วันที่ เสาร์ ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นางฟ้าฮานอย


ทริปการเดินทางไปประชุมที่ฮานอย เวียดนามครั้งนี้ ไปได้สวยราบรื่น แถมมีเรื่องตื่นเต้นก่อนจบเหมือนหนังที่ต้องมีอุปสรรคเล็กน้อยกระตุ้นหัวใจ จะได้จำกันไม่ลืม

หลังจากทั้งประชุม และดอดออกไปซิตี้ทัวร์ฮานอย 1วัน ให้ได้ชื่อว่ามาถึงฮานอยจริงๆ ก็ได้เวลากลับตามไฟลท์ที่ขอแปลี่ยนเป็นไฟลท์ค่ำ

ถึงสนามบินฮานอยประมาณ1ทุ่ม ช้ากว่าที่คิดเล็กน้อยเพราะมีอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์นอนแน่นิ่ง (แต่คนไม่รู้วิ่งไปไหน) กลางถนนระหว่างทาง มีตำรวจหนึ่งนายยืนกำกับ แต่คงไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ถ้าจะยืนมองรถติดโดยไม่คิดขยับสิ่งกีดขวางถนนแบบนั้น คนขับท่าทีสุภาพมาตลอดทางเริ่มแสดงอาการหงุดหงิด ทำเสียงจี๊ดจ๊ะ  เราเลยต้องคอยบอกว่า  “All right” , “It’s fine” , “No rush” , “I still got time. It’s OK” พูดวนไปๆมาๆให้อาเฮียแกเย็นๆ ไม่งั้นเขาอาจจะไปส่งเราไม่ถึงอีกคน 

ไฟลท์เรียกขึ้นเครื่องประมาณ 2ทุ่มครึ่ง มีเวลาเดินวนๆรอบสนามบินที่มีขนาดประมาณ 1ใน3 ของสนามบินเชียงใหม่ เดินเลือกชื้อขนมของฝากให้คนที่กรุงเทพ แล้วก็แวะดูร้านอีก2ร้าน ของเริ่มเต็มสองมือ และสองบ่า

 2ทุ่มแล้วเข้าห้องน้ำก่อนขึ้นเครื่องดีกว่า   ปลอดโปร่งโล่งจริงๆ เดินปร๋อออกจากห้องน้ำมานั่งรอในส่วนของผู้โดยสารหน้าประตูทางออกเครื่อง มองซ้าย..แล้วก็ มองขวา... แล้วก็เริ่มหันกลับมาสำรวจตัวเอง ทำไมแค่เข้าห้องน้ำแล้วรู้สึกโล่งอย่างนี้นะ......

มือซ้ายกำถุงช็อกโกแลต มือขวากำถุง Martell XO ไหล่ฃวาคล้องกระเป๋าสตางค์ ไหล่ซ้าย ...ไหล่ซ้ายของชั้น มันว่าง ......ตายแล้ว พระเจ้าช่วยกล้วยทอด.....กระเป๋าใส่คอมพิวเตอร์... คอมพิวเตอร์บริษัทที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูล สมองคิดทันที ชั้นเห็นมันครั้งสุดท้าย ก็ตอนที่เปิด แบหราให้เจ้าหน้าที่ตรวจดินข้ามาในสนามบิน เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่นี่  แต่ที่ไหน ยังนึกไม่ออก   ชั้นรีบเดินตรงร้านขายขนมร้านแรกที่แวะซื้อของและใช้เวลาเลือกอยู่นานที่สุด เขาบอกว่าไม่เห็น  ช่วงนั้นเองชั้นจำได้ว่า ตอนเข้าห้องน้ำชั้นแขวนไว้ที่ขอตรงประตู แต่ตอนออก ดันลืมหยิบซะงั้น

ชั้นพุ่งตรงไปที่ห้องน้ำทันที มัน10นาทีผ่านมาแล้ว ต้องมีคนพบแล้วแน่นอน แต่เขาจะคืนหรือเอามันไปเนี่ยะซิสำคัญ ระหว่างวิ่งไปที่ห้องน้ำ ผ่านเจ้าหน้าที่สนามบิน ก็เลยแจ้งเขาว่าฉันทำของหายในห้องน้ำ มีใครแจ้งพบของหรือป่าว  หรือชั้นควรแจ้งใคร จนท ทำหน้าเหมือนเพิ่งตื่นนอน ตอบอะไรไม่ได้ เออะๆอะๆ ชั้นไม่เสียเวลาวิ่งตรงเข้าห้องน้ำ แต่ห้องที่ชั้นเข้าเมื่อครู่มีคนใช้อยู่  ชั้นหันไปถามเมดทำความสะอาดที่เดินอยู่แถวนั้น เธอมองหน้าชั้นนิ่งๆ แล้วก็ยิ้มน้อยๆ พร้อมกับส่ายหัว เป็นอาการที่คาดเดาไม่ออกว่าไม่เข้าใจที่เราพูด หรือ มันคือคำตอบว่าไม่เห็น ชั้นพยายามอธิบายแต่ก็ไร้ผล เธอยังคงอาการเดิม ส่ายหัว ส่งสายตายิ้มๆผ่านผ้าคาดปิดปากและจมูก ชั้นไม่สามารถค้นได้ทุกห้องเพราะมีคนเดินเข้าออกตลอด แต่ในที่สุดชั้นได้ค้นห้องที่เพิ่งเข้า ก็พบความว่างเปล่ากับกลิ่นเหม็นฉี่ที่รุนแรงขี้นกว่าเดิม

ชั้นพยายามแจ้งจนทสนามบินคนอื่นๆให้ช่วยประกาศของหาย เพราะอาจมีผู้โดยสารพบแล้วคืนให้กับจนทแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าจนทเก็บไว้เองหรือป่าว น่าแปลกมากที่เขาไม่มีศูนย์ประสานงานLoss and Found หรือ จนทที่ให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารทั่วๆไป 

ชั่นวิ่งเข้าๆออกๆห้องน้ำสลับกับวิ่งหาจนทในสนามบิน ประมาณ 3-4 คน ต้องเรียกว่าทุกคนHopeless มีแต่ท่าทีว่าฟังแล้วก็ยิ้มๆ เหมือนธุระไม่ใช่  ไม่มีคำแนะนำว่าจะไปติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน  ชั้นอยากค้นเมดที่เฝ้าห้องน้ำมากๆ เพราะทุกครั้งที่เข้าไปห้องน้ำ จะเห็นเธอป้วนเปี้ยนอยู่ เธอต้องรู้เห็นมันแน่ๆ

2ทุ่มครึ่งประกาศเรียกขึ้นเครื่องดังแล้ว ชั้นวิ่งไปที่ห้องน้ำอีกครั้ง เป็นครั้งที่4 หลังจากถูกปฎิเสธจากเมดคนเดิมมา 3ครั้งแล้ว วิ่งมาที่ห้องน้ำครั้งนี้ชั้นเห็นเมดอีกคนหน้าเด็กๆ เดินเข็นรถขยะ คงรับหน้าที่ดูแลเก็บขยะรอบๆสนามบิน เข็นรถผ่านห้องน้ำ ชั้นวิ่งไปเรียกเธอและพยายามอธิบายและขอร้องให้เธอช่วย สีหน้าเธอพอจับความชั้นได้ ก็แสดงอาการตกใจเล็กน้อย แล้วเมดเฝ้าห้องน้ำก็เดินมาประกบเธอทันที ทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วก็มีอาการเดิมคือ ยิ้มน้อยๆและส่ายหัวพร้อมกันว่าไม่เห็น

ชั้นเดินคอตก คิดต่อว่าพรุ่งนี้ชั้นจะต้องรีบหาคอมตัวใหม่ให้เร็วที่สุด และก็นึกถึงข้อมูลเก่าๆว่าจะไปหาได้จากที่ไหนบ้าง .. ถ้ามันเป็นทรัพย์สินส่วนตัวก็จะไม่ซีเรียสขนาดนี้

ก้าวเท้าออกมาได้ซัก3-4 ก้าว เมดเด็กหน้าใสก็มาสะกิดแขนแล้วจูงมือชั้นให้เดินตามเธอเข้าไปในห้องน้ำ  เวลานั้นชั้นไม่สนอะไรอีกแล้ว เธอพาไปไหนชั้นยิ่งกว่าเต็มใจซะอีก

เธอพาเดินลึกเข้าไปในห้องน้ำฝั่งตรงข้ามกับห้องที่ชั้นเข้าแต่เดินลึกเข้าไปอีก 2-3ห้อง ซึ่งทุกครั้งที่เข้าไปค้น ห้องนี้จะถูกปิดใช้อยู่

เธอผลักประตูและชี้ให้ดูว่า ใช่หรือป่าว พระเจ้าช่วยกล้วยทอด มันถูกเก็บอยู่ในห้องนี้ เอง เปิดดูภายใน คอมพิวเตอร์ยังอยู่ มีร่องรอยว่าถูกเปิด ขยับปรับเปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อย

ชั้นเห็นดวงตาเธอเป็นประกายสุกใสอย่างชัดเจน เมื่อเห็นชั้นดีใจ โล่งใจ ยิ้มออกมาได้  ชั้นเชื่อว่าช่วงเวลานั้น เราสองคน เป็นคนที่มีความสุขที่สุดในสนามบินฮานอย หลังจากนั้นเธอแสดงอาการว่าให้รีบเอาไปและไม่ต้องถามหรือบอกอะไรกับใครทั้งนั้น 

ชั้นดีใจมากและได้แต่บอกขอบคุณไม่รู้กี่ครั้งกับเด็กสาวหรือเธอจะเป็นนางฟ้าในคืนนั้นที่พระเจ้าส่งมาช่วยชั้น เพื่อตอบแทนที่ชั้นท่องอิติปิโสมาตลอดทางที่รถติด และชั้นจบ บทอิติปิโส ก่อนลงรถด้วยคำอธิษฐาน ซึ่งก็คือ ชั้นขอว่าจะได้พบแต่ผู้คนที่เป็นมิตร มีแต่คนดีๆอยู่รอบตัว  

ก่อนเครื่องบินลำสุดท้ายของวันนั้นจะทะยานออกจากสนามบินฮานอย ชั้นก็ได้พบอีกสิ่งประทับใจที่ฮานอย....นางฟ้าฮานอยไม่ได้ใส่กระโปรงบานเป็นกระดิ่ง เธอไม่มีปีก ไม่มีคธาในมือ แต่เธอเดินเข็นรถขยะอยู่รอบๆสนามบิน ในชุดฟอร์มสามัญ แต่เธอผู้นี้มีดวงตาที่เป็นประกายสุกใสกว่าใครๆ

 

 

 

 

 

 

 

โดย Jintanato

 

กลับไปที่ www.oknation.net