วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อลังการ เมืองนางรอง


เมื่อได้ยินชื่อนางรอง....นึกถึงอะไรคะ ???

เดาว่า น้ำตกนางรอง.....ใช่ป่าวคะ :D

แต่ทริปนี้หมายถึงอำเภอนางรองที่อยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ค่ะ

เมืองสงบและมีโบราณสถานมากมายให้เยี่ยมชม ผู้คนใจดี แถมใช้เวลาน้อย ประหยัดทุกอย่างว่างั้น  การเดินทางไปกันแบบ 2 สาวตัวกลมๆ

ออกเดินทางจากกรุงเทพเวลาเที่ยงคืนด้วยรถ บขส. ถึงนางรองก็เช้าพอดี เข้าพักที่โรงแรมนางรองซึ่งอยู่ในตัวอำเภอและใกล้ตลาด เดินทางสะดวก ห้องพักเป็นห้องใหม่แบบชั้นเดียวราคา 500 บาท ความจริงราคาห้องพักมีหลายราคาแล้วแต่งบประมาณแต่พวกเราเลือกที่ใหม่สุด เจ้าของโรงแรมใจดีมากพาพวกเราไปตระเวณหารถมอเตอร์ไซค์สำหรับเช่าเพื่อท่องเที่ยวในราคาวันละ 250 บาท

ซักเที่ยงจึงขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อเดินทางไปยังสถานที่เที่ยว

วันนี้แดดร้อน ลมแรง บนถนนมีรถเยอะมาก รู้สึกระยะทางไปปราสาทเมืองต่ำไกลจัง จากเดิมที่เข้าใจว่าห่างจากที่พักประมาณสิบกว่ากิโล แต่ต้องร้อง..โอ้โห..เมื่อรู้ว่าระยะจริงจากที่พักถึงจุดท่องเที่ยวประมาณ 20-30 Km ทางขึ้นช่วงสุดท้ายเป็นเนินสูงคดเคี้ยวมาก แต่เราก็ขับจนถึงและเมื่อถึงจุดหมายก็หายเหนื่อยจริงๆ

ปราสาทเมืองต่ำเป็นปราสาทหินขอมโบราณที่มีขนาดใหญ่มาก สร้างขึ้นตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดู เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตัวปราสาทออกแบบได้อย่างงดงาม มีโครงสร้างที่ได้สัดส่วน  บริเวณโดยรอบปราสาทเป็นชุมชนโบราณสมัยขอมที่มีประวัติเกี่ยวเนื่องกับปราสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำจึงมีความสำคัญทางโบราณคดี

 สถานที่งดงามขนาดนี้ ทำไมข้อมูลเรื่องการท่องเที่ยวน้อยมาก ซื้อบัตรเข้าชมในราคา 30 บาทในการเข้าชมปราสาทเขาพนมรุ้งกับปราสาทเมืองต่ำ ตรงจุดทางเข้ามีมัคคุเทศน์ตัวน้อยคอยให้คำอธิบายประกอบการชม  ศิลปะขอมเอาหินซ้อนๆกันจนเป็นปราสาทโดยไม่มีปูนเชื่อมประสาน แต่ทุกอย่างก็ยังคงอยู่จนทุกวันนี้

 

หลังจากนั้นจึงย้อนกลับมายังทางผ่านเพื่อชม กุฏิฤาษี

ชื่อนี้ทำเราถึงกับงงมาก

คำว่ากุฏิฤาษี คิดเอาว่าเป็นสำนักฤาษี ที่มีท่านฤาษีผู้ทรงศีลสรุปคือคิดผิดค่ะ

กุฏิฤาษีเชื่อว่าเป็นอโรคยาศาลสร้างขึ้นช่วงรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งเป็นยุครุ่งเรืองแห่งอาณาจักรขอม พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้สร้างอโรคยาศาลตามเส้นทางโบราณไว้เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันนี้เหลือให้เห็นเพียงซากกำแพงศิลาแลงกับปราสาทเท่านั้น

บริเวณใกล้ๆเป็นที่อาศัยของชาวบ้าน มีวัว ไก่ อยู่บริเวณดังกล่าว สภาพขาดการดูเเล คิดว่าอีกไม่นานคงเสื่อสลายไปพร้อมกาลเวลาเพราะไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปทำนุบำรุง

สถานที่สุดท้ายของวันคือการเข้าชมปราสาทเขาพนมรุ้ง สถานที่นี้ขับรถย้อนกลับมาจากปราสาทเมืองต่ำประมาณ 10 Km วันที่ไปตรงกับวันเสาร์ คนพลุกพล่านวุ่ยวาย สถานที่อลังการสมกับการเดินทางที่ร้อนระอุ จากบ่ายสามถึงหนึ่งทุ่มเป็นช่วงเวลาของเขาพนมรุ้งค่ะ สุดยอดจริงๆ แถมวันนั้นยังมีโอกาสได้เห็นการถ่ายทำละครพื้นบ้านด้วย

ปราสาทหินพนมรุ้งสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกายซึ่งนับถือ พระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุด ดังนั้นเขาพนมรุ้งจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ

 

องค์ประกอบและแผนผังของปราสาทพนมรุ้งได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นแนวเส้นตรง และเน้นความสำคัญเข้าหาจุดศูนย์กลาง นั่นคือปราสาทประธานซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านขวาของบันไดทางขึ้นสู่ศาสนสถานมีอาคารที่เรียกว่า พลับพลา อาคารนี้อาจจะเป็นอาคารที่เรียกกันในปัจจุบันว่า พลับพลาเปลื้องเครื่อง ซึ่งเป็นที่พักจัดเตรียมองค์ของพระมหากษัตริย์ ก่อนเสด็จเข้าสู่การสักการะเทพเจ้าหรือประกอบพิธีกรรมในบริเวณศาสนสถาน

วันสุดท้ายของอำเภอนางรองกับการเดินทางไปวัดเขาอังคาร สถานที่นี้ไม่เคยได้ยินและคิดว่าไม่มีอะไรมาก แต่เอาเข้าจริงประทับใจสุดในทริบนี้ ได้รู้จักเพราะคำแนะนำจากพี่ที่ให้เช่ารถมอเตอร์ไซค์เค้าเล่าว่าที่นี่รู้จักกันในหมู่ชาวต่างชาติและตีพิมพ์ใน Lonely planet แต่ไม่เป็นที่รู้จักในหมู่คนไทยนัก ออกเดินทางตั้งแต่เก้าโมงใช้เวลาเดินทางครึ่งชั่วโมง วันนี้เป็นวันทอดกระฐินเลยได้พลอยทำบุญกับทางวัดด้วย

วัดเขาอังคารเป็นแหล่งโบราณคดีที่พบเสมาหิน ทั้งเสมาหินทรายและเสมาหินศิลาแลง มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๓ ซึ่งได้รับอิทธิพลสมัยทวารวดี และมีการนับถือพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง มีการสลักลวดลายนูนต่ำ ฐานเป็นรูปดอกไม้ รูปหม้อน้ำรูปสถูปยาว ตอนบนเป็นวงกลมคล้ายธรรมจักร และที่สำคัญเสมาที่วัดป่าเรไรมีรูปนกแก้วสองตัว ซึ่งไม่พบในใบเสมาที่อื่นเลย (ปัจจุบันเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี)

สถาปัตยกรรมบริเวณวัดสวยมากค่ะ แต่น่าเสียดายที่ขาดการดูเเลรักษาอาจเป็นเพราะขาดงบประมาณในการดูเเลดังนั้นเพื่อเป็นกำลังเล็กที่ช่วยเหลือ เรากับเพื่อนจึงคิดว่าคราวหน้าจะชวนคนสนิทไปวัดเขาอังคารเพื่อทำบุญอีกค่ะ

ซักเที่ยงจึงเดินทางกลับที่พักเพื่อเตรียมตัวกลับกรุงเทพ

เมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากแต่น่าเสียดายที่คนบางกลุ่มเที่ยวแบบไม่รู้คุณค่า เที่ยวไม่พอเอามือขีดเขียนเลอะเทอะ ทำให้รู้สึกเสียอารมณ์กับสิ่งที่เห็นซ้ำ

บางกลุ่มไปเที่ยวเมืองโบราณสถานที่ประวัติศาสตร์ด้วยการแต่งกายที่ชวนสยิว และดูจะวุ่นวายกับการโพสท์ท่าทางมากกว่าที่จะให้สนใจกับสิ่งต่างๆที่อยู่ตรงหน้า

ก็ได้นึกในใจว่าจะโพสท์อะไรกันนักหนานะ 

เรื่องบ่นตบท้ายเล็กๆ คงไม่ว่ากันนะคะ 

โดย Nutcha

 

กลับไปที่ www.oknation.net