วันที่ อังคาร ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

จดหมายเปิดผนึกจากชนชาวไทยถึงชนชาวกัมพูชา (27 ต.ค. 52)


ส่งผ่านเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทย


เรื่อง ขอประณามพฤติการณ์อันไม่เหมาะสมของสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน

สืบเนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชามีแนวโน้มเสื่อมถอยลงอย่างต่อเนื่อง จากนโยบายและการกระทำของนักการเมืองที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนทั้ง 2 ประเทศ

ชนชาวไทยผู้ไม่สยบยอมต่อความอยุติธรรม ขอยืนยันข้อเท็จจริงและข้อเรียกร้องต่อเสรีชนชาวกัมพูชาผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ดังนี้

๑. เราขอยืนยันว่าพื้นที่บริเวณเขาพระวิหารทั้งหมด เป็นดินแดนในอธิปไตยของไทยล้านเปอร์เซ็นต์ตามหลักสันปันน้ำ และสาระสำคัญในสนธิสัญญา (สยาม-ฝรั่งเศส) ค.ศ. ๑๙๐๔ และ ค.ศ. ๑๙๐๗ ถึงแม้ว่าไทยจะแพ้คดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ในปี ค.ศ. ๑๙๖๒ แต่ศาลก็ไม่อาจลบล้างความจริงดังกล่าว เป็นเพียงแต่ได้พิพากษาอย่างอัปลักษณ์ว่า “ปราสาทพระวิหารอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชา” โดยใช้หลักกฎหมาย “ปิดปาก”  (ด็อกตรีน ออฟ เอสตอเปล) มาอ้างว่าไทยไม่ได้โต้แย้งแผนที่ของฝรั่งเศส (ฉบับ ค.ศ. ๑๙๐๘) ที่เขียนเส้นเขตแดนไม่ถูกต้อง ตุลาการเสียงข้างมากจึงเห็นว่าปราสาทพระวิหารควรเป็นของกัมพูชา แต่ก็ไม่ได้ให้การรับรองแผนที่ของฝรั่งเศสดังกล่าว หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทุกประเทศจึงต่างปฏิเสธการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาลโลก เพราะเห็นถึงความบัดซบดังกล่าว

๒. เราขอยืนยันว่าความพยายามในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของรัฐบาลกัมพูชาไม่มีทางสำเร็จอย่างแน่นอน หากไทยไม่ยินยอมยกพื้นที่กันชน (Buffer Zone) และพื้นที่พัฒนา (Development Zone) ให้เป็นส่วนควบของมรดกโลก ที่ผ่านมารัฐบาล “หุ่นเชิด-ขายชาติ” ของไทย ออกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา (Joint Communiqué) เพื่อยืนยันการสนับสนุนดังกล่าว จึงเกิดการต่อต้านคัดค้านอย่างหนัก ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญของไทยจะวินิจฉัยว่าแถลงการณ์ร่วมฯ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ผู้บริหารองค์การยูเนสโกบางคนที่กำกับดูแลคณะกรรมการมรดกโลก และมีผลประโยชน์ทับซ้อนทางธุรกิจการค้าวัตถุโบราณในกัมพูชา ได้ผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกอย่างฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ โดยให้กัมพูชาส่งหลักฐานแสดง Buffer Zone และแผนบริหารจัดการ Development Zone ภายหลัง คือ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๑๐ ซึ่งคงจะเป็นไปได้ยาก เพราะคนไทยได้ตื่นตัวต่อต้านอย่างเข้มแข็ง และกำลังตรวจสอบเปิดโปงความฉ้อฉลและพฤติการณ์สกปรกของ ผู้บริหารองค์การยูเนสโกดังกล่าว 

๓. เราขอยืนยันว่าปัญหาความตึงเครียดในพื้นที่บริเวณเขาพระวิหารที่ผ่านมา เกิดจากการบุกรุกเข้ามาอยู่อาศัยของชาวกัมพูชา โดยการรู้เห็นเป็นใจของทหารไทยส่วนหนึ่งที่หาประโยชน์โดยมิชอบ ก่อนที่ทหารกัมพูชาจะบุกรุกเข้ามาสร้างชุมชนและสำนักสงฆ์ในดินแดนไทย ในบริเวณที่นักการเมืองไทยส่วนหนึ่งพยายามบิดเบือนว่าเป็น “พื้นที่ทับซ้อน” ขณะที่ผู้นำกัมพูชา (สมเด็จฯ ฮุน เซน) กลับบิดเบือนยิ่งขึ้นอย่างไม่ละอายใจว่า “เป็นดินแดนกัมพูชา”  และประกาศให้ยิงคนไทยทุกคนที่บุกเข้าไปในบริเวณนั้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นผู้นำกัมพูชาไม่เคยกล้าแม้แต่จะคิดว่า “บริเวณนั้นไม่ใช่ดินแดนไทย”  โดยเงื่อนปมที่ซ่อนอยู่ก็คือ นักการเมืองไทยทั้งอดีตและปัจจุบันส่วนหนึ่งมีเจตนา “ขายชาติ-ขายแผ่นดิน” โดยมุ่งยกแผ่นดินเขาพระวิหารให้แก่กัมพูชา เพื่อแลกกับข้อตกลงในการแสวงประโยชน์ร่วมกันจากทรัพยากรพลังงานอันมหาศาลในอ่าวไทย โดยต่างคำนึงถึงประโยชน์ของตนและพวกพ้องมากกว่าประเทศชาติและประชาชน

๔.  เราขอประณามท่าทีการแสดงออกและนโยบายของผู้นำกัมพูชา ที่ได้พยายามปกป้องเชิดชู “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตผู้นำของไทยที่หนีการจับกุมตามคำพิพากษา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งพิจารณาคดีภายใต้พระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนั้น การวิพากษ์วิจารณ์ว่านักโทษหนีคุกอย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเป็นการก้าวล่วงอำนาจศาลไทย และเป็นการก้าวก่ายกิจการภายในเพื่อนบ้านอย่างน่ารังเกียจ ที่ร้ายกว่านั้นก็คือการที่ผู้นำกัมพูชาประกาศยินดีต้อนรับและพร้อมจะให้ที่พำนักแก่ “ทักษิณ ชินวัตร” ในฐานะ “มิตรชั่ว…นิรันดร์” และจะไม่ยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน โดยอ้างว่า  “ทักษิณ ชินวัตร เป็นเหยื่อทางการเมือง” แถมนำไปเปรียบเทียบกับวีรกรรมของ “อองซาน ซูจี”  อย่างไม่รู้ว่าแกล้งโง่หรือโง่จริงๆ เพราะเป็นเรื่องที่เทียบเคียงกันไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ระหว่างนักสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ยอมสูญเสียอิสรภาพเพื่อรอคอยสัจธรรม กับนักโทษหนีคุกในคดีใช้อำนาจโดยมิชอบในการซื้อขายที่ดิน และยังมีคดีคอร์รัปชันอีกนับ สิบคดีรอการพิจารณา

๕. เราขอเรียกร้องให้เสรีชนชาวกัมพูชาผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย แสดงความกล้าหาญทางจริยธรรมในการคัดค้านการกระทำใดๆ อันมิชอบด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ และการไร้ซึ่งธรรมปฏิบัติของผู้นำกัมพูชา ทั้งต่อกรณีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก กรณีปัญหาข้อพิพาทในบริเวณเขาพระวิหาร และนโยบายการให้แหล่งพักพิงแก่นักโทษหนีคุกอย่าง “ทักษิณ ชินวัตร”  ผู้เปี่ยมด้วยความละโมบ ความอกตัญญู และมุ่งเข้าไปสร้างฐานอำนาจเพื่อสูบเลือดเนื้อชาวกัมพูชา  เฉกเช่นที่คนไทยได้เผชิญกับความชั่วร้ายของ “ระบอบทักษิณ” มาแล้ว

ความสามัคคีของมนุษยชาติ คือภราดรภาพของมนุษยชน
     ชนชาวไทยผู้ไม่สยบยอมต่อความอยุติธรรม
 
     (๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒)

โดย indexthai

 

กลับไปที่ www.oknation.net