วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เรื่องพิเศษของคนพิเศษ


               ในฉบับที่แล้วผมเล่าเรื่องของน้องฝ้ายที่มาเข้าค่ายปิดเทอมแต่ดันมาทำตัวเป็นอาจารย์ประจำค่ายคอยถามปัญหาพี่ ๆ   กับเรื่องของเอ็ดดี้ที่วัน ๆ ไม่เข้าร่วมกิจกรรมเอาแต่เดินไปเดินมา จนพี่คนหนึ่งออกอุบายแต่งตั้งเป็นหัวหน้ารปภ.  ซึ่งเอ็ดดี้ก็มีความภาคภูมิใจในตำแหน่งใหม่ของตัวเองอย่างมากจนแทบไม่หยุดปฏิบัติงานเอาเลย

                ทั้งสองคนเป็นเด็กในกลุ่มที่รู้จักกันดีสมัยนี้ว่า “เด็กพิเศษ” 

                แค่ไหนถึงจะเรียกว่า “พิเศษ”?  จะว่าไปต้องชื่นชมคนที่คิดคำนี้ขึ้นมา  เพราะแท้ที่จริงแล้วเด็กพิเศษคือเด็กที่มีปัญหาทางพัฒนาการในหลากหลายรูปแบบ  เป็นความบกพร่อง ความขาด  โดยอาจไม่ได้มีลักษณะใดที่เป็นความพิเศษในความหมายทั่วไปแต่อย่างใด  แต่อย่างน้อยชื่อนี้ก็ลดความหมายในทางลบที่ติดมากับคำเดิม ๆ อย่างเด็กปัญญาอ่อน  เด็กเอ๋อ ฯลฯ 

                น้องฝ้ายนี่หน้าตาเป็นเด็กพิเศษที่ใครก็สังเกตได้  หางตาที่ชี้ขึ้นโดยไม่ต้องเขียนกันเอาเป็นเอาตายเหมือนสาว ๆ สมัยนี้  บวกกับสันจมูกแบนราบเป็นช่องห่างระหว่างตา 2 ข้าง  ดูปุ๊บก็รู้ทันทีว่าน้องเป็น “ดาวน์” 

                เด็กที่เป็นกลุ่มอาการดาวน์ส่วนใหญ่มีเชาวน์ปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์  แต่ไม่ใช่เด็กที่มีปัญหาเชาวน์ปัญญาทุกคนจะมีหน้าตาผิดปกติจนสังเกตได้  อันที่จริงเด็กที่มีภาวะปัญญาอ่อนส่วนใหญ่จะหน้าตาธรรมดาสามัญเหมือนเรา ๆ ท่าน ๆ ซะด้วยซ้ำ

                เรื่องนี้เป็นประเด็นที่พ่อแม่ควรรู้จะได้ไม่นิ่งนอนใจ  มีลูกหน้าตาน่ารักปกติดีแต่เห็นลูกพัฒนาการไม่สมวัยเมื่อไรจะได้พาไปตรวจประเมินดูว่ามีปัญหาเชาวน์ปัญญาไหม  เพราะการรักษาถ้ายิ่งเริ่มต้นได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งดี

                กรณีของเอ็ดดี้นี่ก็เช่นเดียวกัน  เพราะดูภายนอกเขาก็เป็นเด็กผู้ชายอ้วน ๆ หน้าตากวน ๆ ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น  เวลาเขาทำท่าไม่ใส่ใจเวลาพี่ ๆ มาชวนเขาไปร่วมกิจกรรมจึงทำให้คนชวนหงุดหงิดได้ไม่ยาก

                “พ่อแม่สอนมายังไงเนี่ย?”  ประมาณนั้น

                แต่ถ้าเรารู้จักเขาดีสักหน่อยเราจะไม่ถือสาหาความเขาเลย  เพราะเอ็ดดี้มีอาการของโรคในกลุ่มออทิสติก  ที่ทำให้เขามีความบกพร่องเรื่องพัฒนาการทางสังคม  และมีโลกส่วนตัวส่วนตัวสูงมาก  เอ็ดดี้ไม่สนใจหรอกว่าใครจะทำอะไร  เพราะเขาจะทำอย่างที่ตัวเองอยากทำเท่านั้น     

                จนถึงปัจจุบันเราเข้าใจออทิสติกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนรู้ว่าเด็กที่เป็นออทิสติกนั้นแต่ละคนมีอาการเป็นมากน้อยแตกต่างกัน  คนเป็นมากอาจสังเกตได้ตั้งแต่ยังเป็นทารกว่าไม่สบตา ไม่เข้าหาคน  แต่คนที่เป็นน้อย ๆ นี่ล่ะที่อาจหลุดรอดพ้นสายตาไปได้  ก็เห็นล่ะว่าเป็นเด็กแปลก ๆ  แต่จะให้บอกว่าผิดปกติก็ไม่กล้า  ส่วนจะให้ยืนยันว่าปกติก็ลังเลน่าดู

                แต่จุดที่ถือว่าเป็นลักษณะสำคัญที่สุดของเด็กที่มีอาการในกลุ่มออทิสติกคือความบกพร่องพัฒนาการด้านสังคม  ซึ่งเป็นได้ตั้งแต่แยกตัวไม่สังคมเลย  ไปจนถึงยังสังคมเข้าหาผู้อื่นได้แต่ดูไม่เหมาะสม  ไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น  เช่นอยากเล่นกับเพื่อนแต่จะให้เพื่อนเล่นตามอย่างที่ตัวเองนำเท่านั้น  หรือไปชอบเพื่อนบางคนมากแล้วก็ไปตามติดเขาตลอดเวลา  ไม่ได้เข้าใจว่าเพื่อนเขาก็อาจจะอยากทำอะไรส่วนตัวหรือไปเล่นกับคนอื่นบ้าง  หนัก ๆ เข้าเพื่อนก็เลยรำคาญหนีไปเลย

                อาการพวกนี้อาจไม่ได้แสดงออกเด่นชัดเหมือนหน้าตาน้องฝ้ายที่ใคร ๆ ก็ดูออก  แต่เป็นอาการที่ต้องอาศัยความใกล้ชิดและสนใจเอาใจใส่มากพอถึงจะตรวจพบได้   พ่อแม่และผู้ใหญ่ที่ต้องดูแลเด็ก ๆ ทั้งหลายจึงควรจะเพิ่มความละเอียดในการสังเกตสังกาสักหน่อย 

                เผื่อเห็นอะไรที่ดู “พิเศษ” ขึ้นมาจะได้รีบไปหาคนช่วยให้มันกลับมา “ธรรมดา” ซะ    

---กุลสตรี ฉบับที่921---

โดย หมอโจ

 

กลับไปที่ www.oknation.net