วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ของขวัญจากปลายฝน ณ บ้านทุ่งปลายคลอง


สองเดือนกว่าแล้วที่ผมหายตัวไปจากโอเคเนชั่นส์ อาจมีแวบเข้ามาบ้าง แต่ก็ไม่ได้มาเมนท์หรือทักทายใครเลย  มันก็แปลกนะ ตอนติดก็ติดมาก พอไม่เข้าก็ไม่เข้ายาวเลย จะว่าไปบล็อกก็เหมือนยาเสพติดหรือว่าความรักเลยนะครับ (ว่าไปนั้น)

ทั้งๆ ที่มีเรื่องอยากเขียนมากมายเหลือเกิน แต่อย่างว่าครับ ผมมันพวกท่ามาก ลีลาเยอะ จะปฏิบัติทั้งทีต้องใช้อารมณ์และพลังงานสูง (หมายถึงการเขียนบล็อกนะ)  ก็เลยหาเวลาไม่ค่อยได้ งั้นก็เลือกที่จะหยุดไปเลยดีกว่า ตอนนี้ได้ฤกษ์แล้วครับ ตามหัวใจเรียกร้อง และจะพยายามไม่หายไปอีก

ด้วยความที่สนใจนู้นนี้เยอะไปหมด แต่สนใจแต่ละอย่างไม่นานนักเหมือนคนสมาธิสั้น และความสนใจมันก็จะวนกลับไปกลับมา  ช่วงนี้ก็วนเวียนอยู่กับบ้านทุ่งปลายคลอง จึงคิดว่าจะเขียนเรื่องของบ้านทุ่งปลายคลองดีกว่า

ผ่านไปเกินครึ่งปีแล้วที่ผมพาไปชมบ้านทุ่งปลายคลองครั้งล่าสุด (ช่วงปลายหนาวต้นร้อน) ตอนนี้หลายอย่างที่บ้านทุ่งปลายคลองก็เปลี่ยนไปตามสัจธรรมของชีวิต  ผมเคยตั้งคำถามในช่วงนี้ของปีที่แล้วว่าปลายฝนปีหน้าบ้านทุ่งปลายคลองจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง 

ธรรมชาติย่อมเปลี่ยนแปลงเสมอ คงมีหลายสิ่งที่จากไป แต่ก็มีหลายสิ่งที่เข้ามาแทน  ผมคิดถึงคำพูดของฟอเรสต์ กัมป์ที่บอกว่า ชีวิตก็เหมือนกล่องช็อกโกแลต เราไม่รู้ว่าจะมีอะไรอยู่ข้างใน  ธรรมชาติก็เช่นกัน เราไม่รู้ว่าจะได้พบเจออะไร มันคงคล้ายกับการเปิดกล่องของขวัญที่รอให้ลุ้นดูว่ามีอะไรอยู่ข้างใน

นั่นเพราะหลายชีวิตทั้งพืชและสัตว์ได้เดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ เสมอ มีทั้งที่ไปเองและอาศัยสิ่งต่างๆ เช่น ลม ผู้พัดหอบเมล็ดพันธุ์ เกสร สปอร์มาจากเบื้องบน  น้ำผู้นำพาชีวิต ไข่ หรือเมล็ดพันธุ์มาจากดินแดนห่างไกล  นก แมลง ผู้ช่วยพาชีวิตอื่นมาทางอ้อม  หรือแม้แต่มูลสัตว์ที่อยู่ตามพื้น ก็ยังทำให้เราพบโฉมหน้าใหม่ๆ ของชีวิต

สองสัปดาห์ก่อนในช่วงปลายฝน ผมลาพักร้อน  ขับรถไปบ้านทุ่งปลายคลอง  ฟ้าปิด เมฆเบื้องบนเหมือนกำลังจับจ้องตั้งท่าโปรยฝน  มันอาจเป็นฝนใหญ่ชุดสุดท้ายของปีก่อนที่จะเข้าฤดูหนาวก็ได้

 

 

  

 

หลายเดือนแล้ว ที่ถนนลูกรังหน้าบ้านทุ่งปลายคลองหายไป กลายเป็นถนนลาดยางราบเรียบอย่างดี  สีเทาของมันตัดกับสีเขียวของทุ่งนา นั่นเป็นความเปลี่ยนแปลงจากมนุษย์ผู้วางโครงการต่างๆ ไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงที่ผมจะมาค้นหา

บ้างทุ่งปลายคลองช่วงนี้มีแต่สีเขียวครึ้ม ทั้งต้นไม้ หญ้า หรือสระน้ำ  น้ำขังตามพื้นถนนบอกว่าเมื่อคืนสายฝนคงโปรยปรายมา ส่วนอากาศอับชื้นของวันนี้ก็บอกเช่นกันว่าฝนต้องตกแน่นอน 

ผมปั่นจักรยานไปตามถนนลาดยางผ่านทุ่งนากว้าง  ใกล้เวลาเพลแบบนี้ แม้แสงแดดจะซ่อนอยู่หลังเมฆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้อากาศเย็นลงเลย เมฆที่อมน้ำเหมือนขโมยความเย็นไปด้วย  ผมมองชาวนาในแปลงนา  อากาศที่ร้อนไม่มีลม ทำให้นึกถึงห้องแอร์ในออฟฟิศ  ชาวนาผู้หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน กับมนุษย์ออฟฟิศที่หลังติดเก้าอี้หน้าสู้จอคอมพ์ บางทีก็ให้ความรู้สึกคล้ายกันกว่าที่คิด

  

 

 

ช่วงปลายฝนน้ำปริ่มนองรอบๆ พื้นที่คลองควาย  เกิดแอ่งน้ำขังหรือหนองน้ำตามที่ลุ่ม  นกยางสีขาวยืนอยู่กลางหนองน้ำ สีขาวของมันตัดกับสีเขียวของหญ้า แหน และดงไม้เขียวครึ้มด้านหลัง  เป็นภาพที่ทำให้ผมต้องหยุดดู  นกยางกำลังหาเหยื่อ ผมยืนมอง มันค่อยๆ เยื้องย่างไปอย่างไม่เร่งรีบ  ช่วงเวลานี้คงมีอาหารมากมายให้มันกิน ต่างจากช่วงหน้าแล้งที่กำลังจะมาถึง

 

 

ข้างถนนริมนามีดอกไม้สีชมพูแซมขาวลักษณะเหมือนไม้เลื้อย  ผมไม่เคยเห็นมาก่อน และไม่รู้ว่ามันคือดอกอะไร  หรือว่าเจ้าดอกสีสวยนี้คือโฉมหน้าของผู้มาใหม่ในปีนี้ หรือมันมีอยู่แล้วแต่ผมไม่เคยสังเกต  ผมรู้สึกว่าต้องมีอีกหลายสิ่งรอให้ค้นหาแน่ๆ

 

 

กลับมาที่บ้านทุ่งปลายคลอง ผมออกเดินหากล่องของขวัญจากธรรมชาติ  ต้นมะพร้าวต้นเดิมที่เป็นคอนโดนกระจาบเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ก็ยังมีนกมาทำรังอยู่ แม้จะมีรังน้อยลง  แต่พวกมันก็ไม่ได้ไปไหน เพราะปีนี้รังนกกระจาบกระจายอยู่บนต้นไม้อื่นๆ ทั่วบ้านทุ่งปลายคลอง โดยรวมแล้วมากกว่ากว่าปีที่แล้วเสียอีก  น่าดีใจที่นกเลือกทำรังที่นี่ แสดงว่าพวกมันยอมรับว่าบ้านทุ่งปลายคลองเป็นบ้านของมัน 

 

รังนกกระจาบบนต้นมะพร้าว ช่วงเวลานี้เหลือแต่รังเปล่า ลูกนกโตและออกจากรังไปแล้ว

 

รังนกกระจาบบนต้นมะกอกน้ำ นอกนั้นยังพบรังบนต้นไม้อื่นอีก

พื้นซึ่งปกคลุมด้วยวัชพืชเป็นที่สำรวจชีวิตเล็กๆ ได้เป็นอย่างดี  ผมก้มมองแมลงตัวเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ตามใบไม้ ไมยราบบนพื้นหุบเมื่อผมสัมผัสมัน จิ้งหรีดและตั๊กแตนตัวเล็กๆ กระโดดหนีไปซ่อนที่อื่น พวกมันตัวเล็กและหลายตัวยังไม่โตเต็มวัย  ส่วนแมงมุมนั้นจะอยู่ตามต้นไม้หรือใบไม้ ขณะที่ผีเสื้อนั้นบินร่อนไปทั่ว

แขกหน้าใหม่ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตก็คือ ผีเสื้อประหลาดที่มีสีขาวดำ (ดูแล้วน่าจะเป็นผีเสื้อกลางคืน) ที่ปลายท้องมันมีพู่สีส้มๆ ยื่นออกมา ขณะมันเกาะใบ มันจะชูปลายท้องและส่ายพู่ไปมา ไม่รู้ว่าเป็นพฤติกรรมอะไร และก็ยังหาไม่ได้ว่ามันคือผีเสื้ออะไร

 

แมงมุมตัวเล็กๆ

 

แมงมุมเกาะบนดอกทรงบาดาล

 

จิ้งหรีดกับใบไมยราบที่หุบ

 

ผีเสื้อกับดอกหงอนไก่ไทยพบได้ทั่วไปในช่วงเวลานี้

 

ผีเสื้อประหลาดสีขาวดำที่ปลายท้องมีพูขนสีส้มที่โบกไปมาได้

 

ลูกครอกปลาช่อนสีแดงฝูงใหญ่ในบ่อน้ำ

ดอกไม้และพืชต่างๆ ทั้งในน้ำและบนบกก็น่าสำรวจเช่นกัน  พืชน้ำนั้นพบชนิดใหม่ๆ ได้ง่าย อาจจะเพราะที่นี่เป็นที่ลุ่มอยู่ติดคลองพืชน้ำจึงเดินทางมาเยือนได้ง่าย   คล้าน้ำช่อห้อยที่อยู่หน้าบ้านนั้นเดินทางมาถึงเมื่อต้นปี มันออกดอกรูปร่างแปลกๆ ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของแมลง ไม่มีใครรู้ว่าคล้าน้ำนั้นมาจากไหน 

พืชน้ำหน้าใหม่ที่โผล่หน้ามาให้ยลโฉมก็มีผักตบไทยที่ขึ้นในคูน้ำ มันออกดอกสีม่วงฟ้าเป็นช่อที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ผมไม่รู้ว่ามันมาจากไหนเช่นกัน  ตามใบของมันยังเป็นบ้านของตั๊กแตนและแมงมุมตัวเล็กๆ ด้วย  ในบ่อน้ำใหญ่ข้างบ้านก็ยังมีผู้มาเยือนหน้าใหม่อย่างสันตะวาที่ออกดอกเล็กๆ สีขาว และเฟิร์นน้ำ  รวมทั้งบัวหลวงในท้องร่องของแปลงกล้วย ที่ออกดอกรอให้เก็บไว้บูชาพระ

 

คล้าน้ำช่อห้อย (ทางซ้าย) ริมสระบัว

     

ผักตบไทยกับดอกสีม่วงที่สวยงาม

 

ตั๊กแตนกับบ้านใบไม้

 

เฟิร์นริมน้ำและสันตะวาที่ออกดอกสีขาว (ทางขวาบนผิวน้ำ)

 

บัวหลวงชูดอกในท้องร่อง

 

แหนปกคลุมทั่วท้องร่องเหมือนพรมสีเขียว

ตามพื้นดินก็ปูด้วยพืชเล็กๆ ที่ออกดอกสะพรั่งแต่งแต้มสีสันของบ้านทุ่งปลายคลอง ทั้งเหล่าดอกหญ้าหน้าเดิมอย่างตีนตุ๊กแก ไมยราบ หงอนไก่ไทย  รวมถึงที่ถั่วผี ถั่วผีดอกสีแดงนี้ผมเคยเห็นมาก่อนแล้ว แต่สำหรับดอกสีเหลืองนั้นพบเพิ่งพบครั้งแรก เช่นกับถั่วดอกสีม่วง ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นดอกอะไร

ผมพบพืชที่น่าสนใจอีกชนิด คือ กะเม็ง พืชดอกสีขาวต้นเล็กๆ ที่เป็นสมุนไพรรักษาสารพัดอาการ ใช้ได้ทั้งดอก ใบ ต้น ใช้ห้ามเลือด บำรุงไต บำรุงตับ ขับลม แก้น้ำกัดเท้า แถมยังใช้ย้อมสีผมได้ด้วย  สำหรับพืชเล็กๆ ต้นนี้ ถ้าผมไม่ค้นข้อมูล ก็คงไม่รู้ว่ามันเป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์ เพราะมันก็ดูไม่ต่างจากวัชพืชอื่นๆ ที่ขึ้นอยู่ริมทาง ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่บ้านทุ่งปลายคลองมานานหรือยัง

 

ตีนตุ๊กแกออกดอกสีขาวตัดกับใบสีเขียว

 

ดอกไมยราบสีชมพูสวย

 

     

ถั่วผีหลากสีสัน พืชที่ช่วยคลุมดินและเพิ่มไนโตรเจน

 

กะเม็ง พืชสมุนไพรสารพัดประโยชน์

ยังอีกสิ่งมีชีวิตอีกอย่างที่ปรากฏตัวสั้นๆ ในช่วงเวลานี้  ผมยืนดูกองขี้วัวบนพื้น มีแมลงวันสีเขียวๆ เกาะอยู่เต็มไปหมด  แม้มูลสัตว์จะดูไม่มีประโยชน์และน่ารังเกียจ แต่มันคือส่วนสำคัญของธรรมชาติ  เมื่อมีขี้วัวในช่วงปลายฝนเช่นนี้ ก็ต้องมีเห็ด ผู้ทำหน้าที่ย่อยสลาย  เทียบกับปีที่แล้ว ผมพบว่าเห็ดปีนี้มีหลากหลายน้อยกว่า ผมยังไม่เห็นเห็ดสีม่วงกับเห็ดขน หรืออาจจะยังไม่ถึงเวลาของมันก็ได้  แต่ก็มีเห็ดใหม่ที่ไม่เคยเห็นเพิ่มขึ้นมา 2-3 ชนิดเช่นกัน

เห็ดเป็นสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด นึกอยากขึ้นก็ขึ้น บางครั้งมันขึ้นเพียงดอกเดียวโดดๆ บางครั้งปรากฏโฉมเพียงครั้งเดียวแล้วก็ไม่เห็นอีกเลย  ชีวิตของมันคงขึ้นกับหลายปัจจัย ทั้งซากสิ่งมีชีวิต ที่เป็นอาหาร สภาพอากาศ ผู้แพร่สปอร์อย่างลมหรือฝน หรือแม้แต่อิทธิพลของดวงจันทร์

 

แมลงวันสีเขียวสดกับการย่อยสลายมูลวัว และสิ่งที่ตามมาอาจเป็นเห็ด

     

     

     

เห็ดนานาชนิดทั้งดอกเดี่ยว เป็นกลุ่ม สีดำ สีขาว

ผมพบว่าในสถานที่แห่งเดิม แต่มีหลายสิ่งให้ค้นหาอยู่เสมอ  ธรรมชาติเปลี่ยนโฉมหน้าไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะธรรมชาติที่ไม่ได้ถูกมนุษย์ควบคุม ทั้งหญ้า ดอกไม้ ผีเสื้อ นก แมงมุม ต้นไม้ เห็ด ปลา ฯลฯ

เมื่อมองดูบ้านทุ่งปลายคลอง ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้ที่นี่ต่างจากสวนที่อื่นก็คือ การที่พ่อและผมไม่ได้เอาใจใส่ดูแลมันดีนัก เราไม่มีงบตกแต่งสวนหรือจ้างคนมาดูแล คอยตัดวัชพืช แต่สิ่งนี้กลับกลายเป็นเรื่องดี เพราะมันทำให้หลายชีวิตที่ผลัดหลงเข้ามา มีโอกาสได้อยู่ต่อไปอย่างอิสระ

สิ่งต่างๆ ในสวนนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ บางมุมรกเรื้อ บางมุมมีวัชพืชปกคลุม แมลงบางตัวโผล่มาอย่างไม่ได้รับเชิญ  ผมรู้สึกว่าการที่เราปล่อยให้ธรรมชาติได้เป็นนักออกแบบ เป็นศิลปิน ได้บรรเลงชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น อาจดีกว่าเราเป็นผู้กำหนดชีวิตให้มัน เราเองเพียงรอเปิดกล่องของขวัญและพบกับความสวยงามของมันก็พอ  มนุษย์ควบคุมธรรมชาติได้ แต่บางครั้งเราควรปล่อยมันไปตามทางของมันดีกว่าไหม 

รังแตนที่อยู่บนหลังคาโรงรถใกล้บ้าน ทำให้ผมเข้าใจขึ้นว่า ทำไมที่นี่ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่ได้  พ่อไม่คิดจะตีรัง หรือไล่มัน แม้มันจะเคยต่อยลุงผมก็ตาม เช่นเดียวทางเดินบางส่วนที่รกครึ้มและอาจเป็นบ้านของสัตว์มีพิษ  แต่ผมก็ไม่รู้สึกกังวลเพราะคิดว่าไม่นานพวกมันก็จะจากไปเอง ตามวิถีของธรรมชาติ

 

 

ธรรมชาติที่แปรผันไป ชีวิตที่เกิดใหม่ อพยพ ผลัดหลง  สิ่งต่างๆ หายหน้าไป แต่ก็ยังมีสิ่งใหม่ๆ หมุนเวียนเข้ามา  แต่ถึงอย่างนั้นก็อดกังวลไม่ได้ ผมมองถนนลาดยางที่ทอดยาวมาจากถนนใหญ่ แม้เมืองใหญ่จะอยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโล แต่การขยายตัวของมันและมนุษย์ก็นำความเปลี่ยนแปลงใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ความเปลี่ยนแปลงนั้นลอยมากับลม ฝน หรือสายน้ำเช่นเดียวกับชีวิตอื่น  ควันพิษถูกพัดมาจากโรงงานอุตสาหกรรม มลพิษจากแม่น้ำที่ไหลเข้ามายังคลองสายเล็ก  ต้นไม้ที่ถูกโค่นทำลายคือบ้านของนกและแมลงที่ถูกทำลาย  แม้แต่มูลหรือซากของชีวิตอันเป็นแหล่งอาหารของเห็ดราก็ถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว

ไม่รู้ว่าปีหน้าหรือปีต่อๆ ไปจะมีอะไรสาบสูญไปอีกบ้าง  แม้จะควบคุมสิ่งที่อยู่ห่างไกลไม่ได้  แต่อย่างน้อยผมก็จะพยายามรักษาที่แห่งนี้ให้คงเดิมต่อไป และหวังว่าจะมีกล่องของขวัญจากธรรมชาติรอให้พบเปิดดูต่อไปทุกช่วงเวลา

ฝนสุดท้ายของบ้านทุ่งปลายคลองทิ้งอะไรไว้ให้ก่อนจะจากไป แล้วลมหนาวปีนี้จะพัดอะไรมา  ผมไม่อาจรู้คำตอบที่แน่ชัด แต่ผมรู้ว่าพรุ่งนี้ธรรมชาติก็จะสรรค์สร้างชีวิตใหม่ต่อไป...

 

ชมบ้านทุ่งปลายคลองช่วงปลายฝนของปีที่แล้ว

http://www.oknation.net/blog/dreamline/2008/11/10/entry-1

โดย นาฬิกาลืมเวลา

 

กลับไปที่ www.oknation.net