วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เอารักมาสาน...เอาฝันมาสู่ แด่น้อง..โรงเรียนบ้านวังโคนไผ่ ด้วยรอยยิ้มและน้ำตา


เอารักไปสาน เอาฝันไปสู่ แด่..โรงเรียนบ้านวังโคนไผ่ ด้วยรอยยิ้มและน้ำตา

๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๒

                ด้วยภารกิจที่จะต้องเดินทางไปสุโขทัย เพื่อนำเงินไปมอบให้กับโรงเรียนบ้านวังโคนไผ่ ตำบลวังน้ำขาว อำเภอบ้านด่านลานหอย ในการสมทบทุน สร้างห้องสมุด และประปาโรงเรียน ด้วยจำนวนเงินทั้งสิ้น ๖๖,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ ทีมฟุตบอล โอเคยูไนเต็ท ชาวโอเคเนชั่น ชมรมบริหารงานบุคคลไฮเทค สมาชิกชมรมบริหารงานบุคคลไฮเทค และผู้ที่เกี่ยวของทุก ๆ ท่านที่ให้ความอนุเคราะห์

                เวลานัดหมายของเราคือ ๗.๐๐ น. ที่นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค อยุธยา ผมสะดุ้งตื่นด้วยความงัวเงีย ดูนาฬิกาก็หกโมงกว่าแล้ว สายเกินเวลานัดหมายกับพี่ตู่ที่จะมารับเวลา ๖.๑๕ น. สักพักหนึ่งพี่ตู่ก็มาถึง จอดรออยู่หน้าบ้าน แต่ผมยังอาบน้ำอยู่

                เมื่อคืนฝนตกหนัก ผมไม่รู้สึกตัวเลย หลังจากทำธุระเสร็จ ก็รีบลงมายกสัมภาระขึ้นรถ พอเปิดบ้านมาเห็นน้ำเจิ่งนองท่วมถนนในซอยหน้าบ้าน ถังขยะแต่ละบ้านล้มและลอยกันไปทั่ว ผมเดินลุยน้ำที่ท่วมนิดหน่อยขึ้นรถ แล้วแวะซื้อหมูปิ้ง กับไก่ทอดเจ้าเก่า นัดบีไว้ที่หน้าฟิวเจอร์รังสิตเวลา ๖.๓๐ น. ๗ โมงแล้วป่านนี้ยังไปไม่ถึง แต่ทว่า เนื่องจากน้ำท่วมตามจุดต่าง ๆ โดยเฉพาะตรงลำลูกกา ทำให้บี และเพื่อน กับพี่อ้อย ติดอยู่ตรงนั้น ตั้งแต่หกโมงกว่า จนถึงเจ็ดโมงครึ่ง

                เลยเวลานัดหมายมากว่า ๒ ชั่วโมง เมื่อเราไปถึงจุดนัดหมายจึงรีบออกเดินทาง ช้ากว่ากำหนดการ ๒ ชั่วโมง ล้อหมุนเวลาเกือบ ๙ น. เพื่อนร่วมทางของเรามี ๑๒ คนรวมคนขับด้วย

                ตลอดระยะทาง ฝนตกลงมาเป็นช่วง ๆ และอากาศท้องฟ้าไม่โปร่งใสเลย ทางโรงเรียนติดต่อมาเป็นระยะ ๆ เพราะเรานัดว่าจะไปถึงประมาณเที่ยง แต่สุดท้ายเราไปถึงราวบ่ายสองโมง

                ที่โรงเรียน เรามุ่งหน้าไปยังโรงอาหาร ทีแรกคิดว่าจะนำเงินมามอบให้เพียงอย่างเดียว และรับประทานอาหารเที่ยง ที่ได้แจ้งแล้ว คิดว่าคงไม่มีอะไรมาก อีกอย่างเราก็ไม่ได้เตรียมของอะไรมาแจกเด็ก เนื่องจากคิดว่าปิดเทอมแล้วคงไม่ได้เจอ แต่พอเดินผ่านอาคารเรียนไปยังโรงอาหาร ปรากฎว่า เด็ก ๆ นั่งรอกันเต็มโรงอาหาร พร้อมผู้ปกครอง พวกเขานั่งรอเราเป็นครึ่งวัน โดยเฉพาะผู้ปกครอง ทั้ง ๆ ที่เรามาช้ากว่านัดหมายตั้ง ๒ ชั่วโมง ก็ไม่มีใครหนีกลับไปเลย

                ทันทีที่ย่างก้าวเข้าไปในอาหารโรงอาหาร ที่เป็นอาคารเปิดโล่ง นักเรียนคนหนึ่งกล่าวนำให้แสดงความเคารพ ทุกคนลุกขึ้น ยกมือไหว้และพูดพร้อมกันว่า “สวัสดีครับ – สวัสดีค่ะ” แล้วก็นั่งลง

                จากการเดินทางที่ทุลักทุเล และต้องตื่นกันแต่เช้า กว่า ๗ ชั่วโมงบนรถ พี่ตู่บอกว่านอนตีสอง ตื่นตี ๕ ผมก็นอนนิดหน่อย เราจึงรู้สึกเหนื่อยเมื่อยล้าไปตาม ๆ กัน แต่เมื่อมาเห็นแววตาและรอยยิ้มของเด็ก ๆ เล่านี้แล้ว ความรู้สึกยินดีและอบอุ่นใจมันเข้ามาแทนที่ จนลืมความรู้สึกก่อนหน้านี้ไปหมดสิ้น

                ครูมุนินทร์ กล่าวต้อนรับพวกเรา และให้เราพักก่อน แต่ว่า ผมได้ขอให้ทางโรงเรียนและอบต. รับมอบเงินก่อน แล้วหลังจากนั้น พวกเราจึงนั่งรับประทานอาหาร มื้อเที่ยงที่โรงอาหารแห่งนั้น ท่ามกลางเด็ก ๆ ที่รายล้อม อาหารมื้อนี้ได้แก่ น้ำพริกหนุ่ม ส้มตำรสต่าง ๆ ผัดผัก แกงแคไก่ ต้มข่าไก่ ปลาดุกย่าง ทั้งหมดนี้ ครูและชาวบ้านช่วยกันทำ ระหว่างที่เรานั่งรับประทานอาหารไป เด็ก ๆ ก็ช่วยกันร้องเพลงให้เราฟังเสียงดังและพร้อมเพรียง น่ารักจริง ๆ ได้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่ง

                คงจำกันได้นะครับ ว่าก่อนหน้านี้ ผมและคณะ ได้มามอบอุปกรณ์การเรียน ชุดพละ กระเป๋านักเรียน รองเท้าและถุงเท้า ทีวี อุปกรณ์กีฬา และอื่น ๆ เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จึงได้เห็นสภาพของอาหารเรียนที่เก่ากว่า ๕๐ ปี มีห้องสมุดเล็ก ๆ หนังสือไม่มีมาก น้ำประปาหมู่บ้าน ที่มีสีแดงขุ่น ไม่สามารถใช้สำหรับกิจกรรมของเด็ก ๆ ได้ จึงอยากหาเงินมาช่วยเหลือสมทบในการสร้าง หรือปรับปรุงสิ่งเหล่านี้

                เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี ชมพู่ ผู้ซึ่งเห็นรอยยิ้มและหน้าตาเด็ก ๆ แล้วเกิดความเอ็นดู จึงเริ่มกิจกรรมเพื่อน้อง ๆ โดยการเล่นเกมต่าง ๆ อย่างสนุกสนาน ทั้งผู้ปกครอง ทั้งคุณครู ต่างก็ร่วมเล่นเกมกันด้วยความเป็นกันเอง และรู้สึกอบอุ่นในรอยยิ้ม เสียงหัวเราะของพวกเขาเหล่านั้น

                เมื่อได้เวลาแล้ว เราจึงขอตัวกลับ เพราะจะต้องเดินทางต่อไปที่อำเภอทุ่งเสลี่ยมซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกราว ๓๐ กม. และจะเดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย เพื่อพักค้างแรมที่นั่น ห่างจากทุ่งเสลี่ยมราว ๔๐ กม.

                เด็ก ๆ คุณครู และผู้ปกครอง เดินมาส่งเราที่รถ แม้ว่าพวกเด็ก ๆ จะไม่ได้กล่าวอะไรที่เป็นคำพูดอันยืดยาว หรือเขียนเรียงความเป็นหลายหน้ากระดาษ เพียงแค่การต้อนรับอย่างอบอุ่น รอยยิ้ม และแววตาที่บ่งบอกถึงความยินดี และการรอคอยการมาของเราอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย ก็แสดงให้เห็นถึงน้ำใจไมตรี ความจริงใจ ซึ่งอาจจะมีความหมายแทนคำพูดว่าขอบคุณ หรืออาจจะมีความหมายมากกว่านั้น ที่ส่งถึงในใจของพวกเราแล้วอย่างไม่ต้องอธิบาย

                เด็ก ๆ ยิ้มกันอย่างร่าเริง เดินตามเรามาเป็นขบวน คณะของเราบางคนแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้ ชมพู่ เพื่อนร่วมทางของเราคนหนึ่งได้เขียนบันทึกไว้ว่า "ประทับใจเด็กน้อยตาดำๆ  คุณครู ผู้ปกครอง และอบต. ที่มารอต้อนรับพวกเรากันตั้งแต่เช้า ราวกับว่าเป็นคณะรัฐมนตรีมาเยี่ยมโรงเรียน พวกเขาทำให้น้ำใจอันเล็กน้อยของพวกเรามีคุณค่าแบบประเมินไม่ได้”

                โครงการสานฝันปันรักให้น้อง โรงเรียนบ้านวังโคนไผ่ ดูเหมือนจะจบลงเพียงเท่านี้ แต่อาจจะมีอะไรที่ทำให้เราผูกพันกับเด็ก ๆ และคนที่นี่ แม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่ได้รอคอยหรือรอการช่วยเหลือจากใคร ๆ แต่เราต่างทำให้ความหมายแห่งไมตรีสัมพันธ์มีค่ายิ่งกว่าสิ่งของหรือเงินที่เรานำมามอบให้เสียอีก ในฐานะคนไทยด้วยกัน เราก็พยายามทำหน้าที่ต่อกันอย่างดีที่สุด คือการช่วยเหลือและสามัคคีกัน วันนี้ได้เอารักมาสาน เอาฝันมาสู่ น้อง ๆ และทุก ๆ คนที่นี่ด้วยความเต็มใจและยินดี โดยได้รวบรวมทุนทรัพย์จากหลาย ๆ ทางดังได้กล่าวมาแล้ว

                เราอาจจะต้องกลับไปที่นั่นอีก คงจะเป็นเพราะรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ มิตรไมตรีอันดีของพวกเขาเหล่านั้นที่ได้สะกดใจของพวกเราไว้แล้ว  สักวันหนึ่งเราจะกลับไป...

                ขอขอบคุณ เพื่อนร่วมทางที่เสียสละเวลาเดินทางไปด้วยกัน

                ขอขอบคุณ โอเคเนชั่น โอเคยูไนเต็ท บล๊อกเกอร์ทุก ๆ ท่านที่ให้การสนับสนุน

                ขอขอบคุณ ผู้สนับสนุนทุก ๆ องค์กรตั้งแต่โครงการส่วนแรก จนถึงส่วนที่สอง

                ขอขอบคุณ รอยยิ้มของเด็ก ๆ ที่ทำให้เรามีกิจกรรมเช่นนี้

 

“ชีวิตคนเราจะมีความหมายเท่าใด...หากคนอื่นไม่ทำให้เราได้เห็นคุณค่า...

และ หากเราไม่ทำคุณค่าให้เกิดกับคนอื่นบ้าง...”

 

 

 

โดย มัชฌิมาปกร

 

กลับไปที่ www.oknation.net