วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ภาพเก่าเล่าเรื่อง…วัดชมภูเวก


ภาพและเรื่องราวของวัดชมภูเวกที่ผมนำมาเสนอนี้ มาจากหนังสือจิตรกรรมฝาผนังสกุลช่างนนทบุรี ซึ่งคณะจิตรกรรมและประติมากรรม (ชื่อในขณะนั้น) มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยค้นคว้าศิลปไทยโบราณ จากสภาการวิจัยแห่งชาติ  เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๔

โดยมีศาตราจารย์ศิลป  พีระศรี เป็นหัวหน้า  อาจารย์เฟื้อ  หริพิทักษ์ และอาจารย์เขียน  ยิ้มศิริ เป็นผู้ช่วย  ความมุ่งหมายของการวิจัยครั้งนี้ เพื่อที่จะพิจารณาลักษณะพิเศษโดยเฉพาะสกุลช่างจิตรกรรม เป็นการเปรียบเทียบกับสกุลช่างท้องถิ่นอื่น ๆ

เพื่อคัดลอกภาพสี และดำขาวบางส่วน ซึ่งเป็นแบบฉบับของสกุลช่างนนทบุรี  และในประการสุดท้าย ก็คือพิมพ์หนังสือมีภาพประกอบขึ้นทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ  นายอังคาร  กัลยาณพงศ์  เป็นผู้ทำการคัดลอกภาพสี ภายใต้การควบคุมของอาจารย์เฟื้อ  หริพิทักษ์




สิ่งแรกของวัดชมภูเวกที่ปรากฏแก่สายตาเราคือ  สถูปแบบพม่าองค์หนึ่ง สร้างโดยพวกมอญที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณนั้น ซึ่งอาจมาอยู่ตั้งแต่สมัยอยุธยา  ลักษณะพิเศษโดยเฉพาะของลวดลายปูนปั้นของพระอุโบสถ  และวิหารที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำหลักหินนั้น มีความสัมพันธ์กับศิลปะและวัฒนธรรมของพม่า  โดยเหตุที่ว่าพวกมอญ ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดนนทบุรีนั้น อพยพมาจากพม่านั่นเอง



ถัดจากสถูป คือ พระอุโบสถและวิหารของวัด  พระอุโบสถยังคงใช้ประโยชน์ได้ ส่วนวิหารนั้นถูกทอดทิ้งให้รกร้างมาประมาณ ๕๐ ปี เพราะอยู่ในสภาพจะพังลงมา  แบบหลังคาของพระอุโบสถและวิหารนั้น แตกต่างไปจากแบบธรรมดา  เพราะหลังคาที่ยื่นออกมาจากผนังน้อยมาก ด้วยเหตุนี้เอง หน้าบันของพระอุโบสถจึงถือปูน  และมีลวดลายปูนปั้นประเภทจำหลักนูนต่ำตกแต่ง

ภาพข้างหน้าคือวิหาร ภาพข้างหลังคือพระอุโบสถ  สร้างขึ้นในตอนกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๔ หรือไม่ก็ตอนต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๕



หน้าบันด้านของพระอุโบสถ  แบบของลวดลายดูสับสน เพราะขาดน้ำหนักอ่อนแก่  และขาดความสำคัญส่วนใหญ่ จึงทำให้ส่วนรองกลับเด่น และสร้างลักษณะขององค์ประกอบขึ้น  ตามความจริงนั้นในแบบลวดลายนี้  เราสังเกตได้ว่าก้านของดอกไม้ที่อยู่ในเส้นดิ่งนั้น  ไม่แข็งแรงพอที่จะข่มลายส่วนอื่น ๆ ลงไปได้



ลวดลายปูนปั้นตกแต่งหน้าต่างบานหนึ่งของพระอุโบสถ

บรรดาเครื่องถ้วยชามสีต่าง ๆ ของจีน ก็ได้นำมาประดับปะปนกับลวดลายอันละเอียดเหล่านี้  วิธีการตกแต่งเช่นนี้ ปรากฏว่านิยมกันในสมัยอยุธยาด้วย  ขอบหน้าต่างปูนปั้นของพระอุโบสถ ประกอบขึ้นเป็นรูปดอกไม้ทรงกลมซ้ำ ๆ กัน  แต่ละดอกมีชามเคลือบเล็ก ๆ ฝังอยู่ตรงกลางดอก



ในการตกแต่งหน้าต่างของวิหาร ไม่มีเครื่องเคลือบประดับ  และแบบของลวดลายและการปั้นก็แตกต่างไปจากลวดลายปูนปั้นของพระอุโบสถ  ตามความจริงแล้วลวดลายเหล่านี้ปั้นขึ้นด้วยฝีมืออันกล้า  และมีประสิทธิภาพในน้ำหนักอ่อนแก่เป็นอย่างยิ่ง อันเป็นผลเนื่องมาจากความมั่งคั่งของลวดลายดอกไม้ ใบไม้นั่นเอง

เท่าที่แบบอย่างศิลปะเป็นอยู่ ดูเหมือนว่าลวดลายปูนปั้นเหล่านี้ มีแบบอย่างที่มาต่าง ๆ กัน  และต่างก็เน้นให้เห็นถึงลักษณะพิเศษ  ด้วยการให้ความเกินจริงของประสิทธิภาพ แห่งความมั่งคั่งสมบูรณ์อย่างที่สุด



รูปเขียนลายเส้น จากลายปูนปั้นของหน้าต่างวิหารเดียวกันอีกบานหนึ่ง



รูปเขียนลายเส้น แสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบภาพจิตรกรรมฝาผนังของวิหาร วัดชมภูเวก



ภาพพุทธประวัติในวิหารวัดชมภูเวก  จะเห็นพระพรหมกำลังกั้นฉัตรให้แก่เจ้าชายสิทธัตถะ ในระหว่างทางที่จะดำเนินไปทรงผนวช  มีลักษณะตรงข้ามกับภาพเขียนของสมัยรัตนโกสินทร์  ซึ่งโดยทั่วไปนั้นรูปคนเด่นออกมาจากฉากหลังของภาพ โดนการให้น้ำหนักของสีต่าง ๆ กัน  แต่ภาพนี้วรรณะของสีนั้นอ่อนและตัวภาพเขียนขึ้นอย่างวิจิตรด้วยเส้นพู่กัน



องค์ประกอบภาพของส่วนบนผนัง  ในวิหารวัดชมภูเวกสองตอนที่อยู่ในเส้นระดับ  ประกอบขึ้นด้วยวิธีตามแบบประเพณี  การเขียนพระพุทธรูปกำลังประทับนั่งซ้ำ ๆ กันไป  โดยมีผู้กระทำการสักการะอยู่สองข้าง



ส่วนละเอียดของพระพุทธรูปองค์หนึ่ง จากหมู่ภาพแถวบนสุดในเส้นระดับ



ลวดลายระบายสีบนเพดานของวิหารวัดชมภูเวก



ส่วนละเอียดของจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดชมภูเวก  เรื่องมหาชนกชาดก  แสดงให้เห็นถึงลักษณะการเขียนลายเส้นตามประเพณี ของศิลปะชั้นสูงของสกุลรัตนโกสินทร์



ส่วนละเอียดของจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดชมภูเวก  แสดงให้เห็นถึงแบบอย่างศิลปะโดยเฉพาะ ของงานจิตรกรรมที่รูปคนเขียนอย่างจริงตามธรรมชาติ  มีลักษณะง่าย ๆ และมีอารมณ์ขบขัน



จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดชมภูเวก  แสดงให้เห็นถึงภาพอาคารที่มีโครงสร้างด้วยอิฐดูแข็งแรง  อันเป็นลักษณะพิเศษของการแสดงออกซึ่งลักษณะศิลปะสมัยหลัง



จิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ในพระอุโบสถวัดชมภูเวก เป็นภาพมารวิชัย  ตามความจริงแล้ว ภาพเขียนนี้ก็มีแบบและรูปทรง เป็นเช่นเดียวกันกับของสกุลรัตนโกสินทร์  แต่ทว่าสิ่งที่แปลกก็คือ  พระพุทธรูปยังคงมีลักษณะง่าย ๆ  อันเป็นลักษณะโดยเฉพาะของสกุลนนทบุรี



ส่วนละเอียดของภาพ  แสดงให้เห็นถึงแบบอย่างอันแตกต่างกัน ระหว่างพระพุทธรูปกับรูปแม่ธรณี



เราไม่อาจอธิบายถึงการผสมกันของแบบอย่างศิลปะ  ที่จะแยกออกจากกันได้ในจิตรกรรมฝาผนังของพระอุโบสถวัดชมภูเวก  และเป็นจริงว่า เราไม่ทราบถึงเหตุผลของความแตกต่างระหว่างพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่เขียนขึ้นตามแบบศิลปะเริ่มแรก  เมื่อเปรียบเทียบกับรูปแม่ธรณี 

ซึ่งเต็มไปด้วยความวิจิตร และความคดเคี้ยวของเส้น  อันแสดงให้เห็นถึงถึงลักษณะของศิลปะชั้นสูง  มาตั้งแต่ยุคพัฒนาการจนถึงยุคเสื่อม  จะเป็นไปได้หรือไม่ว่า พระพุทธรูปนั้น  เป็นส่วนหนึ่งของงานเก่าที่ยังคงมีลักษณะของศิลปินเริ่มแรก อยู่มากกว่ารูปแม่ธรณี 

สิ่งที่แน่นอนนั้นก็คือ  จิตรกรรมในวิหารมีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับสกุลช่างนนทบุรี  ส่วนจิตรกรรมในพระอุโบสถ ซึ่งเป็นสกุลช่างเดียวกันนั้นได้เกี่ยวโยง หรือมิฉะนั้นก็ผสมผสานเข้าด้วยกันกับจิตรกรรมของสกุลรัตนโกสินทร์


โดย สอนสุพรรณ

 

กลับไปที่ www.oknation.net