วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คุณเชื่อในพรหมลิขิตหรือไม่?


คุณเชื่อในพรหมลิขิตหรือไม่?

 

มันเป็นอำเภอเล็กๆ ในจังหวัดเล็กๆ,  ต้องใช้เวลาอยู่นาน  กว่าจะหาร้านโทรศัพท์และโทรสารติดต่อถึงกรุงเทพฯ ได้  พอพบร้าน  ธุระยังไม่ทันเสร็จ  ฝนก็ซัดลงมาอย่างหนัก

          นั่นจึงเป็นปราการกั้นผมไว้ในร้านเล็กๆ แห่งนั้น  กับหญิงสาวเจ้าของร้านคนหนึ่ง  ซึ่งดูเธอจะเริ่มเข้าใจและไว้ใจ  หลังจากเสร็จธุระแล้ว  ยังคงปล่อยให้นั่งคุยเล่นต่อ

          ผมเพียงเข้าไปส่งโทรสารและโทรศัพท์  ถ้าไม่เป็นเพราะฝนตกหนัก  ก็สมควรออกจากร้านกลับบ้าน  การอ้อยอิ่งอยู่ตรงนั้น  หากสามีเธอ  หรือใครสักคนที่เกี่ยวข้องกับเธอมาเห็นเข้า  เขาก็คงไม่ชอบใจชายหน้าแปลกๆ อย่างผมแน่

          “เป็นนักเขียนหรือคะ?”  เธอถามเป็นมิตร  เธอฉลาดทีเดียวในการอ่านคน

          “ก็อะไรประมาณนั้นแหละครับ” 

เวลาใครมาทักว่าเป็นกวีหรือนักเขียน  ผมจะตอบอ้อมแอ้ม  ไม่ชอบเผยตัวตน  ยิ่งบางคนพอรู้ว่าเป็นนักเขียนก็มักเสนอ  “เอาเรื่องหนู/ผมไปเขียนบ้างสิ  ชีวิตหนู/ผมมีเรื่องมันๆ มากเลยค่ะ/ครับ”  หรือไม่ก็ถาม  “เขียนเรื่องอะไรบ้าง  ใช้นามปากกาอะไรคะ/ครับ”

แต่สาวเจ้าของร้านโทรศัพท์ทางไกล  ไม่เสนอหรือถามอะไรทำนองนั้น  เธอชวนคุยเรื่องราวจิปาถะ  เหมือนจะรู้ว่า  พวกนักเขียนชอบเสือกรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่แล้วโดยวิสัย

“ส่วนใหญ่ก็พวกเมียฝรั่ง  โทรขอเงินผัวที่เมืองนอก”  เธอตอบเมื่อถามถึงคนที่มาใช้บริการ  ผมจึงพลอยได้รู้ข้อมูลใหม่ๆ จากเธอ 

“บางคนขอเงินมาปลูกบ้าน  บางคนขอเงินผัวฝรั่งมามั่วผัวไทย”  เธอว่าต่อ

“อ้าว  เขาไม่ได้มาอยู่ด้วยกันหรือ?  หรือไม่ก็เอาเมียไปอยู่เมืองนอกด้วย”  ผมสงสัย

“ก็ไปๆ กลับๆ  บางทีสามเดือนผัวฝรั่งจะมาที  ไม่รู้ที่นั่นมันมีเมียอยู่ด้วยหรือเปล่า   แต่ช่วงที่ผัวฝรั่งกลับเมืองนอก  เมียฝรั่งที่ดีก็มี  ที่แย่ก็คือ  คบชู้  ติดเหล้า  ติดการพนัน  พอเงินหมดตูด  ก็มาโทรศัพท์ข้ามประเทศอ้อนผัว”

เธอว่าเป็นฉากๆ  ราวกับเธอเองเป็นนักเขียนผู้เฝ้าสังเกตพฤติกรรมชีวิตผู้คน

          ชีวิตช่างเหมือนนิยายน้ำเน่าบัดซบเสียจริง!  ผมคิดในใจ  จนแม้เมื่อฝนหยุดตก  กล่าวขอบคุณลาหญิงสาวคนนั้นกลับแล้ว  ก็ยังไม่ยอมหยุดคิดถึงชีวิตในคำบอกเล่านั้น

จาก “จ็องบานปเด็ยปรัง”  ถึง “จากอุบลถึงโกเบ”  ความคิดของผมวนเวียนอยู่แต่เรื่องเหล่านี้  โฉมหน้าชะตาชีวิตเช่นนี้ของผู้หญิง  คงมีเงื่อนปมที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก  การใช้ชีวิตเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย  หรือเดิมพันทั้งชีวิตเยี่ยงพวกเธอ  มันมีแรงกดดันจากอะไร?

             ปัญหาครอบครัวหรือ?  พ่อแม่ยากจนหรือ? หาผัวไทยไม่ได้หรือ?  ผัวทิ้งหรือ?  ต้องเลี้ยงลูกหรือ?  อยากรวยแข่งคนอื่นหรือ?  หรือว่าเธอเองก็ไม่รู้  แต่ทำไปตามพรหมลิขิต?

พรหมลิขิต  หรือบุพเพสันนิวาส,  คนที่พบรักกระทั่งแต่งงานอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า  โบราณถือว่าเป็นเนื้อคู่  เดิมทีเนื้อคู่ก็อยู่ในบ้านใกล้เรือนเคียง  ต่อมาเริ่มข้ามจังหวัด  ข้ามภาค  แล้วถึงข้ามประเทศ  ข้ามทวีป  หรือถ้าเป็นนิยาย  ก็อาจข้ามภพไปโน่นเลย

แต่มันเป็นเนื้อคู่ชนิดไหนกันหนอ - เมื่อสาวบ้านนาหน้าดำข้ามวัฒนธรรมพบรักชายผิวเผือกจากแดนไกล?  มันเป็นเนื้อคู่ชนิดไหนกันเล่า - เมื่อเมียไทยทิ้งผัวไทยไปเอาผัวฝรั่ง?  มันเป็นเนื้อคู่ชนิดไหนกันแน่ – เมื่อเมียไทยฉายหนังควบทั้งผัวไทยและผัวฝรั่ง?

     “เนื้อคู่กันแล้ว  ก็คงไม่แคล้ว  คงไม่คลาด  เพราะเคยทำบุญร่วมชาติ  ขอยอมเป็นทาสแม่ดวงสุดา  เขาว่าบุพเพสันนิวาส…”

ขอครวญเพลง  ศรคีรี  ศรีประจวบ  สักหน่อย,  ก็ไอ้เรื่องเนื้อคู่  หรือชิ้นสองต่อน  อะไรนี่  มันช่างพิลึกพิลั่นชวนฉงนเสียจริง!

 

๒๐  พฤษภาคม  ๒๕๔๖

บางกอกทูเดย์

โดย ไพวรินทร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net