วันที่ เสาร์ ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...ความลับของดอกหญ้า *


เราผ่านความเจ็บปวดไปได้อย่างไร?

 

1.

ฉันพกพาคำถามนี้กลับบ้าน หลังจากหลั่งน้ำตาอำลาความวุ่นวายไว้ที่เมืองหลวง

ความกลัดกลุ้มถูกระบายออกไปบ้างแล้ว แต่ความเศร้ายังเป็นเจ้าของหัวใจ

ฉันปกปิดมันด้วยรอยยิ้มและบทสนทนาครื้นเครงระหว่างญาติมิตร

เพิ่งเข้าใจเพลงที่ชื่อว่า อย่าพาน้ำตากลับบ้านก็วันนี้

จะมีอารมณ์ใดชวนร้องไห้

ในขณะที่ความสุขและความอบอุ่นโอบกอดเราอยู่ตลอดเวลา

วาบหนึ่งในสำนึก  อยากจะหนีปัญหาและซ่อนตัวอยู่ที่บ้านแบบนี้อย่างคนขี้ขลาด

แต่นั่นไม่ใช่วิสัยของฉันแน่ๆ

2.

ฉันขวนขวายทำโน่นทำนี่ตลอด  มือเท้าเป็นระวิง

เพื่อไม่ให้ใจมันว่าง แล้วจ่อมจมอยู่กับความเศร้า

วันนี้ฉันทำกับข้าวเสร็จตั้งแต่บ่าย ตอนเย็นเลยมีเวลาเข้าสวนกับแม่

เดินเลียบรางรถไฟไปผ่านทุ่งหญ้าคาที่รกสูงเกือบท่วมหัวเมื่อตอนเด็กๆ

จำได้ว่าตอนนั้น ชอบเก็บดอกหญ้าคามามัดเป็นช่อ

แล้วนำมาตีหัวกันเล่นกับพี่ชายอย่างสนุกสนาน

แต่ตอนนี้กลับไม่มีดอกหญ้าคาสักดอกให้เห็น

ฉันถามแม่ว่า ยังไม่ถึงฤดูกาลของมันเหรอ

แม่หัวเราะ ดอกหญ้ามันไม่มีฤดูกาลหรอก ถึงเวลาออกดอกมันก็ออก

แม่บอกอย่างนั้น อย่างหญ้าคา ไม่ต้องใส่ปุ๋ยบำรุงให้เหนื่อย 

แค่จุดไฟเผาครอก ไม่ช้าดอกก็ออกขาวโพลน

ฉันนิ่งไปกับความลับของดอกหญ้าคา

ก่อนจะปล่อยหัวใจให้ลู่ไหวไปตามแรงลม

3.

ก่อนจะก้าวขึ้นรถทัวร์ที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง

ฉันรู้สึกเบาตัวขึ้นอย่างประหลาด ทั้งที่สัมภาระของฝากหนักอึ้งเต็มสองบ่า

วันนี้ฉันพร้อมจะตอบคำถามที่ตามกวนใจมาตลอดแล้ว

เราผ่านความเจ็บปวดมาได้อย่างไร?

คำตอบนั้นแฝงอยู่ในความลับของดอกหญ้าคา

…….

*หากไม่รู้จักเจ็บปวด ก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ

นึกถึงวรรคหนึ่งของเพลงฤดูที่แตกต่าง หนึ่งในเพลงโปรด

แล้วฉันก็ฮำเพลงนี้ไปตลอดทาง

โดย ดาวปลาตะเพียน

 

กลับไปที่ www.oknation.net