วันที่ อังคาร ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มหัศจรรย์ของแผ่นดิน


มหัศจรรญ์ของแผ่นดิน

มหัศจรรย์ของแผ่นดิน

บนผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่สืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษมานานนับร้อยปี ที่มีภูเขาทีล้อมรอบ เสียงนกเสียงกาที่ดังก้องไม่หยุด แม่น้ำ ลำธารที่ไหลรินให้ความชุ่มชื้นบนแผ่นดินที่รวมเม็ดดินและเม็ดทรายเป็นแผ่นเดียวกัน ไว้เพื่อมนุษย์ได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตราบชั่วนิรันดร

********เพลงแผ่นดิน*****

บนผืนดินนี้มีคนเป็นล้านคน  ที่ต้องอยู่บนผืนแผ่นดินนี้

บรรพชนเก็บไว้เป็นพันปี  เหลือสิ่งดีๆให้เราได้ชมกัน

วันนี้เราได้สร้างวันใหม่   ให้ใครๆรู้ว่าเราทำได้

และเราจะรักษาไว้   เก็บไว้ให้ลูกหลานของเรา

แล้วเราจะนิ่งอยู่ใย   มาร่วมใจร่วมพลังที่ฝันใฝ่

ให้ทุกชาติรู้ว่าเราคือใคร  เพราะเรามีกำลังใจไม่เคยจางหาย

เรารักประเทศชาติจงรักประชาธิปไตย  เราไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายหัวใจของเรา

หากว่าใครคิดมาทำร้ายให้แผ่นดินเราพังทลาย  เราจะยืนข้างกายบนผืนแผ่นดินนี้

            คนมีอีกล้านคนที่ต้องอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ ให้ทุกคนรับรู้ว่ารักแผ่นดิน

**************

 

 

 

เช้าของวันหนึ่ง

ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่มีผู้คนมากมายหลายศาสนาและวัฒนธรรมที่อาศัยกันอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตั้งแต่เช้าที่มีผู้คนมากมายตื่นขึ้นมาทำภารกิจ  อับดุลเลาะกับมะแอ ตื่นขึ้นจากที่นอนเป้าหมายที่จะไปละหมาดที่มัสยิด

อับดุลเลาะ  -  วันนี้ตื่นขึ้นมาแต่เช้ารู้สึกสบายจริงๆ

อับดุลเลาะที่พึ่งตื่นขึ้นมาจากที่นอนที่แสนจะห่วงก็ต้องยอม เพราะจะต้องไปปฏิบัติภารกิจที่สำคัญกว่าการนอนสะอีกนั้น คือ ละหมาดซุบฮ์ ทันใดนั้นหยิบนาฬิกาที่อยู่บนหัวนอน เกือบจะตี 5 ก็เลยพรั่นพูดว่า

อับดุลเลาะ – จะตี 5 แล้วนิ เดี่ยวต้องไปอาซานที่มัสยิด เพราะในหมู่บ้านนี้คงมีแต่เราที่เสียงดี ฮิๆๆ เดี่ยวต้องไปปลุกมะแอด้วย อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อดีกว่า เดี่ยวอาซานไม่ทัน ไปอาซานตี 7 เขาก็ว่าบ้า หรอก

เมื่อทำภารกิจเสร็จสิ้นเรียบร้อยก็ไปยังบ้านมะแอ

            อับดุลเลาะ – แอ ตื่นยัง เดียวเราต้องไปอาซานที่มัสยิด (ซ้ำ)

            แอ – อืม เสร็จพอดีเลย รีบไปกันเถอะ

            อับดุลเลาะ – จะรีบไปไหนมัสยิดอยู่ตรงนี้เองนิ

            แอ - เออ ลืม ใช่ๆๆ ถ้างั้นแบเลาะอาซาน เราก็ละหมาดเลย

            อับดุลเลาะ – ดีๆๆ (อับดุลเลาะก็อาซาน จนเสร็จและละหมาดเป็นที่เรียบร้อย)

***********  เสียงดุอาร์*************

                                                         

 

 

 

            เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจอับดุลเลาะก็ชวนกันกลับบ้านก็ได้สวนทางกับ ลุงชัยที่กำลังวิ่ง ออกกำลังกายและอาแปะกับ ติ่มฮี กำลังเต้นรำไทเก๊ก

อับดุลเลาะ – ไปเรากลับบ้านกัน แล้วอย่าลืม ไปทำงานด้วย และก็อย่าลืมเงินที่ยืมจากเราด้วย ไม่ได้ถ่วงแต่บอกเฉยๆ

            แอ – ไปๆ จะไปตัดยางเดี่ยวสาย น้ำยางไม่ออก

ทันใดนั้นเองก็ได้สวนทางกับลุงชัย ที่กำลังออกกำลังกายมาจากวัด

ลุงชัย – การออกกำลังกายทำให้ร่างกายแข็งแรง แต่วัยรุ่นสมัยนี้ไม่ค่อยออกกำลังกายเท่าไร เด็กๆที่มีเวลาก็ใช้เวลาว่างแต่เล่นเกมส์

            แอ – อ้าวหวัดดีลุงชัย แม้ดูสดชื่นจังเลยนะครับ

            ลุงชัย – พึ่งกลับจากมัสยิดหรือ บังเลาะ แอ

            อับดุลเลาะ – อืม ใช่ พึ่งกลับจากมัสยิด ได้ข่าวว่าไม่สบาย หายดีแล้วหรือคับลุงชัย

          ชัย – สบายดีแล้ว แค่เป็นไข้หวัด 2009 เองไม่มีอะไรมาก

แอ – เฮ้ย แล้วทำไม ไม่ใส่หน้ากาก จะได้ป้องกัน (ป้องกันเสี่ยงอันตราย ไม่เสี่ยงใช้หน้ากากนะครับ)

ลุงชัย – ตอนนี้ หายแล้ว และที่สำคัญไม่ได้เป็นไข้หวัด 2009สักหน่อย เป็นไข้หวัดธรรมดาเอง ถึงเป็นไข้หวัดธรรมดาก็พกหน้ากากเสมอ

            แอ – เอ นั้นอาแปะหรือป่าว เดินท่าไทเก๊ก ตั้งแต่เช้าเลย แม้ดูยังไงก็สดชื่น ถึงจะแก่ แต่ก็แข็งแรง

อาแปะ – เอาพวกลื้อ มาออกกำลังกายอ๋อ วันนี้อากาศก็สดใส่ลี จริงๆ  บังเลาะละหมาดเสร็จแล้วหรอ ไปกินน้ำชาด้วยกันไหม

            แอ – ดีๆ กินน้ำชาเราชอบ

          อับดุลเลาะ – แล้วไม่ไปกรีดยางแล้ว หรอ

            แอ – อุ้ย ไม่ไปแล้วมีคนเลี้ยง ชอบของฟรี

*********************** เพลง 60 ล้านดวง*****************

*แผ่นดินที่เคยงดงาม  ฟ้าที่สวยไม่เคยเปลี่ยนไป

อากาศที่เย็นสดใส่  สร้างความร่มเย็นแก่คนบนพื้นดินไทย

วันนี้ฟ้าที่เคยสดใส่   แล้วทำไมเรารู้สึกมืดหม่น

ใครหนอที่ทำอย่างนั้นแล้วเราจะได้อะไร

**เราต่างภาษาแต่ว่าเราไม่เคยต่างใจ   เราจะร่วมมือไว้สร้างแผ่นดินให้ร่มเย็น

เราต่างศาสนาใช่ว่าเรานั้นต่างจิตใจ   เราจะร่วมมือไว้สร้างแผ่นดินให้สันติภาพ

แผ่นดินนี้ที่กว้างใหญ่   ทรัพย์สินนั้นมีมากมาย

ที่ล้ำค่านั้นคือจิตใจ  60 ล้านดวงบนผืนดินไทย(* **)

 

ณ ที่ร้านน้ำชาของหมูบ้าน ร้านแบแม เสอร์วิช

แบแม – อ้าว มากันแต่เช้าเลย เชิญๆ มากันพร้อมหน้าพร้อมตากันเลยจะกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า

อับดุลเลาะ – แบแม เดี่ยวผมเอาชาร้อนนะ ไม่ต้องใส่แก้ว

แบแม – อ้าว ถ้าไม่ใส่แก้วแล้วจะใส่ในอะไร ในมือยังงี้ใช่ไหม

อับดุลเลาะ – ก็ใส่ถุงดิ

แบแม – เออ จริงด้วยลืม แล้วคนอื่นจะกินอะไรครับ

แอ – ผมเอาคาปูชิโนะ

แบแม – ไม่มี นี้ร้านน้ำชาไม่ใช่ร้านชาไข่มุก

ทันใดนั้นก็มีผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งลักษณะไม่ใช่คนแถวนี้ แต่คนที่ตามหลังน่าจะเป็นคนที่ถวนี้

            เสี่ย – ไฮ้

            เด็ก – เสียเขาสวัสดีพวกเราทุกคน

            เสี่ย – มาม่าจายา ซือดะ โซโซะ

            เด็ก – เฮียผมบอกว่า อยากกินอะไรก็เชิญ เดี่ยวจะเป็นคนจ่ายเอง

          อับดุลเลาะ – เฮ้ยอยู่ดีๆ ก็มีคนแปลกหน้ามาจ่าย

สักพักใหญ่ก็มีเสียงจากเด็กของผู้ใหญ่บ้าน กำลังตีกลอนที่วันนี้มีการประชุมของหมู่บ้าน

เด็กผู้ใหญ่บ้าน – วันนี้มีประชุมให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน

แอ – เราเกือบลืมแล้ววันนี้งั้น เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปกันเถอะ

 

ณ บ้านผู้ใหญ่บ้าน

          ผู้ใหญ่ – สวัสดีพ่อแม่พี่น้องทุกคน วันนี้ผมมีข่าวจะบอกกับชาวบ้านทุกคน บางคนอาจจะเห็นแล้วว่าสองสามวันมานี้ มีคนแปลกหน้ามาอยู่ที่หมู่บ้านเรา แต่ทุกคนไม่ต้องแปลกใจเพราะเขาเป็นคนที่มีจิตใจเมตตา และได้บริจาคเงิน ที่จะช่วยพวกเราบูรณมัสยิดและวัดของเราเป็นจำนวน สองแสนบาท

 

ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นชาวบ้านต่างก็วิจารณ์ต่างๆนาๆ

            ชาวบ้าน – เออ ท่านเป็นคนใจบุญจริง ๆเออที่บ้านฉันมีลูกสาวด้วย

            ชาวบ้าน – อ้าว แล้วเกี่ยวอะไรกับกับลูกสาวแก่ ละ

          ชาวบ้าน – ก็จะได้เสนอลูกสาวฉันไง

            ชาวบ้าน – เอ มันจะมาดีหรือ มาร้ายหรือป่าวเนี้ย

            ชาวบ้าน – เฮ้ย อย่าคิดมาก เขาให้ก็หมดเงินเขา ไม่ได้หมดเงินเราสักหน่อย

ผู้ใหญ่บ้านก็ได้เชิญเสี่ยมาพบปะกับชาวบ้านซึ่งเสี่ยผู้นี้พูดภาษาไทยไม่เป็น เพราะเป็นคนญี่ปุ่น

            ผู้ใหญ่บ้าน –เดี่ยวผมขอเชิญท่านเมซุ ครับ

            เมซุ- ไฮ้

            ชาวบ้าน – อุ้ย ตกใจหมดเลย

            เมซุ – อาญี ซือดะ โซวา มาม่าตะ

            เด็ก – เจ้านายข้าบอกว่ายินดีที่ได้รู้จัก

            เมซุ – จิกโก๋ ยำยำแห้ง ผัดขี้เมา

            เด็ก – เจ้านายข้าบอกว่า ชอบที่นี้มากโดยเฉพาะ มัสยิดและวัดแห่งนี้ สวยงามมากๆ

            เมซุ – โควคา มิตบิชิ

            เด็ก – ถ้าชาวบ้านไม่รังเกียจก็อยากจะอยู่เป็นชาวบ้านที่นี้ด้วย ขอบคุณ

            ผู้ใหญ่ – ผมในฐานะที่เป็นตัวแทนของชาวบ้านขอรับเป็นลูกบ้านของหมู่บ้านเราก็แล้วกัน

            เมซุ –  ไฮ้ (ขอบคุณมากครับ)

 

 

 

เมื่อทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยหมู่บ้านก็สงบมาโดยตลอดแต่ในเมื่อมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาใหม่ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้เปลี่ยนไป

            เช้าวันต่อมา ในขณะที่อับดุลเลาะตื่นขึ้นมาแต่เช้าจะไปอาซานที่มัสยิด

**********เพลง รอยฮาน***************       

อับดุลเลาะ – วันนี้ทำไมรู้สึกแปลกรู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง

ณ ที่มัสยิด

            อับดุลเลาะ – เอ๋ ไมค์ไปอยู่ตรงไหนนะ ใครเอาไปซ่อนนะ จะอาซานก็ไม่ได้

            แอ – อ้าว ทำไมยังไม่อาซานอีก

            อับดุลเลาะ – ก็ไมค์สิ ไม่มีไม่รู้ไปไหน ใครเขาเอาไปยืมหรือ ป่าว ไม่เป็นไรเดี่ยวค่อยถามชาวบ้าน

ณ วัดในหมู่บ้าน

ลุงชัย – ใครมาฆ่าหมาของฉันเนี้ย ไม่หน้าเมื่อคืนถึงไม่มีเสียงหอน ต้องมาตายนิเอง แต่ดูเหมือนมันโดนตีด้วยของแข็ง

            แม่ศรี – ไหนๆ โธ่ ปูเป้ตายแล้วหรือเนี้ย เดี่ยวแม่จะทำพิธีศพอย่างสมเกียรติเลยนะ

ณ ร้านน้ำชาในหมู่บ้าน

            อับดุลเลาะ – วันนี้เราจะไปอาซานที่มัสยิด แต่ไมค์ไม่รู้ไปไหน ถามชาวบ้านแล้วไม่มีใครรู้เลย

ยังหาไม่เจอเลย ต้องมีคนแอบมาขโมยแน่เลย

เมื่อคุยได้สักพักลุงชัยก็เดินเข้ามายังในร้าน

            ลุงชัย – หมาของลูกสาวเราดิ ตายไม่รู้ใครไปทำร้ายมัน ตีมันจนตาย ทำได้แม้กระทั่งสัตว์

            แอ – ออ หมาที่ลุงชัยรักมากกว่าเมียตัวนั้นใช่ไหม

            ลุงชัย – ใช่ เฮ้ย ไม่ใช่ แต่ลูกสาวฉันสิมันรักมาก

            อับดุลเลาะ – เดี่ยวนี้ไม่รู้สิเกิดเรื่องแปลกๆกับหมู่บ้านเราตลอดเลย

ในระหว่างนั้นผู้ใหญ่บ้านก็เข้ามาพอดี

            ผู้ใหญ่ – ผมเองก็พึ่งรู้ข่าวแปลกๆที่พึ่งเกิดกับหมู่บ้านของเรา

            ชาวบ้าน – แล้วเราจะเอาไงดีผู้ใหญ่

            ผู้ใหญ่ – ยังไงก็ช่วยระวังก็แล้วกัน ถ้าเราไม่ช่วยกันระวังแล้วใครจะระวังให้หมู่บ้านเรา

            อับดุลเลาะ – มันเกิดอะไรขึ้นกับบ้านเรากันเนี้ย

*****************เพลง บ้านเรา******************

ในค่ำคืนนั้นที่เงียบสงบแม้กระทั้งเสียงหมาหอนสักตัวก็ยังไม่มี ทุกคนหลับใหลไปตามบรรยากาศที่ชวนหลับสนิททำให้ค่ำคืนนั้นเป็นค่ำคืนที่โชคดีของเหล่าวัยร้าย เพราะมีคนร้าย 2 คนเข้ามาทำบางอย่างในหมู่บ้านแห่งนี้หวังที่จะมาทำร้ายและขโมยของมีค่าที่เป็นหมู่บ้าน

โจร – เราจะไปไหนก่อนระหว่างมัสยิดกับวัด

โจร1 – ไปไหนก่อนก็ได้เพราะเป้าหมายเราคือไปขโมยคัมภีร์อัลกุรอ่านที่เก่าแก่ อายุเกือบ500ปีที่ทำมาจากหนังแกะ และพระพุทธรูปที่อยู่ในวัดไปให้นายของเรา

โจร – งั้นเดี่ยวเราไปขโมยของที่มัสยิดก่อน

โจร1- แล้วถ้าเขาจับได้ละ

โจร – ก็อย่าให้เขาจับได้สิ เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงข้ามีแผ่นและเราก็มีเส้นสายอยู่ในหมู่บ้านนี้ด้วยเงินสะอย่าง ใครบ้างไม่เอา  ไปเร็ว

โจร1 – ไปไหนครับ

โจร – กลับ ฮ่าๆๆๆๆๆ

โจร1 – แล้วเราไม่ไปขโมยก่อนหรือครับ

โจร – เออ ใช่ ลืมสนิทเลย ไปอย่าให้เสียเวลา (พร้อมกับเดินและวิ่งราวกับนินจา)

โจร – จัดการเอามันเลย ส่วนที่เหลือข้าจะจัดการเอง นี้คือสร้อยพระ เราจะทิ้งมันที่นี่ พอพรุ่งนี้เช้าพวกนี้เข้ามาดู เขาก็จะเจอพระและเขาก็จะคิดว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ก็เป็นฝีมือ ของคนไทยพุทธ ฮ่าๆๆๆๆๆ

โจร1 – ลูกพี่เรานี้ชั่วจริงๆเลย ขอนับถือ

โจร – งั้นเราไปวัดกันต่อ

โจร1 – ครับลูกพี่

ณ วัดในหมู่บ้าน

            โจร – ไปเอาพระมา

            โจร1 – ครับลูกพี่  ลูกพี่ครับได้แล้วครับ

โจร – ดีมาก ส่วนที่เหลือข้ามีแผนแล้ว และนี่คือผ้าพันหัวของคนมุสลิม ข้าจะทิ้งไว้ที่นี่ มันจะได้เข้าใจว่าเป็นฝีมือ คนมุสลิม ฮ่าๆๆๆๆๆ

            โจร1 – ไปกันได้ยังครับลูกพี่

            โจร - ไปกันได้แล้ว ฮ่าๆๆๆๆ

ทันใดนั้นในระหว่างที่โจรกำลังจะหนีออกมาจากวัด บังเอิญเจอกับชาวบ้าน

            ชาวบ้าน – เอ๊ะ นั้นใครใส่ชุดดำดูเหมือนจะเป็นโจร เข้าไปถามดีกว่า

            โจร – มีคนเดินมา ระวังตัวด้วย

            ชาวบ้าน – ไม่ทราบว่า ทำอะไรอยู่ครับดูเหมือนพวกพี่เหมือนโจรมากเลยนะครับ

โจรสองคนนั้นไม่รู้จะทำยังไงก็เลยหันหลังไปปรึกษา

            โจร1- เอาไงดีลูกพี่

            โจร1 – ไม่ต้องห่วงหรอกมันไม่รู้หรอกว่าเราเป็นโจร ดูการแต่งของเราสิเหมือนโจรสะที่ไหน ถ้าเขาถามก็อย่าบอกเขาว่าเราเป็นโจร

            ชาวบ้าน – ไม่ทราบว่าพวกคุณเป็นใครครับ

            โจร – คือลูกพี่เราไม่ให้บอกว่าเราเป็นโจรครับผม(โดนตีทีหนึ่งที่หัว)

            โจร1 – ไปบอกแบบนั้นทำไมเดี่ยวเขาก็รู้หรอก

ชาวบ้าน – ไม่เป็นไหร่ครับแค่ถามเฉยๆ ถ้าลำบากที่จะตอบผมก็ไม่ขัดหรอกครับ

ทันใดนั้นก็มีของบางอย่างตกมาจากร่างของโจรเหล่านั้นทำให้ชาวบ้านรู้ทันเลยว่าเป็นโจรที่มาขโมยของ

            โจร – งั้นเราไปละนะ (ของก็หล่น)

            ชาวบ้าน – นั้นอะไร คุ้นๆ (หยิบขึ้นมาดู ) นี่มันอัลกุรอ่านที่อยู่ในตู้ของมัสยิดนิ ถ้างั้นพวกนี้ก็คือโจร

            หยุดนะ

            โจร – อ้าวซวยแล้ว จัดการฆ่ามันเลย จัดการศพอย่าให้ชาวบ้านหาเจอ

            โจร1 – ครับลูกพี่ หยิบมีดที่อยู่ข้างหลังแทงทะลุ (แล้วก็หลบหนีไป)

ชาว บ้านที่นอนสงบนิ่งอยู่นั้นก็มีลูกชายไวเพียง 5 ขวบ เข้ามาปลุกพ่อให้ตื่น แต่พ่อก็ไม่ตื่นสะแล้ว

            เด็กน้อย – พ่อๆๆๆตื่น  หนูกลัว  *****เพลง kasih saying**********

มีต่อหลังจากบล็อกนี้

โดย ปรัศนีย์01

 

กลับไปที่ www.oknation.net