วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ให้พี่แจ๋วเข้างานเลี้ยงไปก่อน


เราเรียนได้แค่ 

4 วัน ESOL ก็เชิญพวกเราไปทานเลี้ยง  งานนี้สาวๆได้เฉิดโฉมฉุยฉายในคอลเลคชั่นแบบไทยที่ขนกันไปเพื่ออวดวัฒนธรรมไทยในงาน Gala Dinner อันหรูหราที่วิทยาลัยเอมมานูเอล (Emmanuel College) อย่าแปลกใจเรียนมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ทำไมกินเลี้ยงวิทยาลัยเอมมานูแอล อย่างที่บอกตั้งแต่แรกมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ประกอบด้วย 31 วิทยาลัย เราเป็นครูต้องแต่งกายให้เหมาะสม ดิฉันขนชุดไทยประยุกต์ (สะดอไหมบาติค ด้านหน้าผ้าถุง ด้านหลังทรงกางเกง เสื้อแขนยาวสีขาว เข็มขัดกะลา สร้อยกะลา รองเท้าคัทชู โค๊ทยาวครี่งน่องดำ)....... ชุดนี้ใช้ครั้งเดียวแล้วขนกลับ.....ตอนนั้นบอกไม่น่าขนมาเลย......หนัก.......แต่ตอนนี้มองภาพถ่าย บอกว่าคิดถูก....ภาพตนเองหน้าประตูวิทยาลัยเอมานูเอลอันเก่าแก่เหมาะกับหน้าผู้เขียน.....ราวกับกิ่งทองใบหยก.........น้องนาวี..วันนี้หล่อมาก..น้องใส่สูทเต็มยศ พี่ต้องนุ่งผ้าถุงยาวเสื้อไหมแก้วชมพูหวานหยด “วิไลวรรณ” ครูสาวจากพะเยาว์ไม้ยอมแพ้ด้วยผ้าคลุมไหล่ดึงดูดตา “น้องหนิง” สาวโสดน้องน้อย คนสุภาพเรียบร้อยจากพิษณุโลก เธอแต่งชุดยาวติดกัน น้องแต่งตัวดูดีมีเทส มีราคา ตลอด 30 วัน คนที่ไม่มีชุดไทยก็ใส่ชุดสุภาพห้องเลี้ยงรับรองที่วิทยาลัยเอมมานูเอล พอเดินขึ้นชั้นสอง บริกรใส่สูทยืนรอที่บันไดชั้นบนสุด โค้งคำนับตามสไตล์อังกฤษ (เฮ้อ....แต่งตัวไม่ผิดงาน....นึกขอบคุณบรรดาผู้เฒ่าที่บ้านเกิด) Gardner Room ผนังห้องจัดเลี้ยงติดภาพสีน้ำมันของบุคคลสำคัญของวิทยาลัยในอดีต โต๊ะจัดเลี้ยงเป็นแถวตามความยาวของห้อง ภาชนะต่างๆ เช่น แก้วไวน์ แก้วน้ำ ช้อน ส้อม มีดเล็ก มีดใหญ่ พริกไทย เกลือ เมนู ผ้าเช็ดปาก วางเรียงรายชุดใหญ่ และสิ่งที่โดนใจดิฉันคือเชิงเทียนสีทอง ส่งประกายเปลวเทียนสะท้อนภาพเขียนกรอบทอง และเครื่องแก้วครบชุด บรรยากาศสุดแสนขลังและโรแมนติค ใครจะคิด....เคมบริดจ์จะให้เกียรติครูบ้านนอกชุดนี้เกินความคาดหมาย............. We all really appreciated in your kindness.

ตามธรรมเนียมของงานเลี้ยง พวกเราจิบไวน์เรียกน้ำย่อยกันเพลินอารมณ์ คนที่ดูจะเพลิดเพลินกับไวน์มากเป็นพิเศษไม่มีใครเกิน

“น้องกิ๊ก” หนุ่มร่างเล็กจากเชียงราย “ติงลี่” พวกเราแอบตั้งสมญาให้ เธอใส่แว่นตาดำ สวมหมวก แบกขาตั้งกล้อง พูดจาเฮฮา “Beat around the bush” สำนวนประจำตัวของเธอ น้องแกบอกบริกรว่า “ขอยกขวดได้ไหมครับ ไม่ต้องลำบากเติมบ่อย”...... น้องกิ๊ก...อย่างนั้นเขาเรียกว่าดวดไวน์ไม่ใช่จิบไวน์.... เพียงไม่นานห้อง Gardner เต็มไปด้วยเสียงที่มีเสียงน้องกิ๊กเป็นอินโทรเกริ่นนำ ตามด้วยลูกคู่ยกคณะโดยมีพี่ต้องเป็นแม่ยก!!!! ดิฉันสังเกต ครูฝรั่งไม่คุ้นกับการกิน การคุย ในงานเลี้ยงของคนไทย เสียงคุยดังปนเสียงหัวเราะตลอดงาน เหมือนเพื่อนที่คุ้นเคยมานาน ฝรั่งทั้งหมดเอนจอยกับพี่ไทยกลุ่มนี้ตั้งแต่บัดนั้นมา ไม่มีใครดัดจริตสักคน ใสซื่อสมเป็นครูบ้านนอกทุกคน.....บ้านนอกทำอย่างไร ครูกลุ่มนี้ก็ทำอย่างนั้นะค่ะ......อาหารเรียกน้ำย่อยผ่านไป จานแรก Tuna อย่างนี้ต้องกินกับไวน์ขาว ต่อมาไก่อบ แครรอทหัวเล็ก มันฝรั่ง ถั่วลันเตา ขนมปัง เนย ของหวานคือฟองดู ว่าเป็นฉากๆ......ไม่ใช่ความจำเก่งหรอกค่ะ... เมนูคลาสิคของ Emmanuel ที่เก็บมาเป็นของฝากนักเรียน เขียนไว้หมด พวกเราแวะเวียนถ่ายรุปกันอย่างสนุกสนาน ยิ่งดึกยิ่งเสียงดังขึ้น ไวน์ออกฤทธิ์ “ไม่มีใครร้องว่า.......บอยไม่ดื่มเลยสักคนเดียว” “พี่ต้อง (ตัวเล็ก แต่ดื่มไม่เล็ก) น้องกิ๊ก น้องโย น้องดิว น้องใกล้รุ่ง วิไลลักษณ์ นาวี (ดิฉันแอบเทไวน์ให้นาวี ดิฉันจึงดื่มเท่าไรไม่เมาสักที ไม่กล้าดื่มเพราะกลัวงิ้วออกที่อังกฤษ ขอทำตัวเป็นพี่ที่ดีของน้องๆๆๆๆ) น้องปุ๊ยนั่งข้างๆจิบไวน์ตาปรอย..... งานนี้ฝรั่งงง....ตามธรรมเนียม เขาจิบไวน์ปนสนทนา แต่กะเหรี่ยงไทยดวดไวน์ปนเสียงเฮอา..เสียงดังไม่ธรรมดา.....ดังลั่น.....วัฒนธรรมไทยด้านการดื่มกินปรากฏแจ่มแจ้ง....ไม่เหลือความสงสัยในใจฝรั่งเลยค่ะ

โดย Alian

 

กลับไปที่ www.oknation.net