วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความเชื่อเรื่อง ผีตาผียายมากินข้าว


                           ภาพวาดโดย ครูเหม  เวชกร

เมื่อก่อนนี้ สมัยตอนที่ยังเป็นเด็ก ในวงข้าวมื้อเย็น แม่มักจะบอกกับพวกเรา ๓ คนพี่น้องอยู่เสมอ  ๆ ว่า กัปข้าวกัปปลาในมื้อนี้อย่ากินจนหมด ต้องเหลือติดสำรับไว้บ้างอย่างละนิดละหน่อย ส่วนข้าวก็ต้องเหลือติดก้นหม้อเอาไว้เหมือนกัน

ครั้งหนึ่งเมื่อพี่สาวเอ่ยปากถาม  คำตอบของแม่ในตอนนั้น ก็ถึงกับทำให้พวกเราสะดุ้งพรวด แม่ว่า “ตอนดึก ๆ ผีตาผียายแกจะมากินข้าว”

ครั้นตกดึก ถ้าหากได้ยินเสียงกุก ๆ กัก ๆ ดังลอดออกมาจากในครัว พวกเราจะพากันคลุมโปง นอนคิดในใจว่าผีตาผียายคงมากันแล้ว

แต่ก็เพียงเท่านั้น เพราะไม่ช้าไม่นานเราก็จะผล็อยหลับลงไป  พอรุ่งเช้าตื่นขึ้นก็ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น

 เรื่องนี้  เมื่อเอาไปพูดไปคุยกับพรรคพวกเพื่อนฝูง หลายคนก็บอกว่าเคยได้ยินมาเหมือนกัน  ครั้นเมื่อถามไถ่ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านท่านก็ว่า เป็นความเชื่อที่ชาวบ้านเขายึดถือกันเป็นธรรมเนียม แต่ในที่สุดก็พบว่า จริง ๆ แล้วมันดูจะเป็นแค่เพียงเรื่องหลอกเด็ก หากแต่เรื่องหลอกเด็กที่ว่านี้กลับซ่อนความหมายเอาไว้อย่างสำคัญเลยทีเดียวครับ

ย้อนเวลากลับไปในขณะที่ผู้เขียนยังเป็นเด็ก นับมือนับไม้ไล่เรียงดูแล้วก็คงจะราว ๆ ๒๐ กว่าปี  สมัยนั้นบ้านเรือนเกือบจะทุกหลังยังคงใช้ถ่าน ใช้ฟืน หุงหาอาหารกันเป็นส่วนใหญ่ เนื่องไฟฟ้าก็เพิ่งจะเข้ามาในหมู่บ้านได้เพียงไม่กี่ปี เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกันทุกบ้านก็เห็นจะเป็นเพียงหลอดนีออนที่ติดกันบ้านละดวงสองดวง

แม่ของผู้เขียนเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นจะหุงจะต้มแต่ละครั้ง นอกจากพออิ่มหนำสำหรับคนในครอบครัวแล้ว  คนสมัยก่อนเขามักจะเผื่อแผ่เอาไว้สำหรับญาติพี่น้อง หรือคนรู้จักมักคุ้นที่อาจผ่านทางมาถึงเอาตอนค่ำมืดดึกดื่น ซึ่งบางคนที่ยังไม่ได้กินข้าวกินปลามา ก็จะได้กินส่วนที่เหลืออยู่ติดสำรับ เพราะการจะนั่งติดเตาถ่านหุงหากันกลางค่ำกลางคืนดูจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากเอาการ

อีกเรื่องหนึ่งก็คือตามหมู่บ้านชนบทในสมัยนั้น ทุก ๆ วันมักจะมีชาวบ้านจากอำเภอหรือจังหวัดอื่น ๆ เดินทางมาขายสินค้าสารพัด อย่างเช่น ลูกเป็ด ลูกไก่ ลูกหมู ไม้กวาด เกลือ มาคราวหนึ่งก็คนสองคน ซึ่งชาวบ้านที่เดินทางมาค้าขายนี้จะพากันตระเวนไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ  ค่ำไหนก็นอนที่นั่น

 แล้วเนื่องจากว่าสมัยนั้นยังไม่มีร้านรวงขายกัปข้าวกัปปลามากมายเหมือนตอนนี้  ดังนั้นพอตกค่ำพวกเขาก็มักจะไปขอข้าวชาวบ้านมากินแต่พออิ่ม บางรายก็มีน้ำจิตน้ำใจให้ลูกเป็ดให้ไม้กวาดหรือสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นการตอบแทนเจ้าของบ้านที่มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสร็จแล้วก็จะพากันไปพักค้างที่ศาลาวัด รุ่งเช้าก็ออกเดินทางกันต่อไป

และด้วยเหตุนี้เองครับ ที่ทำให้คนสมัยก่อน เขาจึงมักจะพูดบอกกับลูกหลานอยู่เสมอ ๆ ว่า ในช่วงมื้อเย็นนั้นต้องเหลือสำรับกัปข้าวเก็บเอาไว้ให้ผีตาผียายแกกินด้วย ซึ่งนอกจากจะเป็นการไว้เหลือเผื่อขาดสำหรับผู้ที่ผ่านทางมาแล้ว ในอีกแง่หนึ่งก็ถือเป็นการสอนให้ลูกหลานได้รำลึกนึกถึงบรรพบุรุษ บรรพชนของตนเองไปพร้อม ๆ กันด้วย  

อันที่จริงคำสอนและความเชื่อในเรื่องนี้ อาจจะมีความหมายหรือนัยอื่น ๆ ซ่อนเร้นอยู่อีก  ใครคิดเห็นอย่างไรลองชี้แนะกันมาน่ะครับ

 

 

 

โดย ชาวบ้านบัว

 

กลับไปที่ www.oknation.net