วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องเล่าคนสึนามิ ๒/๒ (ตอนคนไกลเขาใกล้กันแล้ว)


ความเดิมตอนที่แล้ว..

กว่าจะฆ่าเวลา เวลาก็แทบฆ่าฉัน คนไกลที่ใกล้กัน.. เขาสื่อสารกันด้วยโอเคเนชั่นอีกแล้ว เห็นซันญ่าเข้ามาคอมเม้นต์ที่บล็อก..

แจม ซันญ่าตื่นเช้ารอฝนหาย ไปออกเดิน วิ่ง ไต่บันได ไปคนเดียว พอได้เหงื่อ ก็เดินเลาะ เกาะ แล้วมา ส่งงาน ที่ร้านเน๊ต ใกล้ๆ ที่พักนี่เอง


...............ยังไม่ได้เจอหน้ากันเลย


กดโทรศัพท์หาซันญ่าทันที ที่เห็นข้อความ เธอก็รับสายทันใจ ก็บอกเล่ากันไปหลายคำ ก่อนจะตอบว่ารอเดี๋ยว เดี๋ยวเดินไปหา ไปเดี๋ยวนี้เลย ฉันเดินฝ่าสายฝนที่โปรยปราย พื้นถนนค่อนข้างเฉอะแฉะ เพราะฝนตกเอาตอนใกล้รุ่ง

คราวนี้ได้พบกันจริงๆ เสียที พบซันญ่ากับเพื่อนที่ร้านป้าใจ ร้านกาลิค ๑๙๙๒ ร้านอาหารที่อร่อยสุดยอดอีกแห่งหนึ่งของเกาะพีพี ซันญ่านั่งที่โต๊ะ ตรงข้ามกับเพื่อน ชาวเกาะพีพีของเรา

คนไกลเขาใกล้กันแล้ว เราไม่ได้สวมกอดกันเหมือนที่เห็นในหนัง เมื่อเพื่อนรักมาพบกัน หรือเหมือนในนิยายในฉากน่ารักๆ ซันญ่าจ้องมาตามทางเดินอยู่บ่อยๆ อยู่แล้วเพราะรอแจมอยู่ พอโผล่ไปในสายตาของเธอ เธอยิ้ม ก้มตัว เขม้นมองลอดซุ้มดอกไม้ของร้าน เธอมองออกมา สีน้ำฟ้ามองเข้าไป เราสบตากันแล้วยิ้ม.. ออกจะเขินๆ เหมือนกัน ที่ให้แขกรอตั้งนาน สีน้ำฟ้าทำเนียน เดินเข้าไปนั่งด้วยกับเพื่อนทั้งสองคน

ถามทั้งสองว่าสั่งอะไรไปหรือยัง เขาสั่งกันแล้ว และรออยู่ ให้แจมสั่งบ้าง ก็ว่าการไปหลังจากที่เขาสั่งข้าวคลุกกะปิกัน พนักงานก็มาเสิร์ฟก่อน ในเวลาที่ใกล้กันของเราได้โอวัลตินร้อน กับข้าวต้มกุ้ง ขอเป็นอะไรอุ่นๆ มีความรู้สึกว่าไอเย็นของฝนเมื่อเช้ามืดยังลอยวนอยู่ รับประทานอาหารกันเสร็จแล้ว เพื่อนก็แอบไปเช็คบิล แล้วแวะมาขอตัวไปทำงานต่อ เหลือเราสองสาวเม้าท์กัน ชนิดใครแย่ง ได้พูดก่อนได้เปรียบ เล่าสู่กันฟัง หลากหลายเรื่องราวและอารมณ์

เพื่อน คนที่รับรองซันญ่าก่อนหน้าหายไปเลย ก็เลยบอกซันญ่าว่า แจมมารับไม้ต่อแล้วล่ะ เขาคงส่งไม้ต่อให้แจม ปล่อยเราสองคนได้คุยกันตามสะดวก

เหมือนกับทำหน้าที่กันคนละทอด เมื่อวาน พี่สองคนพาซันญ่าไปนั่งคุยรับประทานอาหารเย็น นั่งเม้าท์กันอย่างเมามันส์ แจมไม่ได้มีส่วนร่วม วันนี้จึงเป็นหน้าที่ของแจมบ้าง ที่จะต้อนรับแขกซุปเปอร์วีไอพีของเรา

จากร้านอาหาร เราตกลงกันว่าจะเดินเล่น เพื่อจะคุยกันไปพลางๆ สิ่งที่ซันญ่าบอกเล่า ก็คือเมื่อเช้ามืดเดินขึ้นจุดชมวิวมาแล้ว แถมยังบอกอีกนะว่าได้เดินตามรอยทางที่แจมถ่ายภาพลงบล็อก แล้วก็เก็บภาพแต่ละมุม ไว้แล้ว สักวันคงได้ลงบล็อกบ้าง

อย่างที่บอก จากร้านอาหาร พาซันญ่าเดินไปเรื่อย คุยไปเรื่อย ในใจหมายไว้ว่าจะไปหาดยาว หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า ลองบีช ถ้าอย่างไรแล้วขากลับเรานั่งเรือกลับ ค่าเรือคนละห้าสิบบาท เส้นทางนี้ปกติที่ร้านเราจะอธิบายทางให้นักท่องเที่ยวเดินกันเป็นประจำ ล่าสุดมีสาวๆ นักท่องเที่ยวที่เป็นลูกค้าที่พักอยู่กับเกสท์เฮ้าส์ของเรา บอกว่าเดินเพียงสี่สิบนาทีเท่านั้น ก็ไม่น่าจะยาก สำหรับผู้หญิงสองคน ที่อยากเป็นนักสำรวจขึ้นมา

หมายใจไว้ตั้งนาน วันนี้คงได้เดินกันจริงๆ เนื่องจากไม่มีเพื่อน ยังจำวันที่เดินขึ้นจุดชมวิวเพียงลำพังวันนั้นได้ หากเรามีใครสักคน เดินไป คุยไป แวะถ่ายรูปมุมเดียวกัน คงมีความสุขใจไม่น้อยทีเดียว

เราเดินมาตามซอยเล็กๆ ทะลุมาถึงถนนสายหลัก ต่อจากท่าเรือ ตรงนี้เรียกว่าเป็นอาณาเขตของชาวเกาะกรุ๊ป ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีเรือวิ่งให้เราโดยสารไปๆ กลับๆ จากภูเก็ตมาที่นี่ หรือกระบี่มาที่นี่นั่นเอง ภาพนี้เก็บจากหน้าร้านอาหารของชาวเกาะ ตกแต่งสวยงามและอิงธรรมชาติไว้เรียกว่า หน้าตาดีทีเดียว

สีน้ำฟ้าอยากถ่ายภาพทะเล ที่มีใบไม้ติดนิดหน่อย

พยายามไล่หามุม แต่ก็ไม่ถูกใจ เวลาไม่คอยท่า เดินต่อกันไปดีกว่า

ผู้หญิงสองคน เดินถือกล้องถ่ายภาพดิจิตอลคนละตัว คุยกันไป ถ่ายภาพกันไป เดินผ่านไปพบใคร ที่คุ้นหน้า สีน้ำฟ้าก็ทักทาย แต่ไม่ได้หยุดคุยเป็นเรื่องเป็นราว เราเดินไปเรื่อยๆ ถึงทางโค้ง สุดทางหาดต้นไทรที่เรียกกันทั่วไปเหมือนกันว่า หาดหน้า เป็นทางขึ้นเนินลืมถ่ายภาพมาให้ชมกัน

เรียกว่าเพิ่งจะเริ่มเดินได้สักสิบนาที เหงื่อเริ่มท่วมตัว หายใจหอบ ขนาดว่าซ้อมเดินมาแล้วนะเนี่ย เพราะแดดสายเริ่มจัดจ้า.. เราหยุดถ่ายภาพภูเขา และทะเล ตรงจุดสูงสุดของเนิน เมื่อก่อนเคยเป็นร้านอาหารของ พีพีดอนชูกิจ ตอนนี้อยู่ในระหว่างปิดปรับปรุง แอบก้าวย่างไปในที่ส่วนบุคคลของเขา ซึ่งตอนนี้มีแต่ช่าง.. ก็จับภาพกันไป คุยกันไป มีแต่น้ำกับฟ้า เสียเป็นส่วนใหญ่

ลองมองย้อนกลับหลังกันหน่อยไหม

มุมนี้ ไม่น่าจะค่อยมีลงในเน็ต

เดินผ่านบังกะโลของพีพีดอนชูกิจ ซันญ่าก็เล่าให้ฟังว่า คราวก่อนที่มาเคยเดินมาเที่ยวถึงตรงนี้ ก็เลยชวนเธอเดินต่อไป มีทางไปสู่มัสยิดและโรงเรียน เราจะไปดูโรงเรียนกัน ไม่ถึงกับเยี่ยมชมอะไรหรอก แค่โผล่หน้าไปดูโรงเรียนบ้านเกาะพีพี ว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไรก็พอ

ภาพจากหาดทาง พีพีดอนชูกิจ

เลี้ยววกกลับมาทาง ฮิปปี้บาร์

ทางซึ่งเดินทะลุไปยังโรงเรียนได้

ปกติถ้าน้ำลง เดินเลียบหาดได้

แต่วันนี้น้ำขึ้นสูง เดินไปดีกว่าว่ายน้ำ

นี่เป็นภาพจากบังกะโลแห่งหนึ่ง จำชื่อไม่ได้แล้ว

ฟ้าหลังฝนชุ่มฉ่ำดีมากเลย

เห็นภูเขาชุ่มน้ำ แล้วชื่นใจ

ซันญ่า เรียกให้มาถ่ายภาพมุมนี้ไว้

บอกต้นไม้นี้สวยมาก

แอบสังเกต เธอชอบถ่ายภาพแบบงัดขึ้นสูงจังแฮะ

ลองมั่ง แฮ่..

ผู้หญิงกับดอกไม้

คู่กันอยู่แล้ว

ว่าไหม ?

ส่องกล้องไปทางริมเล

มุมนี้ก็ไม่เลวนัก

ถ่ายรูปกันไป คุยกันไป กระหนุงกระหนิง เรารึก็ซื๊อ ซื่อ เน๊าะ บอกว่า สีน้ำฟ้าอยู่ที่นี่ ปีนี้ปีที่เจ็ด.. ยังไม่เคยเดินมาถึงโรงเรียนมาก่อน มันคนละทิศกับที่อยู่เลยไง

ถึงแล้วหน้าโรงเรียน มีจักรยานจอดอยู่สองคัน กะจะย้ายก่อนถ่ายภาพ คิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่า ให้ธรรมชาติ มันดำเนินของมันไปอย่างนั้นแหละดีแล้ว ว่าไหม?


โปรดติดตามตอนต่อไป

สีน้ำฟ้า


ปล. เรื่องยาวหน่อยนะ..แต่การได้พบ "เพื่อน" คนหนึ่ง อยากจะบันทึกทุกความทรงจำเพื่อเธอ

โดย สีน้ำฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net