วันที่ อาทิตย์ มิถุนายน 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไวไฟยุคหน้า (802.11n)


ไวไฟยุคหน้า (802.11n)

ผมคิดว่าท่านผู้อ่านที่ชอบเล่นอินเทอร์เน็ตนั้น จะต้องชอบไวไฟแน่นอนเพราะใช้ได้ดีแน่นอนไม่ต้องต่อสายเคเบิลให้เกะกะไปที่ไหนก็ใช้ได้ที่นั่น
    
และในที่สุดนักออกแบบไวไฟทั่วทั้งโลกก็ยอมประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเองว่าไวไฟยุคหน้าออกมาในกรกฎาคมปีนี้ ซึ่งก็แน่นอนล่ะว่าไวไฟยุคหน้าก็จะต้องได้รับการพัฒนาดีกว่ายุคปัจจุบันในหลายมิติและจะยิ่งสะดวกต่อผู้ใช้มากมายก่ายกอง
    
ก่อนที่ไวไฟจะพัฒนามาจนถึงวันนี้ซึ่งเรียกว่า ร่าง N หรือ Draft N ซึ่ง N ก็คือ Next Generation หรือยุคหน้านั่นเอง
    
กระบวนการก็มีการพัฒนามาโดยลำดับ ภาษาทางคอมพิว เตอร์จะมีรหัสเรียกไวไฟว่า 802.11 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลของ IEEE
    
ในยุคแรกเกิดใหม่ก็ประมาณปี 1997 ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้กำหนดมาตรฐานซึ่งเป็นรหัสเรียกจึงเรียกว่า รุ่นดั้งเดิมก็ใช้ได้ดี มีรัศมีการใช้งานในตัวอาคารประมาณ 25 เมตร นอกอาคาร 75 เมตร และความเร็วในการถ่ายข้อมูลทั่วไปอยู่ที่ 0.7 Mbps หรือสูงสุดที่ 2 Mbps เรียกว่าพอใช้ได้
    
มาเริ่มต้นตัวการใช้งานไวไฟเอาจริงจังก็เมื่อปี 1999 ซึ่งปีนั้นมีการออกมาสองรุ่นคือรุ่น 802.11a และ 802.11b ปรากฏว่า b ออกก่อน a ในปีนั้น เพราะต้องหาผู้ผลิตชิปในช่วงคลื่นใหม่ ซึ่งอยู่ในระดับสูงกว่าเท่าตัวแต่ก็ได้ความเร็วการโอนถ่ายข้อมูลที่สูงกว่า โดยปกติ 802.11 นั้นจะใช้ช่วงคลื่นประมาณ 2.4 ถึง 2.5 GHz ตั้งแต่รุ่นดั้งเดิมจนถึงปัจจุบันเพราะความสะดวกมากกว่า
    
ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลของ 802.11a อยู่ที่ 23 Mbps สูงสุดที่ 54 Mbps แต่ทำงานอยู่ที่ช่วงคลื่น ประมาณ 5 GHz ขึ้นไป
    
ส่วนรุ่น 802.11b ความเร็วต่ำกว่าอยู่ที่ 4 Mbps สูงสุดที่   11 Mbps แต่ใช้ช่วงคลื่นมาตรฐานในการทำงานและมีความปลอดภัย
    
ส่วนไวไฟที่ผู้คนชื่นชอบมากก็คือรุ่น 802.11g ซึ่งออกมาในปี 2003 มีคนชอบใช้มาก เพราะได้ความเร็วและมีความแน่นอนไม่ค่อยมีการล่ม ส่วนรัศมีทำการภายในอาคารก็อยู่ที่ 35 เมตร นอกอาคารประมาณ 110 เมตร ก็ไม่ห่างจากรุ่นก่อน ๆ เท่าไรนัก แต่ความเร็วในการถ่ายข้อมูลก็ทันอกทันใจผู้ใช้โดยทั่วไปคืออยู่ที่ 19 Mbps หรือสูงสุดที่ 54 Mbps
    
รุ่น 802.11n หรือไวไฟ ยุคหน้า หรือ WiFi Next Generation นั้น ผู้ผลิตชิปและ ผู้ออกแบบทั้งหลายของบริษัทใหญ่ ๆ ของโลกก็ตกลงว่าจะเอาสเปกนี้นั้น ก็จะมีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลอยู่ที่ 74 Mbps และสูงสุดที่ 248 Mbps ซึ่งหมายถึงว่าความเร็วกว่ารุ่นก่อนถึงประมาณ 5 เท่า นอกจากนี้ก็ยังมีรัศมีทำการภาย ในอาคารที่ 70 เมตร และนอกอาคารที่ 160 เมตร หรือกว้างมากกว่าเดิมเท่าตัว พูดง่าย ๆ ดีกว่ารุ่นก่อน ๆ อย่างเทียบกันไม่ได้
    
คุณคาเรน แฮนลีย์ ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการตลาดของกลุ่มผู้ผลิตที่มลรัฐเทกซัสได้กล่าวว่า ปีที่แล้วอุตสาหกรรมไร้สายสามารถส่งผลิตภัณฑ์ออกมาได้ 200 ล้านชิ้น
 
ในอีก 2-3 ปี ข้างหน้า นั้น นักเล่นคอมพิวเตอร์แลปทอป จะสามารถใช้ไวไฟติดต่อกันกับโทรศัพท์ โทรทัศน์ และวิดีโอเกมได้ แต่แฮนลีย์บอกว่า 802.11n ร่างสุดท้ายจริง ๆ น่าจะออกในปี 2009 ซึ่งก็หมายความว่า คงจะต้องร่างและแก้สเปกไปอีกสักปีกว่าหรือสองปี
    
ท่านผู้อ่านที่ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหลาย อย่างไรก็คงจะต้องรอ เพราะถ้ารุ่นนี้ออกมากิจการโทรศัพท์มือถือ กิจการโทรทัศน์และกิจการเกมวิดีโอจะปรับตัว อย่างไรจะได้มีเวลาคิด เพราะ 802.11n นั้นมาแน่.

ผศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล
ผู้ช่วยอธิการบดี RSU Cyber University
มหาวิทยาลัยรังสิต
boonmark@rangsit.rsu.ac.th

โดย ohno_jung

 

กลับไปที่ www.oknation.net