วันที่ อาทิตย์ ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

น้ำใจในสังคม


                                        น้ำใจในสังคม

                คุณเชื่อหรือไม่คะว่า เพียงแค่น้ำใจเล็กๆที่เราหยิบยื่นให้กับใครสักคนหนึ่ง แต่ผลตอบแทนที่

ได้รับกลับมามันช่างคุ้มค่าเสียยิ่งกว่าสิ่งใดๆ

                เรื่องที่ฉันจะเล่าต่อไปนี้มันเกิดขึ้นกับตัวของฉันเอง และฉันก็มีความสุขกับสิ่งที่ฉันทำมากๆ ค่ะ

เรื่องมีอยู่ว่า

                วันหนึ่งที่เพิ่งผ่านมาไม่นานนัก  ฉันไปหาเพื่อนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเพื่อไปเอาเสื้อผ้าที่เพื่อนไม่ใส่แล้ว เพื่อนคนนี้จะแบ่งปันทุกอย่างให้ฉันอยู่เสมอ เราคบกันมานานประมาณเกือบจะสิบปีแล้วค่ะ

                โดยปกติในการเดินทางของฉัน ฉันจะอาศัยคนรอบข้างในการที่ให้เขาพาเข้ามารอเพื่อนที่ seven ตรงหน้าโรงพยาบาลราชวิถี  ฉันขอความช่วยเหลือผู้คนอยู่เสมอๆ ก็ตาบอดนี่คะ กลัวรถประจำทางก็กลัว แต่ความอยากเจอเพื่อนมันมีมากกว่า เพราะฉะนั้นก็ไม่มีอะไรหยุดความต้องการในการเดินทางของฉันได้ อิๆๆ  กลับมาเล่าต่อค่ะ  หลังจากที่ฉันเจอเพื่อนและพูดคุยกันจนเสร็จธุระเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณเพื่อนต้องส่งฉันขึ้นรถเพื่อกลับศาลายา  ในขณะที่อยู่บนรถประจำทางนั้น  มีผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา

บนรถและนั่งเบาะด้านหลังเบาะที่ฉันนั่ง เธอนั่งลง และถามกระเป๋ารถว่า ต้องการจะไปสำนักพิมพ์อัมรินทร์จะต้องไปลงตรงไหน กระเป๋ารถตอบเธอด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดีเท่าไรนัก  ดังนั้นเธอจึงถามน้องที่นั่งข้างๆเพื่อเป็นการย้ำว่า ต้องไปลงตรงไหน ท่าทางของเธอกังวลมากเนื่องจากเธอไม่เคยมาในเส้นทางนี้

จิตอารีของน้องผู้หญิงคนนี้ก็ได้ช่วยเธอดูแผนที่หรืออะไรฉันก็ไม่ทราบ  ฉันนั่งสังเกตพฤติกรรมของเธอมาตลอดเผื่อว่าฉันจะช่วยอะไรเธอได้  เส้นแบ่งระหว่างความเห็นแก่ตัวและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มันบางเสียยิ่งกว่าเส้นผมอีกคะ  และแล้วจิตสำนึกแห่งความเห็นแก่ตัวของฉันก็พ่ายแพ้ไป  ฉันหันหลังไปถามคุณผู้หญิงคนนั้นด้วยท่าทางอันเป็นมิตรว่า

                “หนูช่วยโทรถาม 184 ให้ดีไหมคะว่าจะไปลงตรงไหนดี”

                ผู้หญิงคนนั้นไม่รับความช่วยเหลือจากฉันเพราะว่ามันใกล้จุดที่เธอจะต้องลงจากรถแล้ว 

และแล้วเธอก็ลงจากรถไป

                ฉันยังคงโดยสารรถคันเดิมมาจนถึงศาลายา  ทุกครั้งฉันสามารถเดินลงจากรถแล้วไปขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อกลับที่พักของฉันเองได้ เนื่องจากถนนเส้นนี้รถไม่พลุกพล่านเหมือนที่อนุสาวรีย์  แต่สิ่งที่แปลกไปสำหรับฉันในวันนี้ก็คือ  ฉันได้รับความช่วยเหลือจากน้องๆซึ่งเป็นเพื่อนกับน้องผู้หญิงคนที่ฉันเอ่ยถึงเมื่อสักครู่นี้ในการไปส่งขึ้นรถเพื่อกลับที่พัก  และสิ่งหนึ่งซึ่งฉันสำผัสได้จากการช่วยเหลือของน้องๆกลุ่มนี้นั่นคือ เขาช่วยเหลือด้วยความเต็มใจจริงๆ ซึ่งนั่นอาจเป็นเพราะว่าน้องๆคงดูพฤติกรรมของฉันมาตลอดทางแล้วก็อาจเป็นได้  ขอบคุณมากๆนะคะที่ยังเป็นห่วงผู้ด้อยโอกาส

                แต่ไม่ว่าคุณผู้อ่านทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านในเว็บบล็อกแห่งนี้จะคิดอย่างไรก็ตามในการช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสในสังคม แต่สำหรับฉัน (ความคิดเห็นส่วนตัวค่ะ) ในฐานะที่เป็นคนพิการคนหนึ่งและสามารถทำประโยชน์เล็กๆน้อยๆให้กับสังคมได้บ้าง ฉันรู้สึกตื้นตันและอยากจะขอบพระคุณทุกๆท่านที่ยังมีจิตอันเป็นเมตตากับผู้ที่ด้อยโอกาสกว่า  เพราะเราทุกคนต่างต้องพึ่งพาอาศัยกันในสังคม

อันสวยงามนี้อยู่  หากไม่มีพวกท่านแล้วคนพิการก็คงไม่กล้าที่จะเดินกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างมีสง่าและภาคภูมิใจแน่นอนค่ะ

                หากเราต้องการอะไรจากสังคม  เราก็ควรยื่นสิ่งนั้นให้กับสังคมก่อนแล้วเราจะได้รับผลตอบแทนที่เกินคาด  และฉันก็เชื่อเสมอว่า คำพูดนี้ยังใช้ได้ในสังคมตราบเท่าที่คนไทยยังอยู่กันแบบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งค่ะ

โดย พูพู

 

กลับไปที่ www.oknation.net