วันที่ พุธ ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฝาย 6 ลูก ที่ความชัน 45 องศา เพื่อรักษาพระธาตุ


     จากการพังทลายของดิน ที่เป็นที่ตั้งของพระธาตุม่อนพระยาแช่ จนเป็นร่องน้ำขนาดใหญ่ หากปล่อยไว้ จะยิ่งขยายขนาดความเสียหายมากยิ่งขึ้น พวกเราจึงตกลงกันว่าจะทำฝายชะลอน้ำ  เพื่อหยุดการพังทะลายของดิน ซึ่งหมายถึงอันตรายที่จะเกิดกับ พระธาตุม่อนพระยาแช่ อายุกว่า 1300 ปี ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอีกด้วย

     ผมได้เอาโครงการทำฝายนี้ ไปปรึกษา คุณสรัชชา สุริยกุล ณ อยุธยา ซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากร และคุณสมบูรณ์ หัวหน้าวนอุทยานม่อนพระยาแช่ ทั้งสองท่านเห็นด้วย และให้คำแนะนำในการทำฝายเป็นอย่างดี

     พร้อมกันนี้ หัวหน้าวนอุทยานม่อนพระยาแช่  ยังจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ของวนอุทยาน มาร่วมทำฝาย กับพวกเราด้วย

     วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2552 เรานัดเจอกันเวลา 08.00 น. ครับ ที่หมายเดิม คือ วัดม่อนพระยาแช่

     หลังจากพร้อมกันแล้ว ก็พาน้อง ๆ จากชมรมบี-บอย ลำปาง เดินขึ้นมาที่สันเขื่อนห้วยโจ้ ด้านหลังวัด แล้วเอากิ่งไม้ยูคาลิปตัส และต้นเต็ง รัง ที่ตัดไว้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน มาตัดเป็นท่อนตามต้องการ เพื่อใช้ทำฝาย
     ด้านหลังของน้อง ๆ เป็นภูเขาที่มีหมอกเมฆลอยลงมาต่ำมาก ดูแล้วมีความสุข อยากให้เป็นอย่างนี้ทั้งปีเลย

     ใครถนัดใช้เครื่องมืออะไร ก็คว้ามาช่วยกัน ทั้งตัดทั้งเลื่อย ทั้งลาก ลุยกันเต็มที่ เพราะคนที่จะทำฝายรออยู่บนเขาแล้ว ที่ตัดเสร็จแล้ว ก็ขนขึ้นไปบนเขาเลย

     เมื่อน้อง ๆ ช่วยกันแบกไม้ที่ตัดแล้วมาถึง บริเวณที่จะทำฝาย  พี่ตู่ จาก...วนอุทยานม่อนพระยาแช่ เป็นผู้กำหนดจุดที่จะทำฝาย แล้วก็เริ่มลงมือทำพร้อม ๆ กันเลย ขณะที่เวลาเกือบจะ 10 โมงเช้าแล้ว เพราะเราเสียเวลากับการตัดไม้ ที่สันเขื่อนอยู่นานพอสมควร

     น้อง ๆ จาก ชมรม บี-บอย ลำปาง ลุยกันเต็มที่ ทั้ง ๆ ที่เราทำงานในร่ม แต่หลายคน ต้องถอดเสื้อ เพราะเหงื่อออกมาก อากาศไม่ร้อนแต่ออกแรงกันเต็มที่ เพราะดินที่ม่อนพระยาแช่ เป็นดินผสมหินการตอกเสาหลัก จึงทำไม่ง่ายนัก บางที่ตอกลงไปแล้วไปเจอก้อนหิน

     ฝายลูกนี้ อยู่เกือบบนสุด พี่ตู่ (ถอดเสื้อ ขวามือ) ผู้ชำนาญงานเรื่องฝาย จากวนอุทยานม่อนพระยาแช่ (เพราะทำฝายมามาก) ขึ้นไปยืนพักเหนื่อยอยู่ด้านบน หลังจากทำฝายเป็นตัวอย่างให้น้อง ๆ ดูแล้วก็ขยับไปที่ละตัว ๆ  น้อง ๆ ก็ทำตามไปเรื่อย ๆ

     ฝายที่เราทำครั้งนี้ น่าจะเรียกว่า ฝายบก (ไม่รู้มีใครเรียกบ้าง แต่ผมเรียกของผมเอง เพราะฝายนี้ไม่ค่อยจะเจอน้ำเท่าใดนัก ยกเว้นตอนฝนตกหนัก ๆ เนื่องจากอยู่บนที่สูงและชันมาก) เพราะต้องการป้องกันการพังทลายของดิน เวลาฝนตกหนัก ๆ เป็นการป้องกันไว้ก่อน ที่จะเสียหายมากไปกว่านี้ครับ

      ใครจะรู้ว่า เด็กวัยรุ่น ที่ชอบแต่งตัวรุงรัง เอะอะมะเทิ่ง เต้นอะไรกันไม่รู้ วุ่นวายไปหมด ที่เขามีชื่อเรียกว่า บี-บอย จะทำงานกันได้อย่างที่เราเห็น เหนื่อยหรือลำบาก แค่ไหน ไม่มีปัญหา พวกเขาทำงานกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะประธานชมรม คือหนุ่มเสก(คนยืนถอดเสื้อกางเกงดำ) วิ่งไปวิ่งมา ระหว่าง สถานีวิทยุ 103 MHz  (เป็น เจ้าหน้าที่สถานี) กับงานทำฝายในป่า เพราะไม่อยากเอาเปรียบน้อง ๆ ในชมรม ฯ

     ที่คันดิน เราปลูกต้นไผ่ และต้นไม้ที่ขุดมาจากบริเวณใกล้ ๆ เพราะเป็นไม้ในพื้นที่เดียวกัน เนื่องจากป่าที่ม่อนพระยาแช่ เป็นป่าเต็ง รัง คือบนภูเขาสูงจะมีแต่ต้นเต็ง รัง ขึ้นเต็มไปหมด แต่ลงมาที่ความสูงไม่มากนัก จะมีไม้ไผ่รวกขึ้นอยู่มาก เนื่องจากมีความชื้นมากกว่า พวกเราดูจากธรรมชาติของป่า จึงเอาไม้ที่อยู่ในระดับความสูงเดียวกัน มาปลูกที่คันดินของฝายที่ทำไว้

คันดินตรงนี้ ไปขุดต้นไม้เล็ก ๆ ข้าง ๆ ฝายมาปลูก

       ก่อนพักเที่ยง เราทำฝายเสร็จ 4 ลูกกว่า ๆ (เพราะลูกที่ 5 ยังไม่เรียบร้อย ก็ต้องพาน้อง ๆ ลงจากภูเขาไปทานข้าวกลางวัน ก่อน เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ขึ้นมาเหนื่อยอีกพักใหญ่ ฝายทั้งหมด 6 ลูก ก็เสร็จสมบูรณ์ ดังในภาพ

         

สรุปงานที่ได้
... จากภาพที่อยู่ด้านซ้ายมือคือก่อนทำและ ภาพขวามือคือหลังจากที่ทำฝายเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมด 6 ลูก ตลอดแนวความยาว กว่า 100 เมตร

     แต่เดิม น้ำฝนจะไหลลงมาจากบันได ซึ่งยาวประมาณ 200 เมตร ปัจจุบัน ทั้ง 2 ข้างของบันได เราได้ปลูกหญ้าแฝกไว้ตลอดแนว เพื่อป้องกันการพังทลายของดิน น้ำจะไหลลง ตรงมุมขวามือของรูปภาพ ก็คือตำแหน่งของร่องน้ำที่เราทำฝายรองรับไว้แล้ว (ภาพด้านล่าง) เช่นกัน

     แต่เดิมตรงนี้ เป็นร่องน้ำขนาดใหญ่ ที่ดินพังทลายลงไปถึงด้านล่าง ปัจจุบัน มีฝาย 6 ลูก รองรับไว้แล้ว สัปดาห์หน้า จะเอาหญ้าแฝกและต้นไม้อื่น ๆ มาปลูกให้มากกว่านี้ครับ

     การแก้ปัญหาการพังทลายของดิน อันเกิดจากการชะล้างของน้ำฝน ที่ไหลลงมาอย่างรวดเร็วจากภูเขา ตามขั้นบันได และ 2 ข้างของบันได และไหลลงไปด้านล่าง จนเกิดเป็นร่องน้ำขนาดใหญ่ ก็ได้รับการแก้ไขในขั้นต้นเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไป รดน้ำใส่ปุ๋ยและรอให้หญ้าแฝก และต้นไม้ที่ปลูกที่คันฝาย โตพร้อมที่จะรอรับน้ำฝน ในฤดูฝนปีหน้าที่จะมาถึง  ...เราจะรอดูผลงานของเราครับ...

ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุก ๆ ท่าน ประกอบด้วย

1. น้องๆ นักเรียนโรงเรียนลำปางกัลยาณี 10 คน

2. น้องๆ ชมรมบี-บอย ลำปาง 10 คน

3. พี่ ๆ จากวนอุทยานม่อนพระยาแช่ 4 คน

4. พี่น้อง สมาชิก We love The King we love Thailand นครลำปาง

    และ สมัชชาประชาชนจังหวัดลำปาง อีก 15 คน

    ... รวมทั้งหมด 39 คน

...พบกันวันเสาร์หน้า 24 ตุลาคม 2552 ... เราจะทำฝายไปเรื่อย ๆ ทุกสัปดาห์ ...จนกว่า...ผืนป่า..วนอุทยานม่อนพระยาแช่ จะเขียวชอุ่มและชุ่มชื้น..ดังเดิม..


โดย ดอยสูง

 

กลับไปที่ www.oknation.net