วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

American-America (Final)


"สามีอเมริกัน ช่วงอายุมากกว่า 60 ปี"

ผู้ชายอเมริกันที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ขึ้นไป จะเกิดในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง (1 กันยายน 1939 – 2 กันยายน 1945) ซึ่งส่วนใหญ่จะผ่านประสบการณ์ชีวิตในหลายรูปแบบ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากสงครามต่างๆ เช่น สงครามเกาหลี (25 มิถุนายน 1950 – 27 กรกฎาคม 1953) และสงครามเวียดนาม (1959 – 30 เมษายน 1975) ทำให้สามีอเมริกันเหล่านี้ เริ่มรู้จักกับโลกภายนอก ที่นอกเหนือไปจากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีโอกาสใช้ชีวิตบางขณะในต่างประเทศ สามีชาวอเมริกันที่แต่งงานกับภรรยาไทย จึงมีอยู่ 2-3 กลุ่มคือ (1) สามีอเมริกันที่เป็นเจ้าหน้าที่ Peace Corps นักธุรกิจ หรือนักข่าว ที่เข้ามาอยู่ ณ ประเทศไทย ในช่วงระหว่างและหลังสงคราม (2) สามีอเมริกันที่เป็นทหาร ซึ่งรวมไปถึงชั้นประจำการ (ส่วนน้อย) และ (ส่วนใหญ่) ทหาร จี.ไอ. [คำว่า จี.ไอ. ย่อมาจากภาษาอังกฤษคำว่า Government Issue (หมายเรียกเข้ารับการเกณฑ์ทหาร) เป็นคำที่ใช้เรียกทหารเกณฑ์ที่ถูกส่งไปรบตามดินแดนต่างๆ] และ (3) สามีอเมริกัน ผู้ผ่านการมีครอบครัวและหย่ากับภรรยาอเมริกันมาแล้ว ผู้มีภรรยาใหม่ต่างชาติที่เป็นชาวไทย และมักจะเลือกไปใช้ชีวิตหลังเกษียณ ณ ประเทศไทย 

สามีอเมริกันผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ขึ้นไปนี้ ก็มักจะเป็นเหมือนผู้ชายทั่วๆ ไป ที่อายุมากกว่า 60 ปี ซึ่งชีวิตส่วนใหญ่เริ่มมีเสถียรภาพ สงบ หนักแน่น และอบอุ่น ชีวิตค่อนข้างลงตัว พร้อมที่จะเป็นคุณปู่ หรือคุณตาผู้ใจดี ไม่มีอะไรให้หวือหวาหรือเล่าขาน 

ฉันมีเพื่อนอเมริกันหลายๆ คนที่อยู่ในวัยนี้ ดูเหมือนว่า เขากับภรรยาจะได้มีชีวิตในช่วงฮันนีมูนรอบใหม่อีกครั้ง เขาจะพากันท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง ไม่มีภาระหรือห่วงให้ต้องกังวล บางครั้งฉันถึงกับเผลอเร่งวันเวลาที่ฉันกับสามีสุดที่รัก จะได้มีโอกาสกระทำเช่นนั้นบ้าง

"สามีอเมริกัน ช่วงอายุ 50 – 60 ปี" 

ในกลุ่มสามีชาวอเมริกันที่มีอายุระหว่าง 50 – 60 ปี และแต่งงานกับภรรยาไทยนั้น มีทั้งที่เป็น อดีตทหาร จี.ไอ. เจ้าหน้าที่ และนักธุรกิจ หากเป็นนักธุรกิจ ส่วนใหญ่มักจะผ่านการแต่งงานและหย่ากับภรรยาอเมริกันแล้ว และใช้ประโยชน์ของโลกไซเบอร์ที่กว้างมากขึ้น หรือโลกมนุษย์ที่แคบลง (ตามแต่มุมมองของแต่ละคน) ในการเดินทางไปท่องเที่ยว ณ ประเทศไทย และเสาะแสวงหาผู้หญิงไทยวัยละอ่อนมาเป็นภรรยา มุมมองของสามีอเมริกันในวัยนี้ ที่มีต่อภรรยาสาวชาวไทยในช่วงแรกๆ จึงมักจะเป็นในแบบที่ว่า เธอเป็นสมบัติชิ้นหนึ่งของฉัน เขาจะมีความหึงหวงหรือแสดงการควบคุมเป็นเจ้าของ เพราะเกรงว่าเธออาจจะไปพบเจอชายอื่น ขณะเดียวกันสามีอเมริกันในวัยนี้ ก็ยังเป็นวัยที่ต้องทำงาน ความหวือหวาโรแมนติกจึงไม่ค่อยมี เพราะประเด็นสำคัญของชีวิตยังมุ่งอยู่ที่การทำงานก่อนเกษียณ สาวไทยวัยละอ่อนที่ได้สามีอเมริกันในวัยนี้ ส่วนใหญ่จึงเป็นแม่บ้านที่ค่อนข้างพอมีอันจะกิน มีหน้าที่เลี้ยงดูลูก แต่มักจะไม่ค่อยได้ร่วมอารมณ์อันสุนทรีย์กับสามี ผู้ซึ่งมีความโรแมนซ์ลดลงไปมาก แต่สามีในวัยนี้ก็มีอำนาจในการซื้อหาของกำนัลมาให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภรรยาสาวเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจ อย่างไรก็ตาม สามีอเมริกันในวัยนี้นั้น อาจถือได้ว่า กำลังเดินทางใกล้ถึงจุดเปลี่ยนแปลงในชีวิตและภาพลักษณ์ของตนเอง ว่าจะเลือกที่จะเป็นสุภาพบุรุษหรือซาตาน เพราะการหย่าร้างกับภรรยาไม่ว่าไทยหรืออเมริกัน มักเกิดขึ้นได้ง่าย และภาพลักษณ์ที่เคยสวยหรูหล่อเหลาของเขาที่ครั้งหนึ่งเคยมี ก็อาจแปรเป็นคราบของซาตานที่ฝังรากลึกอยู่ รวมทั้งความกักขฬะและความน่าเกลียดที่รับไม่ได้  

ฉันเองได้พบเห็นและรู้จักบรรดาสามีอเมริกันของเพื่อนๆ หญิงไทย ที่มีหลายคนที่กลายเป็นความน่ากลัว น่าขยะแขยง อย่างไม่น่าพบเจอ และสามีอเมริกันเหล่านั้น เมื่อต้องมีการหย่าขาดจากกัน ก็จะสรรหาเทคนิคต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรธิดาให้กับภรรยา แต่โชคดีที่ภรรยาไทยส่วนใหญ่ พอมาอยู่นานๆ เข้า ก็จะมีเริ่มวุฒิภาวะและวัยที่เพิ่มมากขึ้น สามารถกล้ายืนด้วยตัวเอง แม้จะยังมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่บ้าง เนื่องจากไม่ใช่ประเทศของตน ในขณะเดียวกัน ก็ยังไม่กล้ากลับไปสู้หน้าสังคมประเทศไทย เพราะยังมีลูกๆ ที่อยู่ในวัยเรียน

นอกจากนี้ สามีอเมริกันหลายๆ คนในช่วงวัยนี้ จะเริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพ หรือด้านการงานที่อาจต้องถูกเปลี่ยนงานกระทันหัน กลายเป็นความเครียดขึ้นมาอีกด้านหนึ่ง เป็นผลให้การใช้ชีวิตร่วมกันกับภรรยา เป็นไปในรูปแบบของการนึกถึงตนเองมากกว่าครอบครัว หรือจบสิ้นความโรแมนติกที่เคยมีมา บางคนถึงอาจบอกว่าไม่มีความรักหลงเหลืออีกแล้ว

"สามีอเมริกัน ช่วงอายุ 40 – 50 ปี" 

สามีอเมริกันในกลุ่มอายุช่วงนี้ ยังมีความโรแมนติกหลงเหลืออยู่มากพอสมควร ในขณะที่หน้าที่การงานก็กำลังอยู่ในระยะขยันขันแข็ง และมั่นคง เพราะเรียกได้ว่าชีวิตกำลังเพิ่งเริ่มต้น (ซึ่งบางคนก็เพิ่งจะผ่านการหย่าร้างกับภรรยาอเมริกัน หรือคู่รักคนก่อน) ดังนั้น ชีวิตครอบครัวจึงรวมไว้ทุกรส ทั้งความรัก ความหวานชื่น ความภาคภูมิใจในการเป็นสามี และการได้เป็นเป็นพ่อของลูก สามีอเมริกันในวัยนี้ มักมีความหวานชื่น ละเอียดอ่อน สุขุม อบอุ่น (ซึ่งมักจะตรงกันข้ามกับภรรยาไทย ผู้อยู่ในวัยใกล้ และ/หรือ กำลังย่างเข้าสู่ “วัยทอง”) และอาจเป็นช่วงระยะเวลาของการแสดงตนเป็นสุภาพบุรุษอย่างเต็มตัวของสามีอเมริกัน ก่อนที่จะถึงเวลาที่สามีอเมริกันคนเดียวกันนั้น อาจเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองไปเป็นสุภาพบุรุษหรือซาตาน ในช่วงอายุ 50 – 60 ปี ซึ่งสามีอเมริกันในกลุ่มอายุช่วง 40 – 50 ปีนี้ อาจเป็นช่วงที่สามารถถือได้ว่า สามีอเมริกันเป็นสามีที่ดีที่สุดในโลก

"สามีอเมริกัน ช่วงอายุ 30 – 40 ปี" 

สามีอเมริกันในช่วงอายุนี้ นอกจากจะเต็มไปด้วยความโรแมนติกแล้ว ก็มักจะเต็มไปด้วยอารมณ์ทั้งดีและร้าย คล้ายในภาพยนตร์ฮอลลีวูดทั่วๆ ไป ที่มีการสำรอกด่าทอ มุทะลุ และโรแมนซ์ไปในเวลาไล่เลี่ยกัน สามีอเมริกันในวัยช่วงนี้ มักจะยังไม่มีความมั่นคงในเรื่องของการงานและสถานภาพทางสังคมมากนัก เพราะว่าชีวิตยังไม่ได้เริ่มต้นอย่างแท้จริง แต่ก็จะดูเหมือนว่ามีพลังในชีวิตมากมาย และทำให้สาวไทยคลั่งไคล้ลุ่มหลง แต่มักจะเป็นในช่วงวัยอันตราย ที่อาจจะเกิดเป็นการแตกหักกันของการใช้ชีวิตคู่ เพราะวุฒิภาวะตลอดจนความอดทน และความรับผิดชอบนั้นยังไม่สูงเท่าที่ควร มีสามีอเมริกันมากมายที่ฉันรู้จัก ได้เกิดการหย่าร้างขึ้นในอายุช่วงนี้ หากสามารถประคับประคองชีวิตคู่ให้ผ่านวิกฤตในช่วงนี้ไปได้ ก็จะสามารถมีความราบรื่นไปได้อีกวาระหนึ่ง

"สามีอเมริกัน ช่วงอายุ 20 – 30 ปี" 

สามีอเมริกันที่อยู่ในกลุ่มช่วงอายุนี้ มักจะยังไม่มีความรับผิดชอบหรือความมั่นคงในชีวิต ทั้งในด้านการงานและสถานภาพครอบครัว คนอเมริกันส่วนใหญ่นั้น นับเป็นชนชาติที่เชื่อในเรื่องอิสรภาพและความฝัน ความรับผิดชอบที่แท้จริงจึงยังไม่มี เพราะทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับความพอใจ แต่หนุ่มอเมริกันในช่วงนี้ จะเป็นต้นแบบของความโรแมนติกที่สุด ประเภทที่ว่าสามารถคุกเข่าขอสาวแต่งงาน (ทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อม) พร้อมที่จะกัดก้อนเกลือกินร่วมกัน และส่วนใหญ่ก็มักจะลงเอยด้วยการต้องหย่าร้างในที่สุด เพราะหลังจากการได้อยู่ร่วมกันฉันท์สามีภรรยาและมีบุตรด้วยกันแล้ว การต้องต่อสู้ดิ้นรนในชีวิต ก็จะทำให้เกิดเป็นความตึงเครียดและจบสิ้นด้วยการจากกัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากภรรยาชาวไทยมักมีความอดทนสูง สามารถที่จะอดทนอยู่ต่อไปได้ จึงไม่เกิดเป็นกรณีหย่าร้างง่ายๆ แบบภรรยาชาวอเมริกัน


นับเป็นเวลากว่า 3 ทศวรรษ ที่เด็กผู้หญิงบ้านนอกบ้านนาคนหนึ่ง ได้เริ่มรู้จัก ได้ยิน และได้ฟัง คำว่า "อเมริกัน-อเมริกา" ใครจะรู้บ้างว่า แล้วเธอคนนั้น จะได้เดินทางมาเยือน... มาศึกษา... มาพบและมาแต่งงานกับหนุ่มอเมริกัน... และมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอเมริกัน

และสำหรับฉัน ณ วันนี้ “American-America” จะยังคงอยู่คู่กับชีวิตฉันต่อไป ตราบนานเท่านาน ในท่ามกลางความเป็น “อเมริกัน” ที่มากด้วยทั้งส่วนดีและส่วนเสีย สิ่งหนึ่งที่ฉันรับรู้ได้ตลอดมาก็คือ ในความภาคภูมิใจที่ฉันได้เกิดมาเป็นคนไทย และฉันรักประเทศไทยมากนั้น ฉันมีความรักที่ยิ่งใหญ่มอบให้กับ “คนอเมริกัน” หลายๆ คน รวมทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา และ ฉันพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า

If home is where your heart belongs to,

America is my other home.

  

โดย DrJoy

 

กลับไปที่ www.oknation.net