วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทอดกฐินและกินเจ(กฐินเดาะ และเจแตก)


ทอดกฐินและกินเจ

เอนทรี้นี้ รวมสองบุญแบบทูอินวัน  แต่คงไม่นำประวัติการทอดกฐินและประวัติการกินเจ ของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนแม้กระทั่งไทยแท้หรือฝรั่งอั้งม้อมาบอกกล่าว

แต่ขอพูดถึงคำสองคำในสองบุญ ที่อาจจะคุ้นหรือไม่คุ้นก็ได้คือ กฐินเดาะ และเจแตก

หลายหลายวัดจัดการทอดกฐินกันไปแล้ว และอีกหลายวัดยังไม่ถึงกำหนดแต่ก็ต้องทำให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งเดือนตามที่ทราบกันดี อย่าหาว่าผมมาวิจารณ์กฐินเลยนะครับ แต่อดไม่ได้จริงๆ ซองบุญกฐินทุกวันนี้เต็มไปหมด ยอมรับเถอะครับว่ามีทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจใส่ซอง เฉกเช่นเดียวกับซองผ้าป่า

ว่ากันตามจำเป็นแล้วบางวัดน่าเห็นใจ ไม่มีเกจิชื่อดัง ไม่มีคนรู้จัก แต่สิ่งก่อสร้างจำเป็นเช่น อุโบสถ ศาลา เมรุ หรือห้องน้ำก็ไม่เสร็จซะที แต่บางวัดทั้งพระและประธานกรรมการเล่นแข่งขันวัดบารมีเรื่องยอดเงินกฐิน เดือดร้อนถึง ผู้ที่ได้รับซอง และที่น่าตกใจคือเกิดกรณีกฐินเดาะไปทั่วคือ เจ้าอาราม เจ้าอาวาสลงทุนบอกบุญเอง ออกพาวเวอร์เต็มที่ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าอาวาสเลย กฐินนั้นเป็นโมฆะ หรือกฐินเดาะไปเสียแล้ว  บางวัดถึงขนาดจ้างรถโฆษณา วิ่งบอกบุญ บ้างก็ให้ออแกไนซ์มืออาชีพมาจัดการกันเลย พิมพ์ซองให้โดดเด่นเป็นสีสรร จัดวัตถุมงคลเป็นชุดชุด มีชุดเอ บี ซี (จัดโปรโมชั่นมีคูปองชิงรางวัล) ที่ซองก็มีหมายเลขกำกับ ที่น่ารังเกียจที่สุดคือ ให้นำหมายเลขนั้นไปตรวจกับหวยรัฐบาล งวดถัดไปแล้วมารับรางวัลที่วัด

อีกทั้งยัง มีการแบ่งสายประกวดประชัน เรื่องเป้ายอดเงินกฐิน และกำหนดรางวัลหัวหน้าสาย เพื่อไม่ให้เสียหน้ากันระหว่างหมู่บ้าน กลุ่มการเมือง นี่แหละครับทุกวันนี้ ..........กฐินเดาะไปหมดแล้ว

แต่ก็อยากให้พิจารณาร่วมบุญกฐินตามสมควรกับฐานะตนและความเหมาะสมของแต่ละวัดนะครับ จะได้ไม่พลาดบุญกฐินกันเพราะหนึ่งปีมีเดือนเดียว

การทานเจ เป็นสิ่งที่ดีและวันนี้ผมมีคำแนะนำดีดีมาบอก สมัยอาม่าผมซึ่งมาจากเมืองจีนท่านให้ข้อคิดไว้ว่า ทุกอย่างอยู่ที่ใจ ทำใจให้สบาย อย่ากังวลมาก สมัยก่อนคือการถือศีล กินเจ ทำใจให้สบาย อย่างทุกวันนี้ กลายเป็นการกังวลว่าเจจะแตก (คือพลาดไปรับประทานของที่ควรละเว้นก่อนครบกำหนดสิบวัน) ใจก็ไม่สบาย เป็นกังวลไปหมด กลัวกระเทียม กลัวน้ำปลา กลัวไปซะหมด

การทานเจทุกวันนี้สะดวกมากมีอาหารเจปรุงแต่งขายกันหลากหลาย ตามสะดวก ทานเถอะครับ ถ้าทำได้ รู้จักงดเว้นเนื้อสัตว์ สิ่งมีชีวิต ทานกี่วันก็ได้ตราบเท่าที่สบายใจ ทำใจให้สบาย อย่าไปนินทาว่าร้ายกัน อย่าไปเบียดเบียนกัน ทุกวันนี้ ผมแนะนำให้ประยุกต์ เป็น" ถือศีลห้า และงดทานเนื้อสัตว์"

ร่างกายจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ จิตใจได้ละวาง เท่านี้สุดยอดแล้วครับ ถ้าทานทานไปแล้วเผลอไปทานในสิ่งต้องห้ามเช่นใส่น้ำปลาแทนซีอิ้ว แต่ใจยังสบายอยู่ เจจะแตกก็แตกไปเถอะครับ ใจอย่าแตกเป็นพอ...................

โดย SOMBOONTIEW

 

กลับไปที่ www.oknation.net