพื้นที่สีเหลืองและเขียวตามเดิม  

หนังสือพิมพ์ได้ลงข่าวหลายฉบับ ปรากฏว่าหนังสือพิมพ์เครือบางกอกโพสต์ได้สัมภาษณ์นายเฉลาเรื่องนี้ จากปากคำของนายเฉลาคือทาง โพสต์ ได้ลงข้อความไม่ครบทั้งหมดที่พูดไป โดยไม่น่าจะมีเจตนาอะไร แต่ก็ทำให้นายเฉลาถูกฟ้อง ข้อหาหมิ่นประมาทศาล และจะมีคำพิพากษาในวันที่ 27 ธันวาคม 2547 เวลาบ่ายโมงที่ศาลปกครองสูงสุด

 

นายเฉลาเตรียมใจรับสภาพไม่ว่าคำพิพากษาจะออกมารูปแบบไหนและนายเฉลาเองคิดว่าอาจต้องติดคุกสักพัก เพราะได้พูดพาดพิงตั้งคำถามถึงองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นใหม่ไม่ว่า ป.ป.ช. ปปง. สตง.รวมถึงศาลปกครอง 

 

เนื่องจากข้าพเจ้าเป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่ไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย ก็ได้แต่เตรียมหนังสือดีๆ และให้กำลังใจแก่นายเฉลา โดยได้ส่งหนังสือ ผู้อยู่เหนือเงื่อนไข ของ อาจารย์สุภา ศิริมานนท์ ให้นายเฉลาทางไปรษณีย์ได้ทันเวลา และนายเฉลาก็โทรมาบอกว่าชอบใจหนังสือนี้มาก  

 

บทนำซึ่ง อาจารย์พิทยา ว่องกุล  ได้กล่าวในหนังสือเล่มนี้ว่า  ผู้เป็นสามัญชนไม่ใฝ่หายศถาบรรดาศักดิ์หรือไต่เต้าสู่อำนาจทั้งปวง เหตุนี้ผู้ไม่ผูกพันกับอำนาจ ย่อมไม่รู้สึกสูญเสียอำนาจและผลประโยชน์ ผู้ไม่ใฝ่อำนาจจึงไม่จำเป็นต้องปกป้องตนเองโดยทำร้ายผู้อื่น ไม่รู้สึกทุรนทุรายในการแย่งชิง หรือหวาดระแวงไม่ไว้วางใจผู้ใกล้ชิด ผู้ไม่ปกป้องผลประโยชน์ตนเองย่อมไร้อัตตา  จิตใจเปิดกว้าง...ผู้ที่ไร้อัตตา ย่อมอยู่เหนือเงื่อนไขใดๆ บังคับ และเป็นอิสระชนอย่างแท้จริง นี่คือปรัชญาสูงสุดของ ผู้อยู่เหนือเงื่อนไข

 

เมื่อใดก็ตามที่เห็นคนดีๆ ไม่ได้ผิดศีลธรรมต้องเข้าคุก ความเศร้าไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

การเตรียมพร้อมเป็นสิ่งสำคัญกว่า 

ข้าพเจ้าจึงได้ซื้อซีดีหนังฝรั่งเรื่อง The legend of 1900 หรือชื่อไทยว่า ตำนานนาย 1900 และ หัวใจจากท้องทะเล ให้นายเฉลาเอาไปดู

เพื่อที่คนจะทำใจให้สงบและเป็นสุขได้แม้กระทั่งอยู่ในคุก

และบทความเรื่อง ลิ้มรสสิ่งที่อยู่ในใจ ของท่านปสันโนภิกขุ 

 

ทั้งสามเรื่องที่เขียนแนะนำมา ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นเรื่องน่าอ่านและควรได้อ่านได้ชม เพราะเรื่อง ผู้อยู่เหนือเงื่อนไข แม้ว่าจะกึ่งประวัติศาสตร์ แต่ผู้กล้าทั้งสี่ที่ช่วยพา พระเจ้าตากสิน หนีได้สำเร็จ มีคำพูดที่ลึกซึ้งกินใจและมีปรัชญาของอิสระชนที่มีทั้งความสุขใจและพอใจกับการเป็นสามัญชน ซึ่งความจริงก็คือเป็นปรัชญาของ อาจารย์สุภา ศิริมานนท์ ด้วย 

 

เรื่องราวที่ทั้งสี่หลบหนีไปทางเรือจากธนบุรีลงเรือเล็กหนีไปทางปากอ่าว เพื่อจะขึ้นเรือใหญ่ที่มีคนมารอรับ เรื่องผู้วางแผนทั้งหมด

ทั้งเรื่อง กบฏพระยาสรรค์ หรือเรื่องยกกำลังเข้าพระนครเพื่อยึดเมือง ความซับซ้อนที่วางแผนโดย หลวงสรวิชิต หรือต่อมาคือ เจ้าพระยาพระคลังหน ผู้เรียบเรียง เรื่องสามก๊ก เนื่องด้วยแค้นที่ พระเจ้าตาก สังประหารพี่ชาย (ความจริงสั่งประหารทหารผู้แวะกลับบ้านที่อยุธยา ขณะนำทัพกลับเข้ากรุงธนบุรีหลายคน รวมทั้งบรรพบุรุษของเจ้าพระยายมราช) ในเวลาที่เขียนนี้ได้แนะให้ผู้จงรักภักดีท่านนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ให้อ่านเรื่องนี้ด้วยเผื่อว่าวันข้างหน้ามีเหตุการณ์ทำนองนี้จะได้รู้ว่า 

ไม่ควรกลับเข้าหาอำนาจ เพราะครั้งแรกอาจจะเผาหลอก แต่ทำอย่างในเรื่องคือติดต่อผู้เคยอยู่ใต้ตน และหวังว่าเขาจะจงรักภักดีเหมือนก่อน การผลัดแผ่นดินและเวลาที่ทิ้งช่วงอาจจะเป็นการเผาจริง

 

เมื่ออ่านเรื่องพระเจ้าตากในเรื่อง จะทำให้เกิดการค้นคว้าเรื่องราวในประวัติศาสตร์และอาจนำไปสู่ภาพใหญ่ทั้งหมด โดยมีเรื่องคลองด่านเป็นจุดเล็กๆ จุดหนึ่งในชีวิต สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 

 

หนังเรื่อง ตำนานนาย 1900 และ หัวใจจากท้องทะเล จะทำให้คนมองไม่เห็นความแตกต่างมากมาย ระหว่างความกว้าง ความแคบหรือภายในรั้วกำแพง มีหรือไม่เราสามารถกำหนดจิตใจได้บ้าง

เพราะนาย 1900 ซึ่งมีคนงานในเรือเก็บเขามาเลี้ยงในปี 1900 เพราะเด็กทารกถูกปล่อยทิ้งไว้ในเรือ 

และตลอดชีวิตเขาไม่เคยลงจากเรือ เพราะกรรมกรผิวดำที่เลี้ยงเขาสอนไม่ให้ออกจากเรือ เพราะไม่มีใบเกิด จนกระทั่งวันหนึ่งเรือเดินสมุทรลำนี้ต้องถูกระเบิดทิ้งเพราะความเก่า เขาก็ไม่ยอมสละเรือ

 

ทั้งที่มีคนมาตาม แต่เขากลับยอมตายในเรือ ตลอดชีวิตเขาก็มีความสุขกับการอยู่ที่แคบๆ

 

เรื่อง สิ่งที่ลิ้มรสอยู่ในใจ เป็นเรื่องจริงที่เขียนโดยพระฝรั่งในพุทธศาสนา อ่านง่าย น่าติดตามเป็นหนังสือที่พระเขียนได้โดนใจคนอ่าน ไม่มีลักษณะเป็นตำรา

วันนี้เดินไกลออกจากคลองด่านไปนิด เพื่อเดินออกมาเป็นเพื่อนนายเฉลา ไม่อยากให้คนที่ต่อสู้เพื่อส่วนรวมต้องหมดกำลังใจ   

ยังไงก็อยู่ในสภาพคนจนผู้ยิ่งใหญ่ !!                                                                      

 

โดย คนแซ่ลิ้ม (8 มิถุนายน 2550)

 

หมายเหตุ : ต้นฉบับเขียนเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2547 เพื่อตีพิมพ์ใน นสพ.ผู้จัดการ, แต่เนื่องจากมีเหตุขัดข้องบางประการจึงไม่ได้เผยแพร่ และการณ์ก็ปรากฏว่าศาลได้ยกฟ้องนายเฉลา

 

โดย คนแซ่ลิ้ม

 

กลับไปที่ www.oknation.net