วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บ้าน...จากรถไฟฟ้าไปสู่ชายแดนพม่า 01



ผมยืนเก้ๆกังอยู่หน้าโรงหนัง รอเวลาเข้าชมหนังที่กำลังดังทั่วบ้านทั่วเมือง เนื่องด้วยดันไปรับคำท้าของรุ่นน้องที่สำนักงานว่าผมไม่กล้าไปดูหนังเรื่องนี้  ด้วยเหตุผลสองสามข้อคือ  หนึ่งมันเป็นหนังรักของคนอายุประมาณสามสิบ (ซึ่งอายุผมเกินไปเล็กน้อย จริงๆก็ไม่น้อยหรอกหยวนๆไปก็แล้วกัน)   ข้อสองผมเป็นเต่าเพราะเขาไปดูกันมาหมดแล้วทั้งสำนักงาน   ข้อสามผมป๊อด  จากการโดนสบประมาทอย่างแรงทำให้ผมรับคำท้าและให้รุ่นน้องโทรมาจองตั๋วล่วงหน้าเพื่อป้องกันผมกลับคำ และวันเปิดงานต้องเอาตั๋วไปยืนยันกับมันเพื่อแลกข้าวเที่ยงหนึ่ีงมื้อ

ผมเองมีประสพการณ์อันเลวร้ายกับการดูหนังที่นี่มาแล้วครั้งล่าสุด  จำได้ว่ามาดูเรื่องหุ่นยนต์ตีกันภาคสองตอนใกล้หนังจะลาโรง ซึ่งตรงกับเทศการไข้หวัดใหญ่สองพันเก้าพอดี บรรยากาศคราวนั้นจะพบเห็นผู้คนสวมใส่หน้ากากอนามัยกันอย่างสวยงาม  และผมก็ไม่ได้ใส่


จริงๆแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่ได้ซื้อข้าวโพดคั่วกับน้ำอัดลมมานั่งดูหนังที่ชอบตามลำพัง  และผมก็เลือกที่นั่งที่ห่างๆผู้คนนิดนึง  แต่ในความเป็นจริงเมื่อเข้าไปดูหนังก็พบว่าผมนั่งใกล้ๆกับกลุ่มผู้หญิงสามคน และผู้คนในโรงหนังยังหนาตาอยู่ และไข้หวัดสองพันเก้าก็ไม่สามารถบั่นทอนความตั้งใจในการดูหนังได้เลย  หนังสนุกมากผมก็สนุกตามไปด้วย ข้าวโพดคั่วก็อร่อย 


และข้าวโพดคั่วก็ติดคอ  ผมไอและรีบดื่มน้ำตาม และไอๆติดต่อกันสองสามครั้งกว่าจะหาย  หันไปเห็นสามสาวเอาหน้ากากอนามัยมาสวมใส่เรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกรู้ร้อนๆหนาวๆเริ่มก่อตัวขึ้นและลุกลามไปทั่วหน้าและทั่วตัวอย่างรวดเร็ว อยากจะหันไปบอกเขาว่า 'เปล่าๆผมไม่ได้เป็นตัวแพร่เชื้อโรค ก็แค่ข้าวโพดคั่วติดคอ'  แต่ก็ไม่กล้ากลัวพวกเขาจะลุกขึ้นเดินหนี เลยทนนั่งดูหนังอย่างทรมานอยู่อย่างนั้น............

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ผมยังคงซื้อข้าวโพดคั่วและน้ำอัดลมเช่นเดิม ไม่รู้ใครคิดได้ไงว่าข้าวโพดคั่วจะอร่อยที่สุดก็ต่อเมื่ออยู่ในโรงหนังซึ่งผมก็ชอบ ความคาดหวังของผมต่อหนังเรื่องนี้ไม่ได้สูงมากคงจะเป็นหนังรักกุ๊กๆกิ๊กๆอย่างที่คนทั่วๆไปชอบดูมั้ง  แล้วก็เอาพระเอกหน้าตาดีมาเป็นตัวชูโรงประมาณนั้น  แต่เวลาที่ได้ชมจริงๆรู้สึกได้เลยว่าแตกต่าง นี่มันหนังตลกนี่หว่า แต่ตลกแบบน่ารักๆที่ดูดี บทบาทของพระเอกไม่ได้หวือหวาอย่างที่คิดแต่ที่หวือหวาที่สุดกลับเป็นบทของนางเอก  นับเป็นหนังที่สร้างได้ลงตัวดีมากในความรู้สึกของผมซึ่งดูหนังรักน้อยเรื่องมากๆ 


วัดได้จากรอยยิ้มของผม เสียงหัวเราะของผม และอาการคิดถึงของผม ถ้าวันนี้มีเธอมานั่งดูอยู่ข้างๆผมคงจะดีใจไม่น้อย หนังจบแล้ว ผมรู้สึกดีและเหงาขึ้นมากระทันหัน ข้าวโพดคั่วและน้ำอัดลมไม่หมด คงเป็นหนังเรื่องแรกที่ข้าวโพดคั่วไม่หมดหลังจากที่หนังจบ อยากกลับไปขอบใจพวกรุ่นน้องตัวแสบที่ท้าทายให้ผมมาดูหนังในวันนี้

กลับถึงบ้านแล้วผมยังคงนั่งกินข้าวโพดคั่วต่อที่ระเบียงหลังห้องเพราะอยากดูดาว และคนบนฟ้า  จริงๆด้วยกรุงเทพฯสว่างเกินไปที่จะเห็นดาว ต้องกลับไปดูที่บ้าน  ที่บ้านผมสามารถเห็นดาวได้มากมายก่ายกอง และคงสวยงามไม่ใช่น้อย  คิดได้ดังนั้นจึงกดโทรศัพท์หาน้องสาวทันที


"พี่มีอะไรหรอ"เสียงน้องสาวงัวเงียๆถาม


"นอนแล้วหรอ นี่...เรากลับบ้านกันมั้ย"


"วันไหนอะ"


"วันนี้  ตอนนี้ไง อยากกลับไปดูดาวที่บ้าน"


"ตอนนี้ พี่จะบ้าหรอ...นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว จะไปก็ไปคนเดียวเหอะ  หนูจะนอน แค่นี้นะ" ตู๊ดๆๆๆๆๆๆ


อะไรว๊ะ ชวนกลับบ้านแค่นี้ต้องโมโหด้วย อ่าว...นี่มันเกือบตีหนึ่งแล้วนี่หว่า    เฮ้อ...กลับคนเดียวก็ได้

...และแล้วผมก็ขับรถกลับบ้าน..


ปล1 ยังอดสงสัยไม่ได้เลยว่า ทำไมวิศวะหน้าตาดีขนาดนี้ว๊ะ ทีรุ่นเราไม่เห็นมีใครหน้าตาดีขนาดนั้นเลย
ปล2 ได้วลีโดนใจ "แล้วสิมึง"

โดย ถนนโบราณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net