วันที่ ศุกร์ มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ต่างกันลิบๆเหมือนกันลับๆ


ต่างกันลิบๆ  เหมือนกันลับๆ

                      

                                     เมื่อฉันโทรบอกพี่จำปีว่าไม่ต้องรอ    ให้ไปสนามบินได้เลย     พี่ก็อ้ำๆอึ้งๆ    อยากให้ฉันไปถึงก่อนเพราะไม่อยากทิ้งให้ย่าผ่อง ( คุณแม่สามี )  อยู่กับเด็กทำงานบ้านที่เพิ่งมาอยู่ใหม่     ฉันรู้ดีว่าพี่เขยไม่ไว้วางใจให้คนแปลกหน้าดูแลแม่เขาตามลำพังแม้แต่วินาทีเดียว

                                       ความจริงบ้านพี่เขยอยู่เกือบสุดซอยที่ถัดไปประมาณสองป้ายรถเมล์    ปรกติเวลามาหาพี่จำปี  ฉันก็ใช้วิธีเดินเรื่อยๆจากสถานีรถไฟฟ้า    เป็นการออกกำลังกายและประหยัดเงินหลายบาท    แต่วันนี้จำเป็นจะต้องพึ่งบริการรถแท็กซี่       ฉันเกาะรถมอเตอร์ไซด์ไม่เป็น       ไม่ได้ดัดจริต   แต่ฉันกลัวเสียงบื้นๆจริงๆนะ      

                                    พอลงจากรถก็เห็นย่าผ่อง    พี่เขย  พี่สาว  และเด็กสาวคนหนึ่ง    ต่างยืนเหมือนรอบุคคลสำคัญ        พี่เขยยิ้มสุดเท่ห์บอกว่า   “  ขอบคุณมากนะครับ  “  แล้วก็รีบมุดเข้าไปในรถแท็กซี่ที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว    พี่จำปีโบกมือคล้ายกำลังจะไปประกวดนางสาวจักรวาล     “  ฝากด้วยนะ  แล้วจะโทร  “

                                   ฉันถอนใจยาว    จราจรที่ติดขัด    เวลาที่จำกัด     ทำให้ชีวิตช่างเร่งรีบเสียเหลือเกิน     พี่เขยคงเผื่อเวลาไว้แล้วไม่น่าจะมีการตกเครื่องให้บาดเจ็บ            ย่าผ่องมองฉันตั้งแต่ผมกระเซิงที่นิ่มกว่าใยมะพร้าวหน่อยเดียว      จนจรดรองเท้าแตะแบบส้นป้าน   แล้วทักเจริญพรเจริญหู

                                   “  คราวหลังตื่นเช้าหน่อยนะ ”  

                              “  ตื่นเช้าอยู่แล้วค่ะ   แต่เหาะผ่านรถที่ติดเป็นแพไม่ได้ค่ะ ”ฉันแก้ตัวไปอย่างนั้นเอง

                                  “  เธอนี่ต่างกับพี่สาวลิบลับเลยนะ ”

                                   “ ต่างกันลิบๆ   เหมือนกันลับๆค่ะ  ”

                                   “  พี่สาวเธอเรียบร้อย    น่ารัก  พูดจามีสัมมาคารวะ  “                                 

                                “  ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ ”

                                     “  เธอเทียบไม่ได้    พี่น้องไม่เห็นเหมือนกันเลย  ”

                                       “อ้าวเหมือนกันลับๆแล้วท่านจะเห็นได้ยังไงละค่ะ”

                                      ฉันแอบอมยิ้มเมื่อท่านส่งค้อนวงใหญ่จูงมือเด็กสาวเข้าบ้าน    พอนึกได้    ก็ว่า     “  ยายแต่ว   เดินเองซิยะ   ทำไมต้องให้ฉันจูงด้วย  “

                                      เด็กหันมาส่งสายตาที่มีง.หลายตัว    ฉันรีบเข้าไปจับมือเธอ    อย่างน้อยก็ให้ความเป็นมิตรแรกพบ   “   หนูชื่อแต่วหรือคะ ?  ชื่อแปลกดี  “

                                     “   เขาชื่อแต๋วยะ   แต่ชั้นจะเรียกแต่ว  “

                                     ฉันทำเป็นไม่ได้ยิน    รู้ดีว่าท่านเตรียมจารนัยโดยมิพักต้องถาม

                                    “เธอจำได้ไหม   กี่คนแล้วที่บริษัทส่งมาอยู่บ้านนี้    ชื่อแต๋วหมดเลย   ฉันเบื่อ   เดี๋ยวไม่ทันไรก็ลาออกอีก     คนชื่อแต๋วกับฉันอยู่ด้วยกันไม่ยืด”

                                    “เขาหัวหดนะซิ  “     ฉันตั้งใจพูดกับสายลมเอื่อยๆยามเช้า   

                                    ฉันจำได้ว่า    นับแต่พี่จำปีกับพี่เขยคบกัน    พี่เขาเข้าออกสำนักจัดหางานเพื่อหาคนทำงานบ้านมาช่วยย่าผ่องนับสิบ   จนสำนักงานละแวกนั้นส่ายหน้า    “  บ่มีดอก  ค่าจ้างถูกๆ   กับคนหน้าตาดี  ขาวๆ  สะอาด  แล้วก็ทำเป็นทุกอย่าง    คุณผู้หญิงทำเองดีกว่านะ    อย่าเดินหาให้เมื่อยตูดเลย    “   

                                    น้ำตาพี่จำปีหยดลงหลายแหมะ    ฉันแนะให้พี่จำปีพายายผ่องไปด้วย   ให้คุยกับนายหน้าเองจะได้ซึ้งถึงใจ    พี่จำปีไม่กล้า   ฉันบอกว่าจะไม่ยอมไปเป็นเพื่อนหาคนให้อีก   อภิโถ  ก็แค่ขู่    แต่ไหนแต่ไรไม่เคยใจแข็งกับเสียงหวานออดอ้อนของพี่เขาได้สักครั้ง    เดชะบุญที่พี่จำปีมีนิสัยต่างกับฉันลิบๆชนิดมองไม่เห็นไรฝุ่น     ก็เลยมีโอกาสได้เป็นสะใภ้ย่าผ่อง

โธ่..ผู้หญิงที่เอาใจว่าที่แม่สามีขนาดนั้น     ว่าที่จริงก็เพื่อพี่เขยนะ     ขนาดเพื่อนๆฉันรำพันว่า     ผู้ชาย  ดี  กรี 95%ไม่ต้องถึง 100  อย่งนี้    แหวกว่ายมหาสมุทรทั้งห้ายังหาไม่ค่อยจะเจอเลย

                                   

                                   ปัจจุบันพี่เขยติดต่อบริษัทที่เป็นมืออาชีพ     ส่งคนมาถึงบ้าน   ถ้าย่าผ่องไม่ถูกใจเขาหรือเขาไม่ถูกใจท่านก็สามารถเปลี่ยนคนใหม่ได้ในทันที    สำหรับแต่วมาอยู่ได้สามวันแล้ว    เนื่องด้วยพี่จำปีกับพี่เขยจะไปติดต่อธุรกิจและเยี่ยมลูกชายทั้งสองที่เรียนหนังสืออยู่ที่ออสเตรเลีย   ย่าผ่องไม่ถูกโฉลกกับแมลงปอยักษ์    และจะไม่ขึ้นที่สูงกว่าความสูงของตัวท่านเด็ดขาด     จึงเป็นที่มาของการขอร้องให้ช่วยหาใครสักคนที่ไว้ใจได้มาอยู่เป็นเพื่อน     แต่สามอาทิตย์ยาวนานเกินกว่าใครจะสละเวลาได้     ต่างคนต่างทำงานมีภาระกันทั้งนั้น   ไม่มีใครที่ว่าจะเต็มใจพักร้อนยาวเพื่ออยู่กับผู้เฒ่าและเด็กฝึกหัด

                                   เพื่อครอบครัวพี่จำปีฉันตกปากรับคำและพร้อมจะเตรียมโต้วาทีกับย่าผ่อง  ..แผ้วอำไพพรรณ    ซึ่งเทศนาฉันต่อหน้าเสมอ     หาว่าฉันนิสัยแย่  ชอบยั่ว   ชอบยวน  ตอนนี้อายุอานามก็เข้าเขตมะพร้าวทึนทึก    ยังจะเล่นเป็นเด็ก   แต่พอลับหลังฉันได้ยินกับหู   ย่าผ่องว่ายายขนมเข่งเขาตรงไปตรงมาดี     ดูจริงใจ      คุยด้วยสนุกและ  มีความสุขกว่าดูนางมารร้ายในละคร     ฉันไม่ค่อยมีเวลาดูละคร    จึงทบทวนตีลังกาถอดความหลายตลบ    ยังสรุปนัยยะมิได้    ว่างๆจะส่งให้ผู้สันทัดกรณีช่วยถอดรหัสที่ซ่อนเร้นอีกที.............. (  ก็เพื่อนกลุ่มหมู่บ้านคานทองนิเวศน์   20  นั่นแหละ    เราเพิ่งตกลงต่อท้ายตัวเลขเพราะเหตุผลสำคัญสองข้อ   คือ คงไม่มีหมู่บ้านใดที่สร้างเป็นโครงการแบบเดียวกันที่มากมายขนาดนี้   อีกอย่าง  เราอยากกลับไปสู่วัยประมาณนั้น )

โดย YEEKENG

 

กลับไปที่ www.oknation.net