วันที่ พุธ ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ขี้หมูไหลภาคสาม..โลกหมุนติ้วๆๆ


๑.

โกวเล้งเอ่ยว่า   ของเหลวที่ดีที่สุดในโลกคือสุรา

ข้าเห็นด้วย   ตลอดกาล

ยกสุราขึ้นดื่มอีกหนึ่งป้าน   ไม่ใช่สิ  อีกหนึ่งแก้ว  กันเปย  หมดแก้ว  สุราที่ยอดเยี่ยม  บรรยากาศที่ยอดเยี่ยม   หาไหนไม่ได้อีกแล้ว 

กับสหายที่รู้ใจ   แม้สุราพันจอกก็ไม่เมา   ข้ายังไม่เมา  

แต่เพื่อนข้าต่างเมามายแล้ว  พวกมันล้วนเมามาย  มีแต่ข้าที่ยิ่งยง   ฮ่าๆๆ   พวกคออ่อนเอ๊ย...

อืมม   ความจริงยังเหลือคนอีกผู้หนึ่งที่ยังไม่เมามาย   คนผู้นั้นข้าเพิ่งรู้จักเมื่อเช้านี้เอง 

มิตรสหายใหม่   ท่ามกลางห้องเช่าแห่งนี้   ห้องเช่าอันคับแคบ   แต่ได้ต้อนรับผู้คนมานักต่อนัก  พวกที่มาเยี่ยมเยียนล้วนเป็นมิตรสหาย   พวกที่มาล้วนโง่งมดุจดังข้า  พวกมันล้วนเป็นปีศาจสุรา  

มิตรสหายเส้นทางเดียวกัน  หากจะมีมาเพิ่มอีกคน   จะเป็นไรไปเล่า 

"ดื่ม   กันเปย"

ข้าชนแก้วกับมิตรใหม่   ดวงตาใสแจ๋วของมันยากจะดูออกว่าเมามายไปกี่ส่วนแล้ว  มันยกแก้วขึ้นดื่ม  ข้ายกแก้วขึ้นดื่ม 

กันเปย  ข้าหมดแก้ว  หันไปคว้าน้ำแข็งมาใส่แก้ว  หยิบเหล้ามาเท  ใส่น้ำนิดหน่อย  โซดาจนเต็มฟองฟู่ฟ่าแบบนี้แหละที่ข้าชอบ 

ยำผักกาดดองยังเหลือ  กับแกล้มยามยาก  แต่ถูกปากข้านัก

ข้าไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าสหายใหม่ของข้า  จะคอแข็งอย่างนี้  ชงเหล้าเสร็จ  เหลียวไปมองที่แก้วของมัน   หมดแก้ว  เหลือเพียงน้ำแข็งสามสี่ก้อนอยู่ในแก้วใบนั้น  

ข้ายื่นมือไปรับแก้วของมันมา  แล้วก็ชงเหล้าให้มันใหม่  ยื่นแก้วให้มัน   มันยิ้มให้ข้า 

ข้าชนแก้วกับมันอีกครั้ง  ในหัวของข้าหมุนติ้วๆๆ   ระดับความมึนเมาวิ่งมาถึงขีดสุดของมัน   ตาข้าพร่าพราย  ยกดื่มไปครึ่งแก้ว  ข้าจะสำลัก  แข็งใจดื่มจนหมดแก้ว  วางแก้วลง   หันไปตักยำผักกาดดองเข้าปาก 

เคี้ยวตุ๊ยๆๆ   หันกลับไปมองแก้วของมันอีกครั้ง 

แก้วว่างเปล่า 

ข้าชงเหล้าของตัวเอง   เสร็จแล้วยื่นไปรับแก้วจากมันมาชงอีกครั้ง 

ครานี้มันกลับเป็นฝ่ายยื่นแก้วมาชนกับข้า   มาอยู่ดอยได้ไม่ถึงวัน  คำศัพท์แรกที่มันรู้จักคือคำที่มันกำลังพูดออกมา

"กันเปย"

ข้ายิ้ม  รู้สึกว่าสิ่งที่กลืนกินลงไปในค่ำของวันนี้กำลังมาออกันอยู่ที่คอหอย   รอคอยพุ่งออกมาในอีกไม่กี่นาที้ข้างหน้านี้  

สหายใหม่ของข้า   ชนแก้วแล้วมันก็ยกดื่ม  ข้าเห็นแววตาที่มันมองมาทางข้า  ยิ้มหยันที่อยู่บนใบหน้า   หรือข้าจะยอมแพ้มัน   ไม่ได้เด็ดขาด  ยังไงๆ  บนดอยแห่งนี้ข้าก้ได้ชื่อว่า   ปีศาจสุรานัมเบอร์หนึ่ง   ข้าจะยอมแพ้ไม่ได้

ยกแก้วขึ้นดื่ม  ของเหลวขมๆซู่ซ่าไหลลงมาอยู่ในปากของข้า  แต่ไม่ยักกะไหลลงคอ  ข้าอมมันไว้อยู่ในปาก  พยายามจะกลืนมันลงไป  แต่ทำไม่ได้  ของที่อยู่ในคอของข้ากำลังประท้วง  

วินาทีนั้น  ข้าเอี้ยวตัวทางซ้าย  แล้วก็พุ่งสิ่งต่างๆที่อยู่ในคอออกมา  

สิ่งไม่มีชีวิตที่เรียกว่า   อ้วก

เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า  ออกศึกนั่งอยู่คนเดียว    ท่ามกลางกองขี้เมาอีกสามคน  เพื่อนใหม่ที่เขาเพิ่งรู้จัก  

ยังไง ๆสุราก็ยังเป็นสุรา  ดื่มมากดื่มน้อย  ดื่มกับใคร  กับเพื่อนใหม่กับเพื่อนเก่า  ล้วนเมามายเหมือนกัน

ดีแต่ว่า   ออกศึกระวังตัว  นึกถึงเรื่องราวเก่าๆแต่หนหลัง  ครานั้นออกศึกยังอยู่ที่บ้านนอก  เขาไปนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนในงานแต่งงาน  งานแต่งงานที่เลี้ยงโต๊ะจีน  เพื่อนคนนั้นพยายามมอมเหล้าเพื่อจะแกล้งเขา 

ชนแก้วกันคราใด   เพื่อนคนนั้นบอกว่าหมดแก้วเหมือนคราวนี้ทุกที  ด้วยความซื่อ  และไม่เจนโลก   คอยังไม่เข็งด้วยอีกประการหนึ่ง  ออกศึกยกจนหมดแก้วทุกครั้ง  ยกเสร็จก็คว่ำแก้วให้ดู  นึกลำพองใจว่าตัวเองเก่ง 

ยิ่งดึกออกศึกยิ่งเมา  แต่เพื่อนคนนั้นกลับไม่มีทีท่าว่าจะเมามายแต่อย่างใด  นึกครั่นคร้ามยิ่งนัก  จนคราหนึ่ง  นั่งชิดกันยิ่งนัก  กอดคอกัน  แล้วเพื่อนคนนั้นก็ชวนออกศึกให้ยกหมดแก้วอีกครั้ง  แถมยังพูดอีกว่า

"เอาน่า  ลูกผู้ชาย  ยกหมดแก้วโว้ย"

ออกศึกยกแก้วไปได้ครึ่งแก้ว  แล้วก็รู้สึกผิดปกติที่เท้าที่อยู่ข้างล่าง  เอาแก้วที่ยังเหลืออีกครึ่งแก้วออกปาก  มองไปที่เพื่อนเห็นทำท่าเมามายมองมา 

ออกศึกก้มลงไปมองที่เท้าของตัวเอง  เพื่อนคนนั้นเอาแก้วเหล้าเทลงพื้นดินโดยไม่รู้ว่าเทลงเท้าของออกศึก  

พอว่าให้  เพื่อนคนนั้นก็ยิ้มแหย  แถมยังบอกว่า 

"มึงดื่มเก่งจริง ๆ  กูยอมแพ้ว่ะ"

เสียงนาฬิกาดังติ๊กต๊อกท่ามกลางความเงียบของค่ำคืน  ไฟสว่างโร่  ออกศึกหาที่นอนมุมข้างหน้าต่าง  หยิบกระโถนที่วางอยู่ข้างๆๆตัวไปเททิ้ง 

กระโถนที่ออกศึกแอบเทเหล้าลงไปในบางแก้ว  เพื่อเซฟตัวเอง

โดย แก้มหอม

 

กลับไปที่ www.oknation.net